ถอดรหัสกลยุทธ์กระตุ้นการท่องเที่ยว+ใช้จ่าย: จาก “ไทยช่วยไทยพลัส (60:40)” ถึงมาตรการอุดหนุนของ “ญี่ปุ่น” ในปัจจุบัน
เมื่อพูดถึงแนวคิดการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในประเทศผ่านโมเดลการร่วมกันจ่ายระหว่างรัฐและประชาชน เช่น โครงการไทยช่วยไทยพลัส หรือที่คุ้นเคยในระบบร่วมจ่าย (Co-payment) สัดส่วน 60:40 (รัฐช่วยออกให้บางส่วน และผู้บริโภคจ่ายเองบางส่วน) หลายคนอาจสงสัยว่า ในปัจจุบันประเทศผู้นำด้านการท่องเที่ยวอย่างญี่ปุ่น ยังคงมีนโยบายสนับสนุนในลักษณะคล้ายคลึงกันนี้เพื่อกระตุ้นให้คนในประเทศออกเดินทางท่องเที่ยวอยู่หรือไม่
คำตอบคือ “มีนะครับ และกำลังขับเคลื่อนอย่างเข้มข้น”
เพียงแต่บริบทและรูปแบบได้ถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและปัญหาสังคมของญี่ปุ่นในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง
จาก “Go To Travel” สู่มาตรการฟื้นฟูเฉพาะพื้นที่ (Regional Subsidies)
ในอดีต ญี่ปุ่นเคยมีโครงการระดับชาติขนาดใหญ่อย่าง “Go To Travel” และ “National Travel Discount” (全国旅行支援, Zenkoku Ryoko Shien) ซึ่งให้ส่วนลดค่าที่พักและตั๋วเดินทาง สูงถึง 40-50% พร้อมแจกคูปองใช้จ่ายในร้านค้า ซึ่งเป็นโมเดลระบบร่วมจ่ายที่ใกล้เคียงกับของไทยมากที่สุด

Go to Travel

Zenkoku Ryoko Shien
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันรัฐบาลญี่ปุ่นได้ยุติโครงการเหมาเข่งทั่วประเทศเหล่านั้นไปแล้ว เนื่องจากญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับภาวะนักท่องเที่ยวล้นเมือง (Overtourism)ในเมืองใหญ่ เช่น โตเกียว โอซากา และเกียวโต รัฐบาลจึงเปลี่ยนผ่านนโยบายจากการกระตุ้นแบบเหวี่ยงแห มาเป็น “มาตรการอุดหนุนเฉพาะส่วนภูมิภาