10 ย่านช้อปปิ้งดังในโตเกียว (แถมร้านอร่อย)
โตเกียวย่านไหนเหมาะกับเรา ? คิดหนักกันล่ะสิ จำนวนวันเที่ยวในกรุงโตเกียวของแต่ละคนก็คงจะมีจำกัดใช่ไหมล่ะ จะช้อปย่านไหน จะกินอะไร ก็ต้องวางแผนจนหัวจะปวดล่ะเนอะ งั้นวันนี้ลองมาดูกันว่าไปช้อปย่านไหนกันดี
ใช่! ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์ชัดเจน ขนาดว่า “ย่านช้อปปิ้ง” ก็ยังอุตส่าห์สร้างคาแรกเตอร์ออกมาชัดได้เฉยเลย โดยเฉพาะเมืองใหญ่อย่างกรุงโตเกียว แม้แต่ละย่านจะมีสินค้าที่สามารถสนอง Need พื้นฐานได้ครบ มีหมดทุกสไตล์ แต่ถ้าหากเราไปถูกย่าน เราก็จะพบกับสินค้าที่ถูกจริตเรามากที่สุด เพราะแต่ละย่านจะมีสินค้าที่เหมาะกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ต่างกันไปเป็นจุดขายของย่านนั้น ๆ นั่นเอง
ว่าแล้วก็… มารู้จักคาแรกเตอร์ของย่านช้อปปิ้งชื่อดังในกรุงโตเกียวแต่ละย่านกันเลย (^0^)/
Shinjuku


เริ่มต้นก็ต้องย่านนี้เลย “ชินจูกุ” ซึ่งขออนุญาตเรียกว่าประตูสู่กรุงโตเกียว เพราะพอเราลงเครื่องแล้ว จากสนามบิน… จุดศูนย์กลางการคมนาคมทางบกของเมืองนี้ก็ต้องเป็นย่านนี้เลย ทั้งรถไฟและรถบัสจะมารวมศูนย์ฯ กันที่นี่เป็นหลัก (ย่านนี้มีฉายาว่า “Busiest Train Station In The World” ด้วยนะ) ดังนั้นย่านนี้จึงมีทั้งโรงแรมขนาดน้อยใหญ่ ห้างฯ ดัง และร้านอาหาร ทั้งที่อยู่บนตึกสูง ข้างทาง และใต้ดิน ให้บริการอยู่เป็นจำนวนมหาศาล จึงมีอีกฉายาหนึ่งว่า “Mecca For Shopping, Eating, And Relaxing” คาแรกเตอร์เด่นของย่านนี้จึงเป็น “ความครบ” หรือย่านที่มีทุกสิ่งให้เลือกสรรนั่นเอง 😉
ร้านอาหารอร่อย ๆ ในย่านนี้ก็ยังคงคอนเซ็ปต์ “ความครบ” คือมีทุกสไตล์ จะขอแนะนำร้านดังในดวงใจของนักท่องเที่ยวชาวไทยมาช้านาน นั่นก็คือ Mo-Mo-Paradise สาขาที่รู้จักกันเป็นอย่างดีก็คือ สาขา Kabukicho (อ่อ! ถ้าชอบสไตล์ปิ้งย่าง ร้าน Rokkasen ก็ดีนะ)
Mo-Mo-Paradise Shinjuku Kabukicho (Main Store)
ร้านชาบูชาบู (น้ำใส/จิ้มพอนสึหรือซอสงา) +สุกี้ยากี้ (น้ำดำ/จิ้มไข่ดิบ) ที่อยู่ในโซนสายเที่ยวกลางคืนของย่านชินจูกุ ซึ่งปัจจุบันมีสาขาในไทยด้วย ถ้ามาช้อปปิ้งย่านนี้ แล้วปิดท้ายเป็นมื้อค่ำที่ร้านนี้ก็ถือว่าดีงามเลยทีเดียว

