ขับรถเที่ยว Fukuoka : เมือง Asakura ที่น่าสนใจกว่าที่คิด ตอนที่ 2
ต่อเนื่องในส่วนที่ 2 ได้เวลาสำรวจฝั่งขวาของเมือง Asakura กันแล้ว ในส่วนนี้ก็จะกินพื้นที่ไปถึงหมู่บ้าน Toho ต้นกำเนิดของเครื่องปั้นดินเผา Koishiwara ที่เราจะบุกป่า ฝ่าดง ขึ้นเขา ลุยสวน จนถึงปั้นหม้อกันเลยทีเดียว ในโซนนี้จะมีที่ไหนกันบ้าง ขอเชิญทุกท่านรับชม
หมู่บ้าน Toho ข้ามาเพื่อปั้นหม้อ

หมู่บ้าน Toho เป็นหมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผาชื่อดังของ Fukuoka เป็นที่รู้จักกันในนาม เครื่องปั้นดินเผา Koishiwara ที่มีประวัติศาสตร์ตั้งแต่ปี ค.ศ.1682 ในยุคเอโดะ โดดเด่นในเรื่องลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ ทั้งในเรื่องของการลงน้ำยาเคลือบ และการสลักลายด้วยแผ่นเหล็กจนเกิดเป็นลวดลายเส้นตรงซ้ำๆ ที่เป็นระเบียบและสวยงาม มีการปรับปรุงกรรมวิธีการผลิตให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและความรู้ในยุคปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง ถึงจะบอกว่าเก่าแก่ แต่ก็สวยงามและทันสมัยในเวลาเดียวกัน



ในที่แห่งนี้นอกจากจะสามารถรับชมประวัติศาสตร์ของเครื่องปั้นดินเผา Koishiwara ในพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมแล้ว ยังสามารถร่วมเวิร์คช็อปเพื่อทดลองไปปั้นจริงๆ ได้ด้วย โดยทางเวิร์คช็อปจะนำผลงานของเราไปเคลือบสี เผา และส่งกลับมาให้เราในภายหลัง ตอนปั้นนี่สนุกมาก ดินนุ่ม ถ้าปั้นไม่ขึ้นจริงๆ เซนเซย์ก็พร้อมที่จะช่วยจับมือปั้นจนมันเป็นรูปทรงที่เราต้องการได้ นี่ปั้นถ้วยชาไป 2 ใบ แต่ยังไม่มีภาพตอนเสร็จสมบูรณ์ให้ดูนะ ตอนนี้น่าจะกำลังเผาอยู่



เว็บไซต์ (Website): https://tenku-koishiwara.com/en/
เวลาทำการ (Business Hour): 09.30 – 17.00 น.
วันหยุด (Regular Holiday): หยุดวันอังคาร และหยุดชดเชยหลังวันหยุดนักขัตฤกษ์
วิธีการเดินทาง (Access): จากสถานี Amagi ขับรถมาประมาณ 40 นาที
พิกัด (Location): https://maps.app.goo.gl/pYPthmCEeBuyRTaH8
สถานีริมทาง Michi no Eki Koishiwara

ถัดไม่ไกลจากหมู่บ้าน Toho ที่ไปปั้นดินกันมาเราก็แวะสถานีริมทาง Michi no Eki Koishiwara ที่เป็นจุดรวบรวมสินค้าจากคนในหมู่บ้านแห่งนี้ ทั้งผักสด ผลไม้ เครื่องปรุง และของฝากต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งรวบรวมเครื่องปั้นดินเผา Koishiwara จากรอบๆ มาขายด้วย ซึ่งที่นี่รวบรวมไว้มากถึง 41 ร้านเลยทีเดียว เรียกได้ว่ามาที่เดียวเหมือนเดินเที่ยวทั้งหมู่บ้าน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำเวลา ที่นี่มีของเยอะมากและมีความหลากหลายสูง มาหมดทั้งแบบดั้งเดิม แบบโมเดิร์น หรือประยุกต์ใช้สีสดๆ






