[เที่ยว 1 วัน จิจิบุ-นากาโทโร่] ใบไม้เปลี่ยนสีจุใจ เทศกาลยามค่ำคืนในฤดูหนาว
ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีและหน้าหนาวนี้ ใครกำลังมองหาทริป 1 วัน ใกล้โตเกียว แต่ธรรมชาติสวยมาก ต้องไปนี่เลย จิจิบุ-นากาโทโร่
ชมใบไม้เปลี่ยนสีสวย ล่องเรือโบราณชมวิวเต็มตา และสัมผัสเทศกาลญี่ปุ่นดั้งเดิมสุดคึกคัก ดูพลุท่ามกลางอากาศหนาวๆ
แนะนำช่วงเดือนพฤศจิกายน ใบไม้เปลี่ยนสีสวย และต้นเดือนธันวาคม ที่มีงานเทศกาลฤดูหนาวสุดอลังการ ชมพลุดอกไม้ไฟสวยตระการตา
![[เที่ยว 1 วัน จิจิบุ-นากาโทโร่] ใบไม้เปลี่ยนสีจุใจ เทศกาลยามค่ำคืนในฤดูหนาว](https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Seibu-Chichibu-Nagatoro-1-Day-Trip_1.jpg)

เมืองจิจิบุและเมืองนากาโทโร่ เป็นเมืองเงียบสงบในแถบจิจิบุ จังหวัดไซตามะ เดินทางง่ายๆ ด้วยรถไฟสาย Seibu จากโตเกียวขึ้นรถไฟได้ที่สถานี Ikebukuro
โดยมีตั๋ว SEIBU 1Day Pass + Nagatoro ตั๋วใบเดียว นั่งรถไฟได้ไม่อั้น เที่ยวให้คุ้มกันไปเลย ในบทความนี้เราสรุปแพลน 1 วัน คัดจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ มาให้แล้ว

08:00 – 10:30 เดินทางจากสถานี Ikebukuro ลงสถานี Nagatoro

เริ่มต้นกันที่สถานี Ikebukuro ขึ้นรถไฟสาย Seibu เดินทางง่ายมากด้วยตั๋ว SEIBU 1Day Pass + Nagatoro เป็นตั๋วเดินทางได้ไม่อั้นใน 1 วัน สำหรับเที่ยวทั้งจิจิบุและนากาโทโร่


เราเลือกอัปเกรดเป็นรถไฟด่วน Laview Limited Express ที่นั่งกว้างขวาง สบายมาก ใช้เวลาเดินทางเร็วขึ้น (จ่ายเพิ่ม 900 เยน) หากมาช่วงเทศกาล แนะนำให้จองรถไฟด่วนล่วงหน้า จองได้ที่ https://www.smooz.jp/Smooz/en/top.xhtml
สำหรับตั๋ว SEIBU 1Day Pass + Nagatoro ราคา 2,000 เยน ประหยัดไปได้เยอะมาก นั่งได้ไม่จำกัดรอบใน 1 วัน (ปกติสถานี Ikebukuro – สถานี Nagatoro เที่ยวละ 1,350 เยน)
โดยมีตั๋วแบบดิจิทัล เพียงแค่สแกน QR Code ในมือถือ ก็ขึ้นรถไฟได้อย่างรวดเร็วง่ายดาย


ซื้อ SEIBU 1Day Pass + Nagatoro ได้ทาง Klook
(รายละเอียดดูได้ท้ายบทความ)

นั่งรถไฟแบบด่วน ใช้เวลาเร็วที่สุดเพียง 77 นาที ก็จะมาถึงสถานี Seibu-Chichibu ใครที่มาเที่ยวตัวเมืองจิจิบุ ลงสถานีนี้ได้เลย
แต่เราใช้ตั๋ว SEIBU 1Day Pass + Nagatoro นั่งไปเที่ยวนากาโทโร่กันก่อน
จากสถานี Seibu-Chichibu เปลี่ยนสายรถไฟ เดินไปใกล้ๆ ขึ้นรถไฟที่สถานี Ohanabatake นั่งแค่ 20 นาที ลงกันที่สถานี Nagatoro สถานที่ไฮไลท์ที่เราจะมาชมใบไม้เปลี่ยนสีกัน
10:30 – 11:15 ร้านน้ำแข็งไส Asami Reizou