ที่ตั้ง: ชั้น 8 ตึก Humax Pavilion
เวลาทำการ: วันธรรมดา 17.00 – 22.30 น. / วันหยุด 11.30-15.00 น. และ 17.00-22.30 น.
การชำระเงิน: เงินสด, Visa, Master, Jcb, Union Pay, Alipay, Line Pay, Paypay เป็นต้น
เว็บไซต์: https://mo-mo-paradise.com/
Google Map: Mo-Mo-Paradise Shinjuku Kabukicho
Ueno

อุเอโนะถือเป็นย่านช้อปปิ้งเก่าแก่ของกรุงโตเกียว เป็นย่านที่เอาใจขาช้อปที่มีไลฟ์สไตล์สบาย ๆ มีบรรยากาศความ “เดินตลาด” บางร้านก็ต่อรองราคากันได้ ย่านนี้จึงมีความเจี๊ยวจ๊าวในการซื้อขายสินค้ากันพอสมควร เส้นที่คนพลุกพล่านมากที่สุดคือ “Ameyayokocho Shotengai” จุดนี้มีของกินที่เป็นทั้งของสดของแห้งให้เราเลือกซื้อไปชิมหรือซื้อเป็นของฝากกันได้ และถ้าพูดถึงของฝาก ย่านนี้ก็จัดว่ามีชื่อเสียง โดยเฉพาะที่ตึกม่วง หรือห้าง Takeya ที่นักท่องเที่ยวไทยที่มาเยือนกรุงโตเกียวมักจะแวะช้อปของฝากกันก่อนกลับบ้าน และย่านนี้ยังอยู่ติดกับสวนอุเอโนะที่เป็นจุดชมซากุระบานเลื่องชื่อของกรุงโตเกียว ช่วงฤดูใบไม้ผลิย่านนี้จึงจะยิ่งพลุกพล่านขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

อีกหนึ่งความจึ้งของย่านอุเอโนะก็คือ ร้านของกินที่เรียงรายกันอยู่สองข้างทาง ทั้งร้านซูชิ ร้านเนื้อย่าง ร้านข้าวหน้าปลาไหล ฯลฯ ซึ่งเป็นเมนูเด่นในย่านนี้ให้เลือกเข้าไม่ถูกเลยล่ะ แม้แต่ในสวนอุเอโนะยังมีร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม (Kaiseki) ที่มีชื่อเสียงซ่อนตัวอยู่เลย
ร้านที่จะแนะนำก็คือ Izuei เป็นร้านข้าวหน้าปลาไหล หนึ่งในเมนูยอดฮิตที่แสดงถึงความเฟื่องฟูทางด้านอาหารของย่านนี้มาตั้งแต่สมัยเอโดะ
Izuei (Main Restaurant)
ร้านข้าวหน้าปลาไหลที่มีความเก่าแก่ สืบทอดสูตรกันมาตั้งแต่สมัยเอโดะกว่า 9 รุ่น เรื่องทักษะและความพิถีพิถันในการปรุงปลาไหลนั้นไร้ข้อกังขา ปัจจุบันมีสาขาในย่านอุเอโนะถึง 3 สาขา แถมยังอยู่ใกล้กันมาก ๆ ทุกร้านเดินแค่ไม่กี่นาทีจากสถานี Jr Ueno
ที่ตั้ง: 2-12-22 Ueno, Taito-Ku (ใกล้สถานี Jr Ueno)
เวลาทำการ: 11.00 – 21.00 น. (เปิดทุกวัน)
การชำระเงิน: เงินสด และบัตรเครดิต
เว็บไซต์: https://izuei.co.jp/
Google Map: Izuei
Ginza