ถ้าใครถูกใจแบรนด์ไหนก็สามารถไปต่อที่ร้านต้นทางได้ เพราะจะมีของเยอะกว่าที่แบ่งมาในสถานีริมทางแห่งนี้ ซึ่งเราก็แอบไปดูร้าน Kamizurugama ที่อยู่ไม่ไกลออกไป ของในร้านน่ารักและจัดเต็มมาก ถ้ามาแถวนี้แล้วพอมีเวลา ก็อยากให้ลองสำรวจให้ทั่วถึงกันนะ เพราะมันสวยจริงๆ ถูกจริตกับเครื่องปั้นดินเผาสไตล์นี้มาก


เวลาทำการ (Business Hour): 09.00 – 17.30 น. ในเดือนเมษายนถึงตุลาคม 09.00 – 17.00 น. ในเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม
วันหยุด (Regular Holiday): หยุดช่วงปีใหม่
วิธีการเดินทาง (Access): หมู่บ้าน Toho ขับรถมาประมาณ 4 นาที
พิกัด (Location): https://maps.app.goo.gl/H2Lh8zjbBFUEQx117
แวะเติมพิซซ่าและกาแฟที่ Kutsurogi+

Kutsurogi+ เป็นร้านอาหารชื่อดังที่อยู่ตรงข้ามกับสถานีริมทาง Michi no Eki Koishiwara มีอาหารขึ้นชื่อเป็นพิซซ่าเตาฟืน ข้าวราดแกงต่างๆ ที่ต่างก็ใช้วัตถุดิบจากชุมชนแห่งนี้ และขาดไม่ได้เลยกาแฟแสนอร่อยจากเครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซเครื่องแรกใน Fukuoka ที่มาเสิร์ฟในแก้วเครื่องปั้นดินเผา Koishiwara

บรรยากาศในร้าน Kutsurogi+ จะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายจากไม้สีอ่อนๆ กลิ่นกาแฟที่หอมตลบอบอวลไปทั่วร้าน และทิวทัศน์โดยรอบที่ร่มรื่น เมนูที่เราสั่งในวันนี้ก็คือ พิซซ่า Kutsurogi+, แกงกะหรี่ Kutsurogi+, แกงคีมา (แกงเนื้อสับ), สลัด Kutsurogi+ เรียกได้ว่าเมนูอะไรที่มีชื่อร้านเป็นส่วนประกอบล้วนถูกสั่งมากินทั้งนั้น ซึ่งอาหารทั้งหมดเรียกได้ว่าอร่อยมาก โดยเฉพาะพิซซ่า บางกรอบกำลังดี หอมฉุย อร่อยกว่าหลายๆ ที่ที่ได้กินมาทำให้กินได้เยอะกว่าที่คิด ส่วนแกงก็รสชาติเข้มข้นถึงใจและให้เยอะแบบจุกๆ เลย เมื่อกินกันเสร็จก็ตบด้วยกาแฟเป็นอันเสร็จพิธี ถ้าต้องมาแวะหมู่บ้านนี้ยังไงก็ต้องมากินข้าวร้านนี้นี่แหละ






เว็บไซต์ (Website): https://www.kutsurogi-p.com/
เวลาทำการ (Business Hour): 11.00 – 20.00 น. (Last order 19.00 น.)
วันหยุด (Regular Holiday): วันพุธและพฤหัสบดี
วิธีการเดินทาง (Access): หมู่บ้าน Toho ขับรถมาประมาณ 4 นาที อยู่ตรงข้าม Michi no Eki Koishiwara
พิกัด (Location): https://maps.app.goo.gl/bnAwSbrGqKzPERK19
อยากมูเรื่องเงินทองต้องศาลเจ้า Iwaya