แวะคลายร้อนกันก่อนที่ร้านระดับตำนาน Asami Reizou เป็นร้านน้ำแข็งไสจากธรรมชาติที่โด่งดังและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ร้านอยู่ใกล้สถานี Nagatoro ตั้งอยู่บนถนนไปสู่ศาลเจ้าโฮโดซัง

เดิมทีเป็นโรงผลิตและจัดเก็บน้ำแข็งธรรมชาติตั้งแต่ยุคเมจิ ปี ค.ศ.1890 ก่อนจะเปิดเป็นร้านน้ำแข็งไส โดยใช้น้ำจากเชิงเขาโฮโดซัง ปล่อยให้กลายเป็นน้ำแข็งด้วยอากาศหนาวเย็นตามธรรมชาติในช่วงฤดูหนาว

ลักษณะพิเศษของน้ำแข็งจากธรรมชาติ คือ เนื้อเนียนละเอียด ไม่มีฟองอากาศ เมื่อไสออกมาจะเป็นเกล็ดนุ่มฟู ละมุนลิ้น เหมือนปุยหิมะ

ราดด้วยไซรัปสูตรเฉพาะของทางร้านที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น รสชาติหวานกลมกล่อม นอกจากนี้ ยังมีไซรัปทำจากผลไม้ตามฤดูกาล เช่น สตรอว์เบอร์รี เมล่อน พีช องุ่น รวมถึงชาเขียวมัทฉะ พร้อมท็อปปิ้งต่างๆ เช่น ถั่วแดงบด ชิราทามะดังโงะ


ร้านน้ำแข็งไส Asami Reizou สาขา Hodosando
เวลาทำการ: 10:00 – 16:30 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันพฤหัสบดี
วิธีการเดินทาง: จากสถานี Nagatoro เดิน 5 นาที
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/7DWnxD9fnNi9kM3V9
11:15 – 12:00 ศาลเจ้าโฮโดซัง

เดินต่อมาตามถนนก็จะเจอ “ศาลเจ้าโฮโดซัง” ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งจิจิบุ ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาโฮโดซัง โดดเด่นด้วยอาคารไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง สีสันสดใสงดงาม ตัดกับความเขียวขจีของขุนเขาที่โอบกอดไว้
ในฤดูใบไม้ร่วง ช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน ศาลเจ้าโฮโดซังเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามมาก โดยเฉพาะตอนกลางคืนที่มีการประดับไฟ Light-up




ศาลเจ้าแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,900 ปี สร้างขึ้นเมื่อประมาณ ค.ศ.110 โดยประดิษฐานเทพแห่งขุนเขาและเทพแห่งไฟ จึงได้ชื่อว่า “ภูเขาที่ยับยั้งไฟ” เชื่อกันว่าช่วยประทานพรในเรื่องการป้องกันอัคคีภัย ภัยพิบัติ การโจรกรรม รวมถึงความสงบสุขในครอบครัว และความเจริญรุ่งเรืองในธุรกิจการค้า


ศาลเจ้าโฮโดซัง (Hodosan Shrine)
ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี: กลางเดือน พ.ย. – ปลายเดือน พ.ย.
เวลาทำการ:
จุดจำหน่ายเครื่องราง 08:30 – 17:00 น. (เม.ย.-ก.ย.) / 08:30 – 16:30 น. (ต.ค.-มี.ค.)
งาน Light-up (พ.ย.) 17:00 – 21:00 น.
วิธีการเดินทาง: จากสถานี Nagatoro เดิน 15 นาที
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/t7sQzxYgrBouzHQx7
12:00 – 13:15 ขึ้นกระเช้าลอยฟ้า เที่ยวโฮโดซัง