สวยหรู ดูแพง ต้องย่านนี้ กินซ่า! ย่านที่จัดว่ามีราคาที่ดินสูงที่สุดในญี่ปุ่น ทำให้ร้านค้าต่าง ๆ ในย่านนี้ต่างผลักดันตัวเองให้ดูแพงตามราคาที่ดินไปด้วย สินค้าส่วนใหญ่ก็คือแบรนด์เนมหรูระดับท็อป ๆ คาแรกเตอร์เด่นของย่านนี้ก็คือความเป็นพื้นที่เดินเล่นของนักช้อประดับบนนั่นเอง
ดังนั้น ย่านกินซ่าแห่งนี้จึงเต็มไปด้วยห้างใหญ่ ร้านค้า รวมไปถึงร้านอาหารหรู ๆ (แบบธรรมดา ๆ ก็มี… แต่ถ้าร้านไหน “ธรรมดา” เกินไป ท่าทางจะอยู่ย่านนี้ยาก ^^”) และจุดหลัก ๆ ที่อยากแนะนำขาช้อปก็คือ ห้าง Ginza Six, ห้าง Wako, Hakuhinkan Toy Park, และตึกเครื่องเขียน 12 ชั้น “Itoya” ที่ไม่ควรพลาด
ตอนแรกว่าจะแนะนำร้านคาเฟ่ในย่านนี้ เพราะมีดี ๆ เจ๋ง ๆ อยู่เพียบ! แต่ถ้าพูดถึงเรื่องกิน ร้านที่โดดเด่นในย่านนี้และจะไม่แนะนำเลยก็คงจะไม่ได้ นั่นก็คือโรงเบียร์ Ginza Lion
Ginza Lion Building
โรงเบียร์ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น เปิดมาตั้งแต่ปี 1934 แถมตึกนี้ยังได้รับการบันทึกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นอีกด้วย ปัจจุบันยังคงเปิดให้บริการในสไตล์เหมือนผับ “Beer Hall Lion Ginza” มีความเป็นโรงเบียร์เยอรมันย้อนยุค ภายใต้การดูแลของเบียร์ซัปโปโร (Sapporo Breweries) แน่นอนว่าเสิร์ฟเครื่องดื่มเบียร์เป็นหลัก ส่วนอาหารก็เป็นอาหารตะวันตก อาทิ Roast Beef, สตู, ไส้กรอก, อาหารจำพวกกับแกล้ม และของทานเล่นหลากหลาย ร้านนี้พอตกค่ำก็จะเห็นนักท่องเที่ยวยืนออรอคิวเพื่อเข้าร้านจนเป็นภาพที่ชินตา

ที่ตั้ง: 7-9-20 Ginza Lion Bldg. ชั้น 1 (ใกล้สถานี Ginza)
เวลาทำการ: 11.30 – 22.00 น.
การชำระเงิน: เงินสด บัตรเครดิต และ Digital Payment
เว็บไซต์: https://www.ginzalion.jp/shop/brand/lion/shop1.html
Google Map: Ginza Lion Building
Harajuku

แต่ไหนแต่ไร… คาแรกเตอร์ที่รู้จักกันดีของย่านนี้ก็คือ “ความวัยรุ่น” เพราะในช่วงวันหยุดที่ฮาราจูกุรวมถึงสวนสาธารณะโยโยงิที่อยู่ติดกัน ก็จะมีวัยรุ่นหนุ่มสาวแต่งตัวแหวกแนวในสไตล์ของตัวเอง ออกมาเดินเล่น โชว์ตัว โชว์ของ (ร้อง เล่น เต้นรำ) กันมากมาย จึงมีหลาย ๆ ร้านในย่านฮาราจูกุนี้จัดสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่นที่เอาใจเทรนด์ของวัยทีนอยู่เยอะเลยทีเดียว ร้านค้าต่าง ๆ ในย่านนี้มักจะโชว์ความเป็น Pop Culture มีความ In-Trend มีความเก๋ไก๋ รวมถึงตกแต่งด้วยสีสันที่ค่อนข้างสดใส ผิดวิสัยของการใช้สีสันในสไตล์ของคนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมอยู่พอสมควร (แต่ถ้าใครช้อปความอินเทรนด์+ความแบรนด์ อย่าพลาดย่านที่อยู่ติดกัน นั่นก็คือ Omotesando ที่สามารถเดินช้อปต่อได้ยาว ๆ ถึงย่าน Shibuya เลยทีเดียว)
ร้านของกินในย่านนี้ที่ได้รับความนิยมจะเป็นพวกของว่าง Street Food หรือไม่ก็คาเฟ่ ซะเป็นส่วนใหญ่ และร้านที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานก็คือ Marion Crepes
Marion Crepes
ร้านเครปญี่ปุ่นในตำนานที่นักท่องเที่ยวไทยไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัยที่มีโอกาสได้ไปเยือนฮาราจูกุต้องได้เห็น หรือไม่ก็ได้ลองชิมกันมาบ้างแล้ว เพราะเขาเปิดในรูปแบบ Food Truck มาตั้งแต่ปี 1976 ก่อนที่จะมาตั้งสาขาอย่างชัดเจนบนถนน Takeshita ในย่าน Harujuku แห่งนี้ เครปที่ได้รับความนิยมก็คือไส้สตรอว์เบอร์รีไส้ถั่วแดง รวมไปถึงแบบเพิ่มวิปครีมขั้นสุด แถมยังมีไส้คาวด้วยนะ อย่าพลาดไปลองกัน

ที่ตั้ง: 1-6-15 Jingumae, Shibuya (ใกล้สถานี Harajuku, Takeshima Exit)
เวลาทำการ: 10.30 – 20.30 น.
การชำระเงิน: เงินสด บัตรเครดิต และ Digital Payment
เว็บไซต์: https://www.marion.co.jp/
Google Map: Marion Crepes
Akihabara
ย่านแห่งความสดใสอีกแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว เป็นย่านในฝันของเหล่า Otaku หรือผู้ที่ชื่นชอบตัวการ์ตูน คาแรกเตอร์หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างเป็นจริงเป็นจัง เข้าขั้นที่เรียกได้ว่ามัวเมาในสิ่งนั้น เพราะย่านอากิฮาบาระนี้ มีของสะสมของคนรักตัวการ์ตูน ฟิกเกอร์ หนังสือ การ์ดเกม ของที่ลึกเฉพาะกลุ่ม ฯลฯ อยู่มากมาย แถมยังมีให้เลือกเยอะมากจนต้องใช้โชคในการเลือกช้อป แบบที่เรียกได้ว่า “ตาดีได้ ตาร้ายเสีย” กันเลยทีเดียว และถ้ามาในย่านนี้ เราจะได้เห็นเหล่า Cosplayer แต่งตัวกันแบบจัดเต็มอยู่บ่อย ๆ เลยล่ะ
ร้านอาหารในย่านนี้มีร้านอร่อย ๆ หลากหลายเมนู หลากหลายประเภทเลย แต่ที่โดดเด่นด้วยความเป็นย่าน Akihabara แห่งนี้ ก็จะเป็นสไตล์ Maid Café ซึ่งตอบโจทย์ความชื่นชอบเฉพาะกลุ่มได้เป็นอย่างดีทีเดียว งั้นขอแนะนำเป็นร้าน @Home Café ละกัน เพราะอยู่ไม่ไกลจากสถานีเท่าไรนัก
At-Home Cafe
เมดคาเฟ่ที่จะมีเหล่าคุณเมดมาคอยดูแลเทคแคร์คุณลูกค้า เอาใจดั่งเป็น “นายท่าน” ไม่ว่าจะท่านหญิงหรือท่านชาย สามารถมาใช้บริการได้หมด บริเวณร้านกว้างขวาง บรรยากาศสบาย ๆ เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มง่าย ๆ จำพวกข้าวห่อไข่ ข้าวแกงกระหรี่ เค้ก และพาร์เฟ่ต์ เป็นต้น แต่จะเน้นเรื่องประสบการณ์การให้บริการและความบันเทิง
ที่ตั้ง: 1-7-6 Sotokanda, Chiyoda-Ku, Akiba Cultures Zone ชั้น 5
เวลาทำการ: 11.00 – 22.00 น. (เสาร์-อาทิตย์ เปิด 10.00 น.)
การชำระเงิน: เงินสด บัตรเครดิต และ Digital Payment
เว็บไซต์: https://www.cafe-athome.com/
Google Map: At-Home Cafe
Asakusa