ศาลเจ้า Iwaya เป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่โดดเด่นเป็นอย่างมากในเมือง Asakura เพราะถูกสร้างอยู่ในโพรงหินของหน้าผาในปี ค.ศ.1698 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศในปี ค.ศ.1988
มีตำนานกว่าวว่าเมื่อปี ค.ศ.547 ได้มีวัตถุส่องแสงเจิดจ้าจากฟากฟ้าตกลงยังผาหินแห่งนี้ ชาวบ้านจึงเรียกวัตถุลึกลับนี้ว่า “โฮจูเซกิ” หรือ “หินแห่งความปรารถนา” และได้นำมาบูชาเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลเจ้า เชื่อกันว่าการจ้องมองหินดังกล่าวจะทำให้ตาบอด ทำให้จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ยังไม่มีใครมองเห็นหินศักดิ์สิทธิ์ที่เก็บซ่อนไว้ภายในศาลเจ้าเลย






บริเวณโดยรอบของศาลเจ้า Iwaya นั้นร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ที่สูงใหญ่และหนาทึบ ที่พื้นมีมอสขึ้นจนเหมือนพรมสีเขียว ทำให้บรรยากาศที่นี่ดูศักดิ์สิทธิ์มาก ระหว่างทางมีรูปปั้นของจิโซ และรูปปั้นอื่นๆเรียงรายอยู่มากมาย การเดินขึ้นอาจจะเรียกเหงื่อได้เล็กน้อยแต่ไม่ลำบากจนเกินไปนัก และข้างๆ ศาลเจ้ายังมีช่องแคบเล็กๆ ที่ว่ากันว่าถ้าบุคคลอกตัญญูเดินผ่าน ก้อนหินด้านบนจะตกลงมาใส่หัว (แล้วหินใหญ่ด้วยนะ) ถ้าเรายังมีแรงปีนขึ้นไปต่อ ข้างบนจะมีศาลเจ้า Kumano ที่สร้างอยู่ในโพรงของผาหินเหมือนกัน แต่พลังงานหมดแล้วจึงได้แต่ไหว้อยู่ไกลๆ นอกจากนี้ถ้ามาถูกเวลา ก่อนทางมาศาลเจ้าเล็กน้อยจะมีนาขั้นบันไดหินของเขต Take พร้อมจุดชมวิวให้เราไปยืนถ่ายรูปเล่นด้วย



เวลาทำการ (Business Hour): เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
วิธีการเดินทาง (Access): จากสถานี Chikuzen-Iwaya เดินประมาณ 2 นาที
พิกัด (Location): https://maps.app.goo.gl/d5RSwuLuAUPfcq4b6
Ringo to Budou no Ki สวนผลไม้ครบวงจรพร้อมอาหารเลิศรส

Ringo to Budou no Ki เป็นทั้งฟาร์มผลไม้ ร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร และคาเฟ่มัดรวมกันในสถานที่เดียว ซึ่งขอพูดถึงส่วนแรกที่เป็นฟาร์มผลไม้ก่อน ที่นี่จะมีผลไม้ตามฤดูกาลให้เก็บมากมาย ทั้งลูกพลับ องุ่นไชน์มัสแคท สาลี่ แอปเปิ้ล เราสามารถขออุปกรณ์แล้วไปเก็บด้วยตัวเองถึงต้นได้เลย ค่าเก็บฟรี แต่ค่าผลไม้จ่ายตามจริงตามที่ไปเก็บมานะ รับรองว่าได้ของที่สดมากๆ แบบสดกว่านี้ไม่มีอีกแล้วแน่นอน หรือจะซื้อที่เขาเด็ดไว้อยู่แล้วก็ได้ ราคาไม่แรง องุ่นหวานมาก