จากศาลเจ้าโฮโดซังตรงเชิงเขา เดินมาราว 10 นาที เพื่อขึ้นกระเช้าลอยฟ้า Hodosan Ropeway ที่สถานี Sanroku Station นั่งเพียง 5 นาที ก็ถึงบนยอดเขาโฮโดซัง ความสูง 497 เมตร เป็นจุดชมวิวพาโนรามา มองเห็นเมืองเบื้องล่าง แม่น้ำคดเคี้ยว และทิวเขาสลับซับซ้อน


บนยอดเขามีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ทั้งศาลเจ้าโฮโดซังโอคุมิยะ สวนสัตว์ขนาดย่อม ฯลฯ

SUSABINO TERRACE จุดชมวิวพร้อมที่นั่งพักผ่อน สามารถทอดสายตาชมทัศนียภาพอันกว้างไกลสุดสายตาของภูเขาบุโค ทิวเขาจิจิบุ และหุบเขานากาโทโร่ โดยคำว่า SUSABI (ซุซาบิ) หมายถึง “จิตวิญญาณแห่งการเล่นสนุกอย่างอิสระ” เป็นพื้นที่ให้ปล่อยใจและผ่อนคลายไปกับธรรมชาติรอบตัว

สามารถซื้อของกินได้ที่ SUSABINO KITCHEN คาเฟ่ที่มีทั้งข้าวปั้น ของทานเล่น ซอฟต์ครีม และเครื่องดื่มต่างๆ แนะนำให้ลองมิโซะโปเตโต้ หรือมันฝรั่งซอสมิโซะ ของกินขึ้นชื่อของแถบจิจิบุ

ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ตั้งแต่กลางเดือนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน ยอดเขาจะถูกปกคลุมด้วยสีส้มแดงสวยงาม นอกจากนี้ ยังมีสวนดอกไม้หลากหลายตามฤดูกาล เช่น ดอกโรไบ (ก.พ.-เม.ย.), ดอกบ๊วย (ก.พ.-มี.ค.), ดอกซากุระ (มี.ค.-เม.ย.) เป็นต้น
กระเช้าลอยฟ้าโฮโดซัง (Hodosan Ropeway)
ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี: กลางเดือน พ.ย. – ปลายเดือน พ.ย.
ค่าบริการกระเช้าลอยฟ้า:
ผู้ใหญ่ (อายุ 12 ปีขึ้นไป) เที่ยวเดียว 700 เยน / ไป-กลับ 1,200 เยน
เด็ก (อายุ 3 ปีขึ้นไป) เที่ยวเดียว 350 เยน / ไป-กลับ 600 เยน
เวลาทำการ:
กระเช้าลอยฟ้า เปิด 09:40 – 17:00 น. (ให้บริการเฉพาะบางฤดูกาล)
SUSABINO KITCHEN เปิด 11:00 – 15:30 น.
วิธีการเดินทาง: จากสถานี Nagatoro นั่ง Shuttle Bus บริการฟรี หรือเดิน 20 นาที มาถึงจุดขึ้นกระเช้า
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/1sZdqATMP5JfrwiV9
13:15 – 14:10 มื้อเที่ยงของขึ้นชื่อจิจิบุ ร้าน Chinbata

กลับไปกินมื้อเที่ยงกันบริเวณสถานี Nagatoro ที่มีของกินท้องถิ่นขึ้นชื่อมากมาย
ซึ่งจากจุดขึ้นกระเช้าลอยฟ้าโฮโดซัง กลับไปยังสถานี Nagatoro สามารถนั่ง Shuttle Bus บริการฟรีได้เลย จุดขึ้นรถบัสอยู่บริเวณลานจอดรถ Hodosanroku Parking Lot

ขอแนะนำร้าน Chinbata ที่มีเมนูดังอย่าง “ข้าวหน้าหมูย่างซอสมิโซะ” และ “ข้าวหน้าหมูทอดวาราจิคัตสึ”

ทั้ง 2 เมนูนี้เป็นอาหารท้องถิ่นในแถบจิจิบุที่สืบทอดกันมายาวนาน “จิจิบุ บูตะมิโซะด้ง” หรือข้าวหน้าหมูย่างซอสมิโซะ เป็นหมูชิ้นใหญ่หนานุ่ม หมักซอสมิโซะสูตรพิเศษจนเข้าเนื้อ รสชาติกลมกล่อม ย่างจนกลิ่นหอม