Asakusa เป็นย่านช้อปปิ้งยอดนิยมของนักท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของกรุงโตเกียว เนื่องจากเป็นที่ตั้งของวัดเซนโซจิ (วัดอาซาคึสะ) ที่เป็น Tourist Spot ยอดนิยม หลังจากขอพรไหว้พระแล้ว นักท่องเที่ยวจึงนิยมเดินเล่นช้อปปิ้งกันที่บริเวณถนนคนเดินหน้าวัด หรือ Nakamise-Dori จุดที่จำหน่ายของกินของฝากยอดนิยมในย่านนี้ ดังนั้น ถ้ามาย่านนี้ก็มักจะได้ช้อปของฝากกันเป็นหลัก แต่ว่า… บริเวณรอบ ๆ วัดเซนโซจิ ก็มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร มากมายที่กระจายตัวอยู่ในตรอกซอกซอยให้เดินช้อปเพียบ! ไม่ควรพลาดกันสุด ๆ

ส่วน Street Food ในย่าน Asakusa เป็นที่นิยมไม่น้อย แต่ร้านปิ้งย่าง ร้านชาบูชาบู ร้านซูชิ และร้านกินดื่ม (Izakaya) หลายร้านในย่านนี้ก็โด่งไม่แพ้กัน แต่ก็ไม่รู้ทำไมนะ ร้านเทมปุระมักจะเป็นตัวชูโรงที่ถือว่าเป็นร้านอาหารซึ่งนักท่องเที่ยวต้องมาลิ้มลองกัน อาจจะเป็นเพราะย่านนี้มีร้านเทมปุระเก่าแก่อยู่หลายร้านนั่นเอง งั้นขอแนะนำเป็นร้าน Daikokuya ก็แล้วกัน
Daikokuya Tempura
ร้านเทมปุระเก่าแก่ประจำย่าน Asakusa เปิดมาตั้งแต่ปี 1887 มีความเป็นเทมปุระสไตล์เอโดะดั้งเดิมที่ทอดจนเป็นสีเหลืองทอง ทานกับซอสหวานสูตรพิเศษของทางร้าน ซึ่งถ่ายทอดสูตรลับประจำร้านต่อเนื่องกันมาถึง 5รุ่นแล้ว เมนูแนะนำของร้านคือเทนด้ง (ข้าวหน้าเทมปุระ) อาหารทานง่ายเหมาะกับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากเลยล่ะ
ที่ตั้ง: 1-38-10 Asakusa, Taito-Ku, (เดิน 5 นาทีจากสถานี Asakusa)
เวลาทำการ: 11.00 – 20.30 น.
การชำระเงิน: เงินสด
เว็บไซต์: http://www.tempura.co.jp/english/
Google Map: Daikokuya Tempura
Kappabashi

ไม่ไกลจากย่าน Asakusa ที่สามารถเดินมาได้จากวัดเซนโซจิเลยล่ะ มีย่านลับที่ไม่ลับที่เป็นสวรรค์ของคนครัวอยู่นะ ย่านนี้เรียกว่า Kappabashi (กัปปะบาชิ) ซึ่งก็อยู่บนถนน Kappabashi-Dori นั่นแหล่ะ มีห้างร้านที่จำหน่ายเครื่องครัว ถ้วยชาม ช้อน มีด ฯลฯ อยู่มากมายกว่า 160 ร้าน เป็นที่ซึ่งคนที่ชอบงานครัว หรือคนที่ทำร้านอาหาร น่าจะสามารถเดินช้อปได้ทั้งวัน หรือหลายวันกันแบบเพลิน ๆ เลยทีเดียว สวรรค์ของคนทำอาหารเลยนะ ขอบอก!
และถึงแม้ Kappabashi จะเป็นย่านเครื่องครัว ที่เป็นสวรรค์ของคนทำอาหาร… แต่เราจะละเว้นการแนะนำร้านอาหารในย่านนี้เอาไว้ เพราะสำหรับคนที่มาช้อปสินค้าในย่านนี้ ส่วนใหญ่จะช้อปจริงจัง เต็มที่ก็แวะร้านคาเฟ่เพื่อซื้อกาแฟสักแก้ว แล้วช้อปต่อกันซะมาก ไม่ค่อยแวะกินหรือดื่มอะไรกันแบบเป็นจริงเป็นจังกันนัก (^^)”
Jiyugaoka

ย่านช้อปชิค ๆ เก๋ ๆ ผู้คนไม่พลุกพล่าน ค่อนข้างจะเป็นย่านช้อปที่มีความ Peaceful ที่สุดย่านหนึ่งของกรุงโตเกียว ซึ่งมีลักษณะเป็นถนนคนเดินที่มีกลิ่นอายแบบยุโรป สินค้าในย่านนี้จะมีความเป็นแฟชั่นที่สวมใส่ง่าย แม้จะมีแบรนด์หลักอยู่บ้าง แต่แบรนด์ท้องถิ่นที่เน้นด้านดีไซน์เฉพาะตัวก็มีอยู่เยอะ โดยมีร้านของหวาน ร้านเบเกอรี่ และร้านคาเฟ่เจ๋ง ๆ เป็นจุดเด่นของย่าน ที่นี่จึงเป็นย่านช้อปของสายชิคที่เน้นการเดินช้อปรีแลกซ์แบบชิล ๆ อย่างมีสไตล์ที่แท้จริง

มาช้อปย่าน Jiyugaoka ก็ต้องเข้าร้านคาเฟ่หรือร้านขนม ซึ่งย่านนี้มีที่น่าสนใจเยอะมาก ๆๆๆๆ แต่ก็ขอแนะนำร้านนี้ละกันนะ เพราะมีหลายคนพูดถึง คือ ‘ร้าน Rusa Ruka’
Rusa Ruka
คาเฟ่ที่มาในธีมของแพนเค้ก มีเมนูแพนเค้กนุ่ม ๆ สไตล์โฮมมี่ที่หลากหลายให้เลือกทานคู่กับเครื่องดื่ม แถมยังมีแพนเค้กรีฟิลให้ด้วย ถ้าสั่งเมนูตามเงื่อนไข ใครที่ชอบแพนเค้กและร้านคาเฟ่เก๋ ๆ ก็แนะนำให้ไปลองกันดู
ที่ตั้ง: 1-20-19 Jiyugaoka, Meguro City (เดิน 10นาทีจากสถานี Jiyugaoka)
เวลาทำการ: 09.30 – 20.00 น.
การชำระเงิน: เงินสด บัตรเครดิต และ Digital Payment
เว็บไซต์: https://rusaruka.Com/
Google Map: Rusa Ruka
Nippori

หลายคนอาจจะมีรู้ว่าโตเกียวก็มีย่านผ้า! เมืองไทยมี “พาหุรัด” ฉันใด โตเกียวก็มี “นิปโปริ” ฉันนั้น
Nippori หรือ “Nippori Fabric Town” เป็นย่านสำหรับคนรักงานฝีมือ เพราะนอกจากจะมีร้านที่ขายผ้าสารพัดแบบ ทั้งผ้าจากเมืองนอกและผ้าญี่ปุ่น แล้วยังมีอุปกรณ์เครื่องใช้เกี่ยวกับงานผ้า และงานฝีมืออยู่มากมายให้เลือกช้อปปิ้งกันด้วย ไม่ว่าจะเป็นพวกหนัง กระดุม หัวเข็มขัด ลูกปัด ซิป ไหม ฯลฯ มีร้านค้าในย่านนี้กว่า 90 ร้าน ที่รอตอบสนองนักช้อปที่ชอบสายผ้าสายงานฝีมืออยู่

ในขณะที่อีกฟากฝั่งของสถานี Nippori ก็เป็นย่างเมืองเก่ามี Yanaka Ginza Shopping Street ให้เดินเล่นด้วยเช่นกัน ถ้ามานิปโปริไม่ต้องกลัวขาดทุน ได้ช้อปงานผ้า แถมยังได้ช้อปในย่านเมืองเก่าด้วยนะ

ส่วนในเรื่องอาหารการกิน ขออนุญาตไม่แนะนำร้านในส่วนของย่าน Nippori Fabric Town แต่อยากแนะนำให้ไปอีกฝั่งของสถานี Nippori ซึ่งเป็นย่าน Yanaka Ginza (ย่านของกินและน้องแมว!) แบบว่า… เดินตะลุยกิน Street Food ร้านนู้น ร้านนี้ สนุกนะ! ที่ควรชิมก็มีเมนูโครอกเกะและคัตสึ ข้าวปั้นย่าง ยากิโทริ รวมไปถึงของหวาน และอย่าพลาดเข้าไปชิมกาแฟคั่วสด บดสด รสเข้ม ของย่านนี้กันด้วยน๊า เด็ดมาก!



ที่ตั้ง: Yanaka Ginza Shopping Street
เวลาทำการ: 08.00 – 18.00 น.
การชำระเงิน: เงินสด บัตรเครดิต และ Digital Payment
เว็บไซต์: https://www.yanakaginza.Com/
Google Map: Yanaka Ginza Shopping Street
Shibuya
ตอนแรกเปิดมาด้วยย่านชินจูกุ ย่านแห่งความครบ แบบว่ามีทุกสิ่งให้เลือกสรร งั้นก็ขอปิดท้ายด้วยย่านชิบุย่า ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งย่านที่มี “ความครบ” อยู่เต็มไม่แพ้กัน แต่ส่วนตัวแล้วชอบความเดินง่ายของชิบุย่ามากกว่า รู้สึกได้ถึงการที่ห้างฯ และร้านค้าต่าง ๆ กระจุกตัวอยู่ไม่ไกลกันมาก เรียกว่าถ้าเดินจากสถานีรถไฟสามารถเดินวนได้เลย (ส่วนชินจูกุ… เธอมีความมากไปนะ ว่ามั้ย ทั้งพื้นที่บนดิน และใต้ดิน ช้อปปิ้งที.. ก็เดินขาลากอยู่)
และชิบุย่ายังมีไฮไลต์ดึงดูดนักท่องเที่ยวอยู่ที่อนุสาวรีย์ฮาจิโกะ (น้องหมาผู้มีความซื่อสัตย์) กับห้าแยกชิบุย่าอันโด่งดังด้วย ดังนั้น แม้ร้านอาหารในย่านนี้จะมีเด็ด ๆ เยอะ หรือในห้างย่านจะมี Food Hall ที่โดนใจมากแค่ไหน ร้านที่นักท่องเที่ยวนิยมไปต่อคิวนั่งจิบกาแฟกันต่างหากล่ะที่ชนะเลิศ และร้านนั้นก็คือ Starbucks Shibuya

Starbucks Shibuya Tsutaya (เพิ่ง Renovate แล้วเสร็จ และเพิ่งกลับมาเปิดให้บริการ 25 เม.ย.2567)
คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณกันเยอะ สำหรับร้านกาแฟแบรนด์ดังที่มีชื่อเสียงอยู่ทั่วทุกมุมโลก ซึ่งสาขาชิบุย่านี้นอกจากกาแฟมาตรฐานของสตาร์บัคส์แล้ว วิวของทางร้านนั่นแหล่ะที่กินขาด เพราะการเข้ามานั่งจิบกาแฟที่นี่ จะได้ชมวิวห้าแยกชิบุย่าที่พลุกพล่านและมีชื่อเสียงแล้ว ยังได้ถือโอกาสนั่งพักขาและฆ่าเวลารอสาว ๆ หรือหนุ่มๆ ขาช้อปในก๊วนเดียวกันได้อีกด้วย
ที่ตั้ง: 21-6 QFRONT Bldg., Udagawacho, Shibuya-ku
เวลาทำการ: 08.00 – 22.30 น.
การชำระเงิน: เงินสด บัตรเครดิต และ Digital Payment
เว็บไซต์: https://store.starbucks.co.jp/detail-2311/
Google Map: Starbucks Shibuya Tsutaya
ทั้ง 10 ย่านช้อปปิ้งดังของกรุงโตเกียวที่หยิบยกมาแนะนำกันในคราวนี้ ก็เพื่อหวังว่าจะช่วยนักเที่ยวขาช้อปให้สามารถเลือกย่านช้อปได้โดนใจ ตรงจริตของแต่ละคนได้ ก็โตเกียวมันกว้าง… จะให้ไปครบหมดทุกย่าน คงจะหมดวันเที่ยวกันพอดี