อีกโซนนึงที่ดูจะเป็นของขึ้นชื่ออีกอย่างของที่นี่ก็คือร้านอาหารและคาเฟ่ โดยจะแบ่งเป็นคาเฟ่+แกงกะหรี่ และร้านพาสต้า ซึ่งเราก็เลือกเข้าส่วนของคาเฟ่ไป เพราะเห็นเค้กผลไม้แล้วใจสั่นมาก บรรยากาศข้างในสบายไม่อึดอัดจากเพดานที่สู่งโปร่ง กลิ่นหอมๆ ที่ตลบอบอวลไปทั่วทั้งร้าน อาหารคาวของที่นี่จะเป็นแกงกะหรี่แอปเปิ้ล รสชาติเข้มข้นหอมหวาน จะทานแบบเดี่ยวๆ หรือมาเป็นเซ็ตพร้อมเครื่องดื่มก็ได้ ส่วนของหวานนั้นน่ากินทุกเมนู แต่ท้องที่แน่นหนาจึงทำได้แค่เลือกทาร์ตผลไม้รวมมากิน อร่อยตรงปกมาก หน้าตาว่าน่ากินแล้วรสชาติคือเหนือกว่านั้นไปอีก อร่อยจนแสงออกปากในราคาแค่ 540 เยน ขอสัญญาว่าถ้ามาครั้งหน้าจะกวาดแต่ของหวานรัวๆ และจะเข้าร้านพาสต้าด้วยมองอยู่ไกลๆเห็นว่าคนแน่นมาก น่าจะมีของดีอีกเยอะ





เว็บไซต์ (Website): http://www.ringo-to-budou-no-ki.com/
เวลาทำการ (Business Hour): 10.00 – 16.00 น. ช่วงหน้าร้อนเปิดถึง 17.00 น.
วิธีการเดินทาง (Access): จากสถานี Chikugo-Yoshii ขับรถมาประมาณ 10 นาที
พิกัด (Location): https://maps.app.goo.gl/9kUiN8RVCPHDHn8YA
ช็อปสินค้าท้องถิ่นที่หมู่บ้านกังหันน้ำ Asakura

หมู่บ้านกังหันน้ำ Asakura เป็น Farmer Market ที่มีสินค้าจากเกษตรกรท้องถิ่นมากมาย ผลไม้สดๆ เครื่องปรุงรสแปลกๆ โดยของเด็ดแถวนี้ก็จะเป็นลูกพลับแปรรูป มาทั้งแบบอบแห้งไปจนถึงแยมและน้ำส้มสายชู นอกจากนี้ในสวนด้านนอกยังมีแบบจำลองกังหันน้ำ Hishino กังหันน้ำเก่าแก่ที่อยู่มาอยู่มาแต่ช้านาน ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 230 ปีที่แล้ว และเป็นกังหันน้ำที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงใช้งานได้ในญี่ปุ่น ถึงจะเป็นแค่แบบจำลองแต่ของจริงก็สามารถเดินไปดูได้นะ อยู่ห่างไปประมาณ 1 กิโลเมตรเท่านั้น








ภายใน Farmer Market ยังมีของหวานไว้หลอกล่อสายหวานอย่างพวกเราด้วย โดยมีเครื่องดื่มผสมวาราบิโมจิ และร้านไอศกรีมที่นำเอาผลิตถัณฑ์ทางการเกษตรที่มีตำหนิมาแปรรูปเป็นไอศกรีมและซอฟต์เสิร์ฟรสต่างๆ ซึ่งเราก็ได้ลองไอศกรีมรสรัมลูกพลับ รสชาติของรัมที่มีแอลกอฮอล์นิดๆ ผสมกับความหวานของลูกพลับได้เป็นอย่างดี แปลกใหม่และไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน ถ้ามีเวลามากกว่านี้อีกนิดอยากจะจัดซอฟต์เสิร์ฟรสองุ่นไชน์มัสแคทเหลือเกิน





เว็บไซต์ (Website): http://www.sanren-suisha.com/
เวลาทำการ (Business Hour): 08.00 – 17.30 น.
วิธีการเดินทาง (Access): จากสถานี Chikugo-Yoshii ขับรถมาประมาณ 8 นาที หรือประมาณ 4 นาทีถ้าขับมาจาก Ringo to Budou no Ki
พิกัด (Location): https://maps.app.goo.gl/LZgz8tfcytpSzSBPA
Taisenkaku มื้อค่ำที่ยิ่งใหญ่และการแช่ออนเซ็นในป่า??