ส่วน “วาราจิคัตสึด้ง” หรือข้าวหน้าหมูทอดวาราจิคัตสึ จะเป็นหมูทอดชิ้นใหญ่แบน ฉ่ำซอสโชยุสูตรเฉพาะ รสหวานเค็ม เข้มข้น

ใครอยากลองทั้ง 2 เมนู ให้สั่ง “จิจิบุ เมบุตสึ W ด้ง” เป็นเมนูที่ทางร้านรวม 2 อย่างมาเลย สั่งจานเดียว ได้ลองครบ อร่อยเข้มข้น เป็นรสชาติที่หาทานที่ไหนไม่ได้

ร้าน Chinbata สาขา Nagatoro ekimae
เวลาทำการ:
วันธรรมดา 11:00 – 15:00 น. / 16:00 – 20:00 น. (ออเดอร์สุดท้าย 19:30 น.)
วันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 11:00 – 20:00 น. (ออเดอร์สุดท้าย 19:30 น.)
วันหยุด: หยุดทุกวันพฤหัสบดี
การเดินทาง: ตั้งอยู่บริเวณหน้าสถานี Nagatoro ออกจากสถานีแล้วเดินไม่ถึง 1 นาที
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/bBTTqSXbxpj3CDrx5
14:10 – 14:55 ลานหินอิวาดาทามิ และกิจกรรมล่องเรือ

มาถึงไฮไลท์ของทริปนี้ จุดชมวิวที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองนากาโทโร่ “Nagatoro Iwadatami” ต้องมาเยือนให้ได้ โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วง ช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน หุบเขาจะถูกปกคลุมไปด้วยใบไม้สีส้มแดง

ลานหินอิวาดาทามิ เดินทางมาง่าย อยู่ใกล้สถานี Nagatoro แต่วิวธรรมชาติสวยอลังการมาก ด้วยลักษณะทางธรณีวิทยาอันโดดเด่นของหินผลึกที่เรียงตัวเป็นชั้นๆ เกิดจากความร้อนและความดันใต้ผิวโลก ตั้งแต่เมื่อ 66-85 ล้านปีก่อน สวยงามตระการตาจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ทางธรรมชาติของประเทศญี่ปุ่น

เมื่อมองไปฝั่งตรงข้ามจะเห็นหน้าผาสูงชันที่เรียกว่า Chichibu Red Cliff หรือหน้าผาแดงจิจิบุ

และกิจกรรมยอดนิยมที่นี่ก็คือ “ล่องเรือโบราณเมืองนากาโทโร่” หรือ Nagatoro Line Kudari สัมผัสประสบการณ์นั่งเรือไม้แบบดั้งเดิมที่บังคับโดยคนพายเรือ ล่องไปตามแม่น้ำอาราคาวะ ชมทิวทัศน์ชั้นหินและหน้าผา

เส้นทางล่องเรือจะมีทั้งช่วงที่น้ำนิ่งสงบ สายน้ำเอื่อยๆ สบายๆ และช่วงแก่งน้ำเชี่ยว เพิ่มความสนุกตื่นเต้น ได้ชมวิวธรรมชาติ และหินแปลกตาอย่างใกล้ชิดตลอดทาง

โดยมี 2 คอร์สให้เลือก ระยะทางคอร์สละประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาคอร์สละประมาณ 20 นาที

ล่องเรือโบราณเมืองนากาโทโร่ (Nagatoro Line Kudari)
ช่วงเวลาเปิดให้บริการ: 10 มี.ค. – 4 ธ.ค.
เวลาทำการ: 09:00 น. จนถึงประมาณ 16:00 น. (เวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลง หรืองดให้บริการชั่วคราว ขึ้นกับสภาพอากาศและระดับน้ำ)
ราคา:
ผู้ใหญ่ (นักเรียนมัธยมต้นขึ้นไป) 2,000 เยน / ช่วงพีค 2,200 เยน
เด็ก (อายุ 3 ปีขึ้นไป) 1,000 เยน / ช่วงพีค 1,100 เยน
วิธีการเดินทาง: จากสถานี Nagatoro เดิน 2 นาที มายังจุดซื้อตั๋ว
สำหรับคอร์ส A มีบริการรถบัสรับ-ส่งฟรี ไปยังจุดขึ้นเรือ
สำหรับคอร์ส B ขึ้นเรือที่ลานหินอิวาดาทามิ
พิกัดจุดซื้อตั๋ว https://maps.app.goo.gl/ZNi9xYLgND2DZmybA
ลานหินอิวาดาทามิ (Nagatoro Iwadatami)
ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี: กลางเดือน พ.ย. – ปลายเดือน พ.ย.
วิธีการเดินทาง: จากสถานี Nagatoro เดิน 5 นาที
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/kGFf2GZMMk8AzyVZ8
14:55 – 15:15 เดินทางไปตัวเมืองจิจิบุ

ต่อไปเราจะไปเที่ยวกันต่อในตัวเมืองจิจิบุ ซึ่งมีถนนคนเดินเก่าแก่ และงานเทศกาลยิ่งใหญ่ยามค่ำคืน
จากสถานี Nagatoro ใช้ตั๋วใบเดิม SEIBU 1Day Pass + Nagatoro ขึ้นรถไฟได้ไม่อั้น นั่งรถไฟประมาณ 20 นาที ลงสถานี Chichibu
15:15 – 16:00 ศาลเจ้าจิจิบุ

จากสถานี Chichibu เดินออกมาราว 4 นาที ก็จะเจอ “ศาลเจ้าจิจิบุ” อยู่บนถนนบันบะ ที่นี่เป็นสถานที่จัดงานเทศกาลยิ่งใหญ่ที่สุดของจิจิบุ “งานเทศกาลยามค่ำคืนจิจิบุ” หรือ Chichibu Night Festival

ศาลเจ้าจิจิบุก่อตั้งขึ้นเมื่อราว 2,100 ปีก่อน ขึ้นชื่อในการขอพรเพื่อขจัดสิ่งชั่วร้ายและป้องกันภัยอันตราย

โดยอาคารหลักมีความสวยงามโดดเด่น ด้วยภาพแกะสลักบนอาคารไม้ที่มีสีสันสดใสสวยงาม มีการบำรุงทาสีใหม่ทุกๆ 50 ปี รักษาไว้ซึ่งรูปแบบสถาปัตยกรรมยุคเอโดะตอนต้น และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของจังหวัดไซตามะ

ภายในศาลเจ้าสามารถเสี่ยงทาย “โอมิคุจิน้ำ” เมื่อนำกระดาษคำทำนายไปจุ่มน้ำในลำธาร ข้อความคำทำนายจะปรากฏขึ้นมา และยังมีเครื่องรางมากมาย เช่น เครื่องรางเทพเจ้าสายฟ้า ป้องกันภัยอันตราย (災難除け) เครื่องรางแห่งความสำเร็จในการงาน (出世守り) เป็นต้น

ทุกวันที่ 2-3 ธันวาคม ของทุกปี ศาลเจ้าจิจิบุและถนนบันบะแห่งนี้จะเต็มไปด้วยผู้คนและแสงสีกับ “งานเทศกาลยามค่ำคืนจิจิบุ” ซึ่งตรงกับช่วงวันหยุดที่ไทยพอดี เดินชมงานและดูพลุท่ามกลางอากาศหนาวๆ ต่างจากงานเทศกาลหรืองานพลุอื่นในญี่ปุ่นที่จะจัดในฤดูร้อน

ซึ่งงานเทศกาลนี้เป็น 1 ใน 3 เทศกาลแห่ขบวนเกี้ยวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้โดย UNESCO
บรรยากาศงานคึกคัก เต็มไปด้วยของกิน ร้านแผงลอยเรียงราย อากาศหนาวๆ ดื่มสาเกได้ฟินๆ แถมช่วงฤดูหนาวอากาศดี ท้องฟ้าใส ได้ชมพลุสวยๆ แน่นอน

เกี้ยวขนาดใหญ่หนักกว่า 10-20 ตัน จำนวน 6 คัน ประดับด้วยงานแกะสลักไม้ลงรักปิดทองอย่างวิจิตร ถูกแห่ไปรอบเมือง มีการแสดงละครคาบูกิโบราณ และเสียงดนตรีสนุกสนาน พอช่วงค่ำจะมีการแสดงพลุอย่างยิ่งใหญ่ จนท้องฟ้าสว่างไสวอยู่ด้านหลังขบวนเกี้ยวที่งดงาม
ทั้งนี้ สามารถสัมผัสบรรยากาศของ “งานเทศกาลยามค่ำคืนจิจิบุ” ได้ตลอดทั้งปี ที่พิพิธภัณฑ์ Chichibu Festival Museum

งานเทศกาลยามค่ำคืนจิจิบุ (Chichibu Night Festival): 2-3 ธ.ค.
2 ธ.ค. แห่เกี้ยวช่วงเที่ยง จนถึงประมาณ 20:00 น.
3 ธ.ค. แห่เกี้ยวและการแสดงตั้งแต่ช่วงเช้าถึงค่ำ / จุดพลุประมาณ 19:30 – 22:00 น.
ศาลเจ้าจิจิบุ (Chichibu Shrine)
เวลาทำการ: 06:00 – 20:00 น.
วิธีการเดินทาง: จากสถานี Seibu-Chichibu เดิน 12 นาที
หรือจากสถานี Chichibu เดิน 4 นาที
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/2FdDMX4MM4piNgqU7
Chichibu Festival Museum
เวลาทำการ: 09:00 -17:00 น.(เม.ย.-พ.ย.)/ 10:00 – 17:00 น.(ธ.ค.-มี.ค.)
※เข้าก่อน 16:30 น.
วันหยุด:
มี.ค.-พ.ย. หยุดวันอังคารที่ 4 และ 5 ของเดือน
ธ.ค.-ก.พ. หยุดทุกวันอังคาร
หยุด 29 ธ.ค. – 1 ม.ค.
※เดือน ธ.ค. เวลาทำการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามกำหนดการจัดงานเทศกาลยามค่ำคืนจิจิบุ
※เปิดให้บริการในวันหยุดนักขัตฤกษ์
วิธีการเดินทาง: จากสถานี Seibu-Chichibu เดิน 10 นาที
หรือจากสถานี Chichibu เดิน 2 นาที
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/wXDvF7HHzzkSC9kz8
16:00 – 17:00 ถนนบันบะ

ออกจากศาลเจ้าจิจิบุ เดินถนนบันบะกันต่อ ถนนบันบะเป็นย่านร้านค้าเก่าแก่ของเมืองจิจิบุ บรรยากาศอบอุ่น คงกลิ่นอายของยุคไทโช-โชวะเอาไว้ มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขนม เบเกอรี่ บาร์ ร้านขายเหล้า และที่พัก

เรามาแวะกันที่ร้าน Pari Shokudo ร้านอาหารสไตล์โชวะระดับตำนาน ตัวอาคารร้านเป็นสถาปัตยกรรมยุคโชวะ ก่อสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1927

เข้ามาในร้านยิ่งรู้สึกเหมือนย้อนเวลา เราสั่งข้าวห่อไข่และครีมโซดา รสชาติอร่อยกลมกล่อมมาก เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและเสน่ห์ของอาหารโฮมเมดยุคสมัยก่อน ทั้งหน้าร้าน บรรยากาศ และหน้าตาอาหาร เหมือนอยู่ในหนังหรือการ์ตูนย้อนยุคเลยจริงๆ


บนถนนบันบะยังมีอีกหลายร้าน ทั้ง Meat of Yasudaya ร้านเมนจิคัตสึเก่าแก่ขึ้นชื่อ, Imo urara ร้านมันหวานยอดฮิต, Sun Dolce ร้านเจลาโต้โฮมเมด วัตถุดิบท้องถิ่น, Parlor Koizumi คาเฟ่เรโทรสไตล์โฮมเมด ฯลฯ

เป็นถนนที่ให้บรรยากาศย้อนวันวาน เดินเพลิน เต็มไปด้วยของกินอร่อย ยิ่งช่วง “เทศกาลยามค่ำคืนจิจิบุ” ถนนเส้นนี้ก็จะมีบรรยากาศคึกคักมาก

ถนนบันบะ (Banba Street)
วิธีการเดินทาง : จากสถานี Seibu-Chichibu เดิน 9 นาที
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/gTW42uiJmVMN2mjH6
17:00 – 18:00 ซื้อของฝาก แช่ออนเซ็น

เดินกลับมาที่สถานี Seibu-Chichibu ก่อนขึ้นรถไฟ สามารถแวะพักกันได้ที่ Seibu Chichibu Ekimae Onsen Matsurinoyu อยู่หน้าสถานีเลย เป็นศูนย์รวมทุกอย่างที่ขึ้นชื่อของจิจิบุ


ร้านของฝาก (Chichibu Miyage Ichi) มีทั้งขนมหน้าตาน่ารักสำหรับซื้อเป็นของฝาก วัตถุดิบอาหารขึ้นชื่อ สินค้าท้องถิ่นที่ระลึก ไปจนถึงสาเกที่มีเฉพาะในจิจิบุ รวมถึงมีมุมให้นั่งจิบเบียร์สาเกด้วย

เดินเข้าไปด้านในก็จะเจอศูนย์อาหาร (Nomikuidokoro Matsuri no Utage) ร้านเรียงรายให้เลือก รวมเมนูขึ้นชื่อของจิจิบุไว้ครบ ทั้งข้าวหน้าหมูทอดวาราจิคัตสึ ข้าวหน้าหมูย่างซอสมิโซะ และโซบะ

และที่น่าแวะที่สุด คือ ออนเซ็น เหมาะแช่คลายความเหนื่อยล้าก่อนกลับ มีบ่อกลางแจ้งเห็นวิวธรรมชาติสวยๆ บ่อในร่มก็มี มีบ่อน้ำร้อนหลากหลายแบบให้เลือก และมีซาวน่าด้วย

Seibu Chichibu Ekimae Onsen Matsurinoyu
เวลาทำการ:
ออนเซ็น เปิด 10:00 – 22:00 น. (เข้าก่อน 21:30 น.)
ร้านของฝาก Chichibu Miyage Ichi วันธรรมดาเปิด 09:00 – 18:30 น. / วันเสาร์อาทิตย์เปิด 09:00 – 19:30 น.
ฟู้ดคอร์ท Nomikuidokoro Matsuri no Utage วันธรรมดาเปิด 11:00 – 18:30 น. / วันเสาร์อาทิตย์เปิด 11:00 – 19:30 น.
วิธีการเดินทาง: หน้าสถานี Seibu-Chichibu
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/WousMNv5GbqtM9Ec9
18:00 – 19:30 เดินทางกลับโตเกียว

หลังจากแช่ออนเซ็นจนสบายตัว ก็ขึ้นรถไฟกันด้วยตั๋ว SEIBU 1Day Pass + Nagatoro คุ้มมาก ตั๋วใบเดียวใช้ได้ทั้งวัน ยิ่งใช้ตั๋วแบบดิจิทัล สแกน QR Code ง่ายและรวดเร็วมาก

