AUTUMN in IBARAKI : แพลนเที่ยวอิบารากิ 3 วัน 2 คืน เช็คอินจุดชมใบไม้แดง
จังหวัดอิบารากิ เป็นจังหวัดที่เหมาะกับการพักผ่อนสุดๆ นั่งรถไฟเพียง 1 ชั่วโมงนิดๆ จากโตเกียว ก็ได้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศอันสงบ ติดชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก มีปลาสดๆ อร่อยๆ มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีวัดศาลเจ้างดงาม ท่ามกลางบรรยากาศอันสงบ
ยิ่งในฤดูใบไม้ร่วง จังหวัดที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอุดมสมบูรณ์นี้ ก็จะถูกย้อมกลายเป็นสีส้มแดงสวยงามมาก แน่นอนว่าในทริปนี้ เราจะพาทุกคนไปเก็บให้ครบทั้งของกิน วัฒนธรรม และจุดชมใบไม้แดงที่ไม่ควรพลาด ไปลุยกันเลยกับทริป 3 วัน 2 คืน ดูใบไม้แดงที่อิบารากิ!

DAY 1 ทุ่งดอกไม้ และศาลเจ้ากลางทะเล [Hitachinaka – Oarai]
07.30 – 09.15 น. ออกเดินทางจากสถานี Ueno ไป Hitachi Seaside Park
09.15 – 11.20 น. Hitachi Seaside Park ชมพุ่มดอกไม้สีแดงเพลิง
11.20 – 12.30 น. เดินทางไป Nakaminato Fish Market
12.30 – 14.35 น. Nakaminato Fish Market กินซูชิซาชิมิสดๆ ที่ท่าเรือ
14.35 – 14.45 น. เดินทางไป Oarai Isosaki Shrine
14.45 – 16.35 น. Oarai Isosaki Shrine ศาลเจ้ากลางทะเล ขอพรเรื่องโชคลาภ
16.35 – 17.10 น. เดินทางไปสถานี Mito
17.10 น.~ เข้าที่พัก
07.30 – 09.15 น. ออกเดินทางจากสถานี Ueno ไป Hitachi Seaside Park
07.30 น. เริ่มออกเดินทางจากสถานี Ueno นั่งรถไฟด่วนพิเศษ JR Joban Line Limited Express ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ลงที่สถานี Katsuta (ก่อนถึง 1 สถานี คือ สถานี Mito เป็นจุดที่จะพักค้างคืนกัน แวะฝากกระเป๋าได้ที่สถานี Mito เลย)
09.00 น. ถึงสถานี Katsuta ➔ แล้วต่อรถบัส ขึ้นรถบัสที่ป้าย Katsuta Ekimae นั่งประมาณ 15 นาที ลงป้าย Kaihin Koen Nishiguchi
09.15 น. ถึง Hitachi Seaside Park
09.15 – 11.20 น. Hitachi Seaside Park ชมพุ่มดอกไม้สีแดงเพลิง

จุดหมายแรกของเราคือ สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค (Hitachi Seaside Park) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อมากที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดอิบารากิ อยู่ที่เมืองฮิตาชินากะ เป็นสวนขนาดใหญ่กว่า 3.5 ล้านตารางเมตร อยู่ติดชายฝั่งทะเล ภายในสวนเต็มไปด้วยจุดชมดอกไม้นานาชนิด ผลัดกันผลิบานให้ชมความงามได้ตลอดทั้งปี
มาเที่ยวอิบารากิเดือนตุลาคม ต้องมาถ่ายรูปคู่ “พุ่มโคเคียสีแดงเพลิง” ที่ปกคลุมทั่วทั้งเนินกว้างใหญ่ ซึ่งเนินชื่อว่า “เนินมิฮาราชิ (Miharashi no Oka)” เป็นจุดยอดฮิต ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เนินนี้จะปกคลุมด้วยดอกเนโมฟีลามากกว่า 5 ล้านต้น ราวกับพรมนุ่มสีฟ้าละมุน ส่วนในฤดูใบไม้ร่วงก็จะได้คนละบรรยากาศเลย กลายเป็นสีแดงด้วย “พุ่มโคเคีย” ราว 4 หมื่นต้น