และทุกย่านที่แนะนำมา ก็สามารถเลือกช้อป กิน หรือเที่ยวกันได้อย่างสะดวกสบาย จะจับจ่ายยังไงก็ง่าย มีเพียงแค่บางร้านที่แนะนำมาเท่านั้นที่รับเงินสด ที่เหลือส่วนใหญ่รับบัตรเครดิต รวมถึงบัตร Travel Card ทั้งนั้นเลยนะ ขาช้อปทั้งหลายพกบัตรไปใช้สบายใจได้ แล้วถ้าใครมีบัตรเครดิตในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ นะ (ไม่ว่าจะเป็น บัตรเครดิต กรุงศรี, บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์, บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน และบัตรเครดิตโลตัส) จะยิ่งสะดวก (พันธมิตรในญี่ปุ่นเขาเยอะ) เพราะมีสิทธิพิเศษดี ๆ จาก แคมเปญ “เรื่องญี่ปุ่น ต้องกรุงศรี” แบบครบทุกประสบการณ์เรื่องญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลดหรือสิทธิพิเศษเมื่อจองบัตรโดยสารสายการบินที่ร่วมรายการ, สิทธิพิเศษเมื่อเลือกจองโรงแรม บัตรเข้าสถานที่ท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่นกับแพลตฟอร์มบริการท่องเที่ยวที่ร่วมรายการ นอกจากนี้ ตอนไปช้อปที่ญี่ปุ่นก็ยังมีสิทธิพิเศษอีกเพียบ เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรที่ห้างและร้านค้าพันธมิตรที่ญี่ปุ่น ยิ่งไปกว่านั้น ทุกยอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่ญี่ปุ่นตามเงื่อนไข ยังสามารถสะสมยอดเพื่อรับเครดิตเงินคืนเพิ่มสูงสุด 6,000 บาทอีกด้วย (ระยะเวลาและเงื่อนไขของแต่ละโปรโมชันขึ้นอยู่กับร้านค้าและประเภทของบัตรที่ร่วมรายการ) ก่อนจะเดินทาง ลองเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้ที่ >> https://kcc.gg/sf0n
อ้อ! แล้วเดี๋ยวนี้นะ เวลาไปเที่ยวต่างประเทศแนะนำให้ซื้อเงินเยนใส่บัตร Travel Card ไว้ก็ดี บัตร Krungsri Boarding Card จากธนาคารกรุงศรีฯ ก็สามารถแลกได้หลายสกุลเงินเลย เพราะเป็นบัตร Visa Prepaid Card Multi-Currency ที่มีกระเป๋าเงิน E-Wallet 16 สกุลเงินต่างประเทศ และ 1 Wallet สกุลเงินบาท เรียกได้ว่า ตอบโจทย์เรื่องความคุ้มค่าของเรทเงินและใช้งานได้อย่างสะดวกสบายมากเลยทีเดียว
ส่วนทั้ง 10 ย่าน ที่แนะนำมานี้ ย่านไหนดี ย่านไหนโดน ถูกใจถูกจริตของขาช้อปชาวไทยกันบ้าง ไม่ลองไปก็ไม่มีทางรู้นะจ๊ะ ยังไงอย่าลืมคอมเมนต์กลับมาให้ทางทีมงานได้ทราบกันบ้างนะจ๊ะ 😉
เรื่องแนะนำ :
– สปอยล์เป็นเหตุ ! ชายญี่ปุ่นทำร้ายเพื่อนร่วมงานหลังถูกสปอยล์เนื้อเรื่องในการ์ตูน
– ปราสาทญี่ปุ่นเปิดให้เข้าพักในบริเวณปราสาทพร้อมเรียนวัฒนธรรมญี่ปุ่น
– ญี่ปุ่นสำรวจแม่ชาวญี่ปุ่นอยากได้ของขวัญอะไรมากที่สุดในวันแม่
– ญี่ปุ่นเตรียมทดลองใช้ยาที่ทำให้ฟันงอกตัวแรกของโลก
– ญี่ปุ่นเตรียมเปลี่ยนตลาดปลาซึกิจิเป็นสนามกีฬา
#10 ย่านช้อปปิ้งดังในโตเกียว (แถมร้านอร่อย)