จากสถานี Seibu-Chichibu นั่งรถไฟกลับสถานี Ikebukuro แนะนำให้นั่งรถไฟแบบด่วน Laview Limited Express เหมือนตอนขามา นั่งสบายมาก เดินทางรวดเดียวแค่ประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที
ถ้ารถไฟธรรมดาใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที
โดยสามารถจองรถไฟด่วนได้ ที่นี่
ช่วงงานเทศกาลยามค่ำคืนจิจิบุ แนะนำให้จองตั๋วรถไฟด่วนล่วงหน้า (สามารถจองได้ล่วงหน้า 1 เดือน เปิดจองเวลา 07:00 น.)
จบทริป 1 วัน จิจิบุ-นากาโทโร่ เต็มอิ่มกับวิวธรรมชาติในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เทศกาลยามค่ำคืนตระการตา และยังเต็มอิ่มกับของอร่อยของจิจิบุด้วย
หากใครไปเที่ยวโตเกียวช่วง พ.ย.-ธ.ค. แล้วอยากไปพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติและบรรยากาศย้อนยุค ก็เพิ่มทริปจิจิบุ-นากาโทโร่ ไว้ในแพลนได้เลย!
และจริงๆ แล้ว ตั๋ว SEIBU 1Day Pass + Nagatoro ยังสามารถเที่ยวได้อีกเลยที่เลย เช่น เมืองเก่าคาวาโกเอะ เมืองฮันโน สามารถใช้ตั๋วนี้วางแพลนเที่ยวตามชอบกันได้เลย
สรุปการเดินทางไปจิจิบุ-นากาโทโร่
เดินทางจากโตเกียว ขึ้นรถไฟที่สถานี Ikebukuro
– ไปสถานี Seibu-Chichibu ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า
– เปลี่ยนสายรถไฟ เดินประมาณ 6 นาที ขึ้นรถไฟที่สถานี Ohanabatake
– นั่งต่อไปสถานี Nagatoro ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
สำหรับคนที่อยากเที่ยวทั้งจิจิบุและนากาโทโร่
ใช้ตั๋ว SEIBU 1Day Pass + Nagatoro
ตั๋วแบบเหมาไม่อั้น 1 วัน สำหรับรถไฟ Chichibu Line และรถไฟ SEIBU ทุกสาย (ยกเว้น Tamagawa Line)
ราคา: ผู้ใหญ่ 2,000 เยน / เด็ก 700 เยน
(ราคาปกติ จากสถานี Ikebukuro ไปสถานี Nagatoro เที่ยวละ 1,350 เยน)
สำหรับคนที่อยากเที่ยวจิจิบุอย่างเดียว
ใช้ตั๋ว SEIBU 1 Day Pass
ตั๋วแบบเหมาไม่อั้น 1 วัน สำหรับรถไฟ SEIBU ทุกสาย (ยกเว้น Tamagawa Line)
ราคา: ผู้ใหญ่ 1,500 เยน / เด็ก 300 เยน
(ราคาปกติ จากสถานี Ikebukuro ไปสถานี Seibu-Chichibu เที่ยวละ 800 เยน)
อัปเกรดรถไฟด่วน Laview Limited Express
รถไฟเบาะกว้าง นั่งสบาย กระจกบานใหญ่ เดินทางรวดเร็ว
จ่ายเพิ่มเที่ยวละ 900 เยน
แจ้งที่หน้าเคาน์เตอร์ได้ หรือจองออนไลน์ได้ ที่นี่
ช่องทางซื้อตั๋ว SEIBU 1 Day Pass และ SEIBU 1 Day Pass + Nagatoro

– SEIBU Tourist Information Center สถานี Ikebukuro
– ซื้อออนไลน์ผ่าน Klook คลิก ที่นี่ (แลกรับตั๋วที่สถานี Ikebukuro)
เรื่องแนะนำ :
– Chichibu Area Map รวมสถานที่เที่ยว จิจิบุ
– 1 DAY TRIP in CHICHIBU : แพลนเที่ยวจิจิบุ 1 วัน เมืองน่ารักโอบล้อมด้วยธรรมชาติ
– Kawagoe Area Map รวมสถานที่เที่ยวคาวาโกเอะ
– 1 DAY TRIP in KAWAGOE : แพลนเที่ยวคาวาโกเอะ 1 วัน ย้อนเวลาสู่ยุคเอโดะ
– Tax Free vs. Tax Refund ต่างกันอย่างไร? รู้ไว้ก่อนเดินทางไปช้อปที่ญี่ปุ่น!
#[เที่ยว 1 วัน จิจิบุ-นากาโทโร่] ใบไม้เปลี่ยนสีจุใจ เทศกาลยามค่ำคืนในฤดูหนาว #saitama