พุ่มโคเคียมีเสน่ห์มาก สามารถชมความงามได้นาน เพราะสีสันค่อยๆ เปลี่ยนไล่สี จากสีเขียวเป็นแดงเพลิง ไล่เป็นสีแดงเข้มขึ้นเรื่อยๆ และสุดท้ายเป็นสีน้ำตาลทอง ถ้าอยากชมเนินสีแดงสวยสดที่สุด ก็ต้องไปช่วงกลางเดือน-ปลายเดือนตุลาคม ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ก็สามารถชมดอกคอสมอสได้ด้วย
ภายในสวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค ยังมีดอกไม้อื่นๆ และจุดต่างๆ ให้เดินพักผ่อนอีกมากมาย จะไปนั่งปิกนิก เดินเล่นถ่ายรูป ก็อิ่มเอมใจแน่นอน หากใครกลัวเมื่อย ที่นี่มีรถไฟบริการภายในสวนด้วยนะ


ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: ช่วงตุลาคม-ต้นพฤศจิกายน
การเดินทาง:
- นั่งรถไฟ JR ลงสถานี Katsuta
(ถ้ามาจากโตเกียว นั่งรถไฟด่วนพิเศษ JR Joban Line Limited Express จากสถานี Ueno ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) - จากสถานี Katsuta ต่อรถบัส 15 นาที ลงป้าย Kaihin Koen Nishiguchi
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/X9Asrj9h2MZi7ABi8
11.20 – 12.30 น. เดินทางไป Nakaminato Fish Market
11.20 น. ขึ้นรถบัสที่ป้าย Kaihin Koen Nishiguchi นั่งประมาณ 17 นาที ลงป้าย Katsuta Ekimae เพื่อกลับมาที่สถานี Katsuta
12.00 น. สถานี Katsuta ➔ ขึ้นรถไฟ นั่ง 15 นาที ไปลงสถานี Nakaminato แล้วเดินต่อประมาณ 15 นาที
12.30 น. ถึง Nakaminato Fish Market
12.30 – 14.35 น. Nakaminato Fish Market กินซูชิซาชิมิสดๆ ที่ท่าเรือ

หลังจากอิ่มเอมใจไปกับดอกไม้สวยแล้วๆ ก็ต้องมาเติมพลังให้อิ่มท้องกันซะหน่อย และมาถึงอิบารากิทั้งที จะพลาดที่นี่ไปไม่ได้เลย “ตลาดปลานาคามินาโตะ (Nakaminato Fish Market)” ขึ้นชื่อเรื่องความสดและราคาคุ้มค่า กระเป๋าไม่ฉีกแน่นอน เป็นตลาดปลาที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งในแถบคันโต
ตลาดปลานาคามินาโตะ ตั้งอยู่ติดกับท่าเรือประมงนาคามินาโตะ ซึ่งท่าเรือนี้ขึ้นชื่อเรื่องการจับปลาได้มากที่สุดในจังหวัดอิบารากิ และเป็นท่าเรือประมงชั้นนำของแถบคันโต เพราะจับปลามาจากมหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้มีปลาหลากหลายชนิด และรสชาติดี

ซูชิ ซาชิมิ และข้าวหน้าทะเลรวมที่ตลาดนี้ มีหลากหลายแบบ หน้าตาน่ากินมาก สดจริง จับมาสดใหม่ทุกเช้าเลย


ช่วงฤดูใบไม้ร่วง อิบารากิมีปลาอร่อยๆ เยอะมาก ตลาดปลานาคามินาโตะดังเรื่องปลามากุโร่ ปลาตาเดียว ปลาคัตสึโอะ ปลาหมึก หอยนางรมสดๆ แกะให้พร้อมทาน และอีกเพียบ


แถมมีบริการปรุงอาหารต่างๆ ทำให้ได้กินอาหารทะเลจุใจหลากหลายเมนู ทั้งแบบสดและแบบย่าง หรือจะกินข้าวหน้าทะเลจัดเต็มก็มีหมด ราคาดีงามสุดๆ อยากให้ไปลองปลาต่างๆ ที่ไม่เคยกินกันดู
ตลาดอยู่ไม่ไกลจาก Hitachi Seaside Park ด้วย แนะนำให้แวะมา


การเดินทาง:
จากสถานี Katsuta นั่งรถไฟ 15 นาที ลงสถานี Nakaminato แล้วเดินต่อ 15 นาที
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/K2QNuM3X8uDCLffR6
14.35 – 14.45 น. เดินทางไป Oarai Isosaki Shrine
14.35 น. ขึ้นรสบัสที่ป้าย Honcho Minami จาก Nakaminato Fish Market นั่งรถบัสลงป้าย Oarai Jinja Mae
14.45 น. ถึง Oarai Isosaki Shrine
14.45 – 16.35 น. Oarai Isosaki Shrine ศาลเจ้ากลางทะเล ขอพรเรื่องโชคลาภ

มาถึงสถานที่สุดท้ายของวันแรก ชมความงดงามของประตูโทริอิที่ตั้งตระหง่านอยู่บนโขดหินกลางทะเล เป็นภาพที่งดงามและศักดิ์สิทธิ์มาก ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของอิบารากิเลย นั่นก็คือ ศาลเจ้าโออาไร อิโซซากิ (Oarai Isosaki Shrine)

ศาลเจ้าโออาไร อิโซซากิ มีตำนานที่ศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่ เล่าว่า เมื่อปี ค.ศ.856 ราว 1,200 ปีก่อน เทพเจ้าได้เสด็จลงมายังโขดหินชายฝั่ง จึงเป็นจุดกำเนิดศาลเจ้าแห่งนี้ ซึ่งหินที่เทพเจ้าลงมา ก็คือหินที่มีประตูโทริอินั่นเอง โขดหินจึงได้ชื่อว่า คามิอิโซ Kamiiso (คามิ แปลว่า เทพเจ้า / อิโซ แปลว่า หินชายฝั่ง) และโขดหินนี้ก็เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ห้ามเข้าไปเหยียบย่ำ

มีเทพเจ้า 2 องค์เสด็จลงมาเพื่อช่วยเหลือมนุษย์ และได้ประดิษฐานอยู่ที่นี่ ซึ่งเทพทั้ง 2 นับเป็นเทพผู้สร้างรากฐานให้ประเทศญี่ปุ่น
- เทพโอนามุจิ โนะมิโคโตะ เป็นเทพที่มีความเมตตาอย่างมาก ประทานโชคลาภให้ ช่วยให้สมหวังในความรัก และช่วยรักษาผู้คนที่เจ็บป่วย
- เทพสุคุนะฮิโกะนะ โนะมิโคโตะ เป็นเทพด้านการแพทย์ ถือเป็นบรรพบุรุษผู้สร้างการแพทย์ของญี่ปุ่น


การมาสักการะที่ศาลเจ้าโออาไร อิโซซากิ จึงเชื่อว่าจะสมหวังในเรื่องต่างๆ ทั้งโชคลาภเงินทอง เจริญรุ่งเรือง สมหวังในความรัก ครอบครัวมีความสุข และหายจากอาการเจ็บป่วย

ภาพของประตูโทริอิบนโขดหินที่มีคลื่นซัดกลางทะเล เป็นภาพที่งดงามมาก ต้องมาเห็นด้วยตาสักครั้ง ซึ่งก็เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ขึ้นชื่อมากๆ ด้วย
การเดินทาง: จาก Nakaminato Fish Market ขึ้นรสบัสที่ป้าย Honcho Minami นั่งรถบัส 6 นาที ลงที่ป้าย Oarai Jinja Mae
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/Fpwe6Snh718ef71A7
16.35 – 17.10 น. เดินทางไปสถานี Mito
16.35 น. ขึ้นรถบัสที่ป้าย Oarai Jinja Mae จาก Oarai Isosaki Shrine นั่ง 35 นาที ลงที่ป้าย Mito Station
17.10 น. ถึงสถานี Mito
17.10 น.~ เข้าที่พัก สถานี Mito
จบวันแรกไปแบบอิ่มใจและอิ่มท้อง ได้ชมทั้งทุ่งดอกไม้ที่ดังที่สุดในอิบารากิ เยือนตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในอิบารากิ และศาลเจ้ากลางทะเลแห่งเดียวในอิบารากิ
สำหรับที่พัก เราแนะนำให้พักที่สถานี Mito ซึ่งอยู่ในเมืองมิโตะ เมืองหลวงของจังหวัดอิบารากิ มีโรงแรมที่พักให้เลือกมากมาย จากสถานี Mito ก็สามารถไปเที่ยวทั่วอิบารากิได้สะดวกสบายสุดๆ
การเดินทาง: จาก Oarai Isosaki Shrine ขึ้นรสบัสที่ป้าย Oarai Jinja Mae นั่งรถบัส 35 นาที ลงที่ป้าย Mito Station
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/YCxVBnoJqwMehssg6
DAY 2 ล่าใบไม้แดง [Daigo]
09.20 – 11.00 น. ออกเดินทางจากสถานี Mito ไป Fukuroda Falls
11.00 – 11.50 น. Fukuroda Falls น้ำตก 4 ชั้น กับใบไม้หลากสี
11.50 – 12.50 น. กินข้าวที่ฟุคุโรดะ
12.50 – 13.15 น. เดินทางไป Eigenji-Temple
13.15 – 13.55 น. Eigenji-Temple วัดแห่งต้นเมเปิล
13.55 – 15.25 น. กลับสถานี Mito
15.25 น.~ พักผ่อนที่โรงแรม หรือเดินเล่นแถวสถานี Mito
09.20 – 11.00 น. ออกเดินทางจากสถานี Mito ไป Fukuroda Falls
09.20 น. ออกเดินทางจากสถานี Mito นั่งรถไฟ JR Suigun Line ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที ลงที่สถานี Fukuroda
10.35 น. ถึงสถานี Fukuroda ➔ แล้วต่อรถบัส ขึ้นรถบัสที่ป้าย Fukuroda Ekimae นั่ง 7 นาที ลงที่ป้าย Takimoto เดินต่อ 15 นาที โดยทางเข้าเป็นอุโมงค์ให้เดินลอด
11.00 น. ถึง Fukuroda Falls
11.00 – 11.50 น. Fukuroda Falls น้ำตก 4 ชั้น กับใบไม้หลากสี

วันที่ 2 นั่งรถไฟไปเที่ยวเมืองไดโกะ เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ สามารถชมใบไม้แดงสวยๆ ได้หลายแห่ง ที่แรก คือ น้ำตกฟุคุโรดะ (Fukuroda Falls)
น้ำตกฟุคุโรดะ เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงและมีขนาดใหญ่มาก สูง 120 เมตร กว้าง 73 เมตร มีเอกลักษณ์สวยงามไม่เหมือนที่อื่น น้ำไหลเป็นสายเหมือนผืนผ้าสีขาวพลิ้ว แผ่กว้างลงมาตามขั้นบันไดหินขนาดมหึมา 4 ชั้น ก็เลยได้ชื่อว่า “น้ำตก 4 ชั้น” และมีคำกล่าวด้วยว่า “ถ้าไม่ได้มาเยือนน้ำตกฟุคุโรดะครบ 4 ฤดู ก็ถือว่ายังไม่ได้สัมผัสความงดงามที่แท้จริง”
แต่ถ้าให้เลือกสัก 1 ฤดู ก็ขอแนะนำให้มาฤดูใบไม้ร่วง วิวจะยิ่งสวยสุดๆ (สวยที่สุด ต้น-กลาง พ.ย.) น้ำตกไหลเป็นชั้นๆ ท่ามกลางต้นไม้สีเหลือง ส้ม แดง เป็นภาพที่ตราตรึง เหมือนได้ค้นพบความงามที่แท้จริงของน้ำตกจริงๆ

น้ำตกฟุคุโรดะเกิดขึ้นมาจากการปะทุของภูเขาไฟเมื่อประมาณ 15 ล้านปีก่อน หินที่เป็นขั้นบันไดมหึมาก็คือลาวา ด้วยความที่หินลาวาแข็งแรง ไม่ถูกน้ำกัดเซาะ ก็เลยเกิดเป็นน้ำตก 4 ชั้นที่สวยงามมาจนปัจจุบันนี้

การไปเยี่ยมชมให้ไปจุดชมวิวให้ครบ 3 ชั้น
- ชั้นแรก เห็นน้ำตกจากมุมล่าง
- ชั้นสอง เห็นน้ำตกกลมกลืนกับธรรมชาติ
- ชั้นสาม เห็นน้ำตกทั้ง 4 ชั้น จากมุมบน
มาอิบารากิก็มาเที่ยวน้ำตกฟุคุโรดะกันให้ได้นะ ที่นี่เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากที่สุด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่นเลย

ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: ช่วงกลางพฤศจิกายน
การเดินทาง: จากสถานี Mito นั่งรถไฟ JR Suigun Line ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที ลงที่สถานี Fukuroda
แล้วต่อรถบัส 7 นาที ลงที่ป้าย Takimoto เดิน 15 นาที โดยทางเข้าเป็นอุโมงค์ให้เดินลอด
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/N3PWhASTQwRu5X216
11.50 – 12.50 น. กินข้าวที่ฟุคุโรดะ

ชมความงามของน้ำตก 4 ชั้นเสร็จแล้ว พักกินข้าวเที่ยงกันแถวนี้เลย ด้านหน้าทางเข้าน้ำตกฟุคุโรดะมีร้านอาหารและร้านของฝาก เรียงรายมากมาย เมนูแนะนำคือ “โรบาตะยากิ” เป็นวิธีการปรุงอาหารโดยย่างบนเตาถ่านแบบโบราณ มีทั้งปลาอายุย่าง ลูกชิ้นสึคุเนะย่าง ตูดไก่ย่าง ฯลฯ

และยังมีเมนูเด็ดของฟุคุโรดะ คือ “ข้าวหน้าตูดไก่ราดไข่” ส่วนของหวาน ไม่ควรพลาด “พายแอปเปิล” อร่อยจริง ใครมาฟุคุโรดะก็ต้องลอง


การเดินทาง: ด้านหน้าทางเข้าน้ำตกฟุคุโรดะ
จากป้าย Takimoto เดินไปทางเข้าน้ำตกฟุคุโรดะ จะเจอร้านอาหารเรียงราย
พิกัด:
ร้านอาหาร https://maps.app.goo.gl/EaBJgwA8xniLFKfz7
พายแอปเปิล https://maps.app.goo.gl/GL8PRqxanS8SYiBm6
12.50 – 13.15 น. เดินทางไป Eigenji-Temple
12.50 น. ขึ้นรถบัสที่ป้าย Takimoto จากน้ำตกฟุคุโรดะ นั่ง 11 นาที ลงที่ป้าย Daigo Ekimae แล้วเดินต่อ 15 นาที
13.15 น. ถึง Eigenji-Temple
13.15 – 13.55 น. Eigenji-Temple วัดแห่งต้นเมเปิล

แพลนวันที่ 2 ชมใบไม้แดงให้จุใจกันไปเลย เพราะสถานที่ต่อไปก็คือ วัดเอเก็นจิ (Eigenji-Temple) วัดที่ได้ชื่อว่า “วัดแห่งต้นเมเปิล” แค่ชื่อก็คงจะรู้แล้วว่า ถ้าอยากชมใบไม้แดงที่สวยสุดๆ ก็ต้องมาที่นี่
ต้นเมเปิลจะเปลี่ยนเป็นสีแดงตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค. และสีสวยงามมากในเดือน พ.ย.

มีต้นเมเปิลตั้งแต่ประตูทางเข้า ด้านในมีอุโมงค์ต้นเมเปิล และมีต้นเมเปิลตามจุดต่างๆ ทั่วทั้งวัด จนวัดกลายเป็นสีส้มแดงไปหมด แล้ววัดอยู่บนเนินเขา ต้นเมเปิลเรียงรายไล่ระดับไปตามเนิน สามารถมองลงมาเห็นวิวเมืองทั้งเมืองด้วย สวยงามมาก


นอกจากชมเมเปิลแล้ว วัดแห่งนี้ขึ้นชื่อในการขอพรด้านศิลปะการแสดงและดนตรีด้วยนะ โดยที่วัดประดิษฐานเบ็นไซเท็น เทพีที่งดงามบรรเลงพิณไพเราะ

ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: ช่วงกลางพฤศจิกายน
การเดินทาง: จากน้ำตกฟุคุโรดะ ป้าย Takimoto นั่งรถบัส 11 นาที ลงที่ป้าย Daigo Ekimae เดิน 15 นาที
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/dokoZmqgUcSr5UVe9
13.55 – 15.25 น. กลับสถานี Mito
13.55 น. เดินไปสถานี Hitachi-Daigo จากวัดเอเก็นจิ เดิน 15 นาที
14.10 น. ขึ้นรถไฟ นั่งรถไฟ JR Suigun Line ที่สถานี Hitachi-Daigo ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที ลงที่สถานี Mito
15.25 น. ถึงสถานี Mito
15.25 น.~ พักผ่อนที่โรงแรม หรือเดินเล่นแถวสถานี Mito
คืนที่ 2 พักกันที่สถานี Mito เช่นเดิม อาจจะเปลี่ยนที่พักเป็นออนเซน เพื่อได้อีกบรรยากาศ พักผ่อนแช่ออนเซนคลายความเหนื่อยล้า
ใกล้สถานี Mito มีร้านอาหารมากมาย และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งห้างสรรพสินค้า ศาลเจ้า และสวนสาธารณะกว้างที่มีทะเลสาบ สามารถเดินเล่นรอบๆ สถานีได้
การเดินทาง: จากวัดเอเก็นจิ เดิน 15 นาที นั่งรถไฟ JR Suigun Line ที่สถานี Hitachi-Daigo ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที ลงที่สถานี Mito
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/YCxVBnoJqwMehssg6
DAY 3 ชมต้นแปะก๊วย เดินเล่นเมืองแห่งเทพอินาริและเกาลัด [Mito – Kasama]
09.20 – 09.30 น. ออกเดินทางจากสถานี Mito ไป Ibaraki Prefectural Museum of History
09.30 – 10.20 น. Ibaraki Prefectural Museum of History จุดชมต้นแปะก๊วยลับๆ
10.20 – 11.40 น. เดินทางไป Kasama Inari Shrine
11.40 – 12.30 น. Kasama Inari Shrine ศาลเจ้าอินาริที่ยิ่งใหญ่ที่สุด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น
12.30 – 14.15 น. Monzen Street กินมองบลังค์ ที่ถนนหน้าศาลเจ้า
14.15 – 17.00 น. เดินทางกลับโตเกียว
09.20 – 09.30 น. ออกเดินทางจากสถานี Mito ไป Ibaraki Prefectural Museum of History
09.20 น. ออกเดินทางจากสถานี Mito ขึ้นรถบัสที่ทางออก North Exit ป้ายหมายเลข 4 นั่งรถบัส 10 นาที ลงที่ป้าย Rekishikan Kairakuen Iriguchi
09.30 น. ถึง Ibaraki Prefectural Museum of History
09.30 – 10.20 น. Ibaraki Prefectural Museum of History จุดชมต้นแปะก๊วยลับๆ

เมื่อพูดถึงฤดูใบไม้ร่วง ก็มักจะนึกถึงต้นเมเปิล แต่จริงๆ ต้นแปะก๊วยสีเหลืองอร่ามก็สวยไม่แพ้กัน
จังหวัดอิบารากิมีจุดชมต้นแปะก๊วยลับๆ แต่สวยมาก คือ สวนด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์จังหวัดอิบารากิ (Ibaraki Prefectural Museum of History) เมืองมิโตะ

มีทางเดินที่ต้นแปะก๊วยเรียงรายสองข้างทาง ใบที่ร่วงลงพื้น กลายเป็นพรมสีทองปูตลอดทางยาว 100 เมตร ท่ามกลางบรรยากาศย้อนยุค มีฉากหลังเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ที่ดัดแปลงมาจากอาคารสไตล์ตะวันตกยุคเมจิ และยังมีสถาปัตยกรรมเก่าแก่อื่นๆ ทั้งอาคารยุคเอโดะ และอาคารไม้แบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ทำให้ได้ทิวทัศน์ที่สวยงามมาก



ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: ช่วงพฤศจิกายน-ต้นธันวาคม
การเดินทาง: จากสถานี Mito ขึ้นรถบัสที่ทางออก North Exit ป้ายหมายเลข 4 นั่งรถบัส 10 นาที ลงที่ป้าย Rekishikan Kairakuen Iriguchi
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/xxyLeCUbzVFPwZk39
10.20 – 11.40 น. เดินทางไป Kasama Inari Shrine
10.20 น. ขึ้นรถบัสที่ป้าย Rekishikan Kairakuen Iriguchi จาก Ibaraki Prefectural Museum of History นั่งรถบัสกลับไปที่สถานี Mito
11.05 น. สถานี Mito ➔ นั่งรถไฟ ขึ้น JR Joban Line ใช้เวลาประมาณ 25 นาที ลงที่สถานี Kasama
11.35 น. สถานี Kasama ➔ ต่อรถบัส ขึ้นที่ป้าย Kasama Ekimae นั่ง 4 นาที ลงป้าย Inari Jinja Mae
11.40 น. ถึง Kasama Inari Shrine
11.40 – 12.30 น. Kasama Inari Shrine ศาลเจ้าอินาริที่ยิ่งใหญ่ที่สุด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น

เมืองคาซามะอยู่ติดกับเมืองมิโตะ เป็นเมืองที่มีกลิ่นอายของความศักดิ์สิทธิ์
ที่นี่มีศาลเจ้าอินาริที่ยิ่งใหญ่ที่สุด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น คือ ศาลเจ้าคาซามะ อินาริ (Kasama Inari Shrine)

เทพอินาริก็คือเทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์ ขึ้นชื่อในการขอพรด้านการเกษตร การค้า อุตสาหกรรม ธุรกิจเจริญรุ่งเรือง การประสบความสำเร็จด้านต่างๆ รวมถึงขอให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากอัคคีภัยและภัยต่างๆ

ศาลเจ้าคาซามะ อินาริ เป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่มาก ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ.651 อายุกว่า 1,300 ปีแล้ว ภายในศาลเจ้ามีรูปปั้นจิ้งจอกที่แสดงสีหน้าต่างๆ กัน ซึ่งจิ้งจอกเป็นทูตส่งสารของเทพอินาริ ที่นี่ก็มีทั้งเครื่องรางจิ้งจอก และโอมิกุจิจิ้งจอก ซึ่งเป็นที่นิยมมาก
และจุดสำคัญที่ควรไปสักการะ คือ เนินจิ้งจอก (Kitsune zuka) เป็นหินก้อนใหญ่ที่ล้อมรอบไปด้วยรูปปั้นจิ้งจอกมหาศาล เชื่อว่าเป็นจุดที่จิ้งจอก ทูตส่งสารของเทพอินาริ จะมารวมตัวกัน บริเวณนี้จึงมีพลังศักดิ์สิทธิ์มาก


และเนื่องจากเมืองคาซามะขึ้นชื่อเรื่องเกาลัด ที่นี่ก็เลยมีโอมิกุจิรูปเกาลัดที่เป็นเอกลักษณ์ด้วย เหมาะเก็บเป็นของที่ระลึก

การเดินทาง: จาก Ibaraki Prefectural Museum of History นั่งรถบัสกลับไปที่สถานี Mito
จากสถานี Mito นั่งรถไฟ JR Joban Line ใช้เวลาประมาณ 25 นาที ลงที่สถานี Kasama
ต่อรถบัส 4 นาที ลงป้าย Inari Jinja Mae
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/LejH1aBwL1TL2HCF8
12.30 – 14.15 น. Monzen Street กินมองบลังค์ ที่ถนนหน้าศาลเจ้า

ถนนหน้าศาลเจ้าคาซามะ อินาริ ชื่อว่า ถนนมงเซน (Monzen Street) เป็นถนนยาว 450 เมตร ที่เรียงรายไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขนม คาเฟ่ ตั้งแต่ร้านขนมญี่ปุ่นเก่าแก่ดั้งเดิมอย่างขนมมันจู ไปจนถึงร้านขนมสมัยใหม่อย่างช็อกโกแลต






มีร้านน่ารักๆ เยอะมาก เดินเล่นถ่ายรูป เดินไปกินไป หรือหาร้านคาเฟ่น่ารักๆ นั่งพักผ่อนชิลๆ ก็ได้ และมาที่นี่ต้องกิน “มองบลังค์”

เมืองคาซามะดังเรื่องเกาลัด เพราะฉะนั้นไม่ควรพลาดขนมญี่ปุ่นต่างๆ ที่มีรสเกาลัด รวมถึงมองบลังค์ด้วย มีมองบลังค์หลายร้านให้เลือกเลยล่ะ จะจัดเต็มตะลอนกินหลายๆ ร้านไปเลยก็เริ่ด
การเดินทาง: ถนนด้านหน้าศาลเจ้า Kasama Inari Shrine
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/GKc5yeRNvd8qEZPCA
ร้านมองบลังค์ Cafe Futaba https://maps.app.goo.gl/kdWuDUBqkrtxXPRN6
ร้านขนมมันจู Nakaya Sohonten https://maps.app.goo.gl/bYvNbz8GD9YLHRtd9
ร้านช็อกโกแลต Kasamato Chocolate https://maps.app.goo.gl/q8UtRPWHNezTVSu69
14.15 – 17.00 น. เดินทางกลับโตเกียว
14.15 น. ขึ้นรถบัสที่ป้าย Aramachi ลงที่ป้าย Kasama Ekimae
15.00 น. ขึ้นรถไฟที่สถานี Kasama นั่งรถไฟ JR Mito Line เปลี่ยนสายที่สถานี Tomobe แล้วนั่งรถไฟ JR Joban Line ลงที่สถานี Ueno ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
17.00 น. ถึงสถานี Ueno
จบแล้วกับทริปอิบารากิ 3 วัน 2 คืน ชมใบไม้แดงจุใจ ธรรมชาติเต็มอิ่ม และปลาสดๆ ของอร่อยจุกๆ เดินทางจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมงกว่าๆ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ไปเที่ยวโตเกียวช่วงฤดูใบไม้ร่วง แล้วอยากเที่ยวพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ อยากถ่ายรูปกับใบไม้แดงสวยๆ ได้ชมวิวที่เป็นเอกลักษณ์ตั้งแต่ทุ่งดอกไม้ ศาลเจ้ากลางทะเล และน้ำตก
มาเที่ยวอิบารากิ รับรองได้ชมวิวสวยๆ ไม่ผิดหวังแน่นอน!
เรื่องแนะนำ :
– ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะมาเยือนอิบารากิ “ฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค” ต้องมา!!
-Bell Farm ฟาร์มในจังหวัดอิบารากิที่ลองผิดลองถูก จนได้น้ำผักผลไม้ 100% ที่ดีที่สุดส่งตรงถึงบ้านคุณ
– 12 สวนสวยญี่ปุ่นแบบไม่ซ้ำใคร ชอบดอกไม้ก็ฟิน ชอบถ่ายรูปเช็คอินก็ฉ่ำใจ
– Ibaraki (อิบะระกิ) เมืองแห่งธรรมชาติท่ามกลางเทคโนโลยี
– 10 สิ่งที่คุณห้ามพลาดเมื่อมาเยือนจังหวัดอิบารากิ Ibaraki
#AUTUMN in IBARAKI : แพลนเที่ยวอิบารากิ 3 วัน 2 คืน เช็คอินจุดชมใบไม้แดง