ที่พักของเราในค่ำคืนนี้คือ Taisenkaku โรงแรมออนเซ็นชื่อดังแห่ง Harazuru Onsen เมืองออนเซ็นที่ใหญ่ที่สุดใน Fukuoka ที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว น้ำพุร้อนที่นี่ขึ้นชื่ออย่างยิ่งในเรื่องความงาม เพราะคุณสมบัติของน้ำที่ช่วยปรับสภาพผิว และยังมีวิวสวยๆจากแม่น้ำ Chikugo ด้วย
นอกจากน้ำที่มีคุณภาพดีแล้ว บ่อออนเซ็นของที่นี่ก็ถือว่ามีให้เลือกหลากหลาย แต่ห้องประจำขนาดใหญ่จะมีอยู่ 2 ห้องคือ “ห้องป่า” และ “ห้องคัปปะ” พอดีวันที่ไปได้ลองห้องป่า เป็นห้องแบบอินดอร์ขนาดใหญ่ มีต้นไม้มากมายคล้ายกับอยู่ในสวน และมีบ่อให้เลือกแช่ข้างในอยู่ 3-4 บ่อ รวมถึงห้องซาวน่าด้วย เด็กๆ น่าจะชอบกันเพราะมีบางบ่อที่มีสไลเดอร์ด้วย ส่วนอีกห้องที่เป็นคัปปะเท่าที่ไปสอบถามมา จะมีลักษณะเป็นกึ่งเอาท์ดอร์และมีรูปปั้นคัปปะเรียงรายอยู่



ส่วนอาหารของที่นี่ เราได้สั่งอาหารชุดแบบจัดเต็มไป คือหน้าตามันดูดีมาก ไล่เรียงมาตั้งแต่ปลาดิบ เนื้อย่าง และเมนูประยุกต์ต่างๆ จากวัตถุดิบในเมือง Asakura ไล่ไปจนถึงของหวาน อิ่มและอร่อยมาก จานนั้นก็เข้าห้องพักสไตล์เรียวกังที่ขนาดห้องกำลังดีค่อนข้างกว้างใหญ่ ผ้านวมนุ่ม หลับสบาย



เว็บไซต์ (Website): https://taisenkaku.co.jp/
เวลาทำการ (Business Hour): เช็คอิน 15.00 น. เช็คเอาท์ 10.00 น.
วิธีการเดินทาง (Access): จากสถานี Chikugo-Yoshii ขับรถมาประมาณ 10 นาที
พิกัด (Location): https://maps.app.goo.gl/Jpc5ifquNHLn434aA
เป็นยังไงกันบ้างกับการขับรถเที่ยวตะลุยเมือง Asakura จังหวัด Fukuoka มีสถานที่มากมายหลากหลายเลยทีเดียว และยังมีสถานที่น่าสนใจอีกมากมายในเมืองนี้ที่ยังไม่ได้ไปสำรวจ ถ้าสนใจแล้วก็ปักหมุดสถานที่รอกันได้เลยจ้า
เรื่องแนะนำ :
– ขับรถเที่ยว Fukuoka : เมือง Asakura ที่น่าสนใจกว่าที่คิด ตอนที่ 1
– พาชิมหม้อไฟ 1 ในใต้หล้า Hakata Motsunabe Oyama
– 10 สิ่งที่คุณห้ามพลาดเมื่อมาเยือนจังหวัดฟุกุโอกะ Fukuoka
– ตะลุยเที่ยว 4 เมืองน่าสนใจบนเกาะคิวชูตอนเหนือ EP.4 “Fukuoka”
– ACROS FUKUOKA 25 ปี ตึกคอนกรีตเติบโตกลายเป็นภูเขาเขียวขจี
#ขับรถเที่ยว Fukuoka : เมือง Asakura ที่น่าสนใจกว่าที่คิด ตอนที่ 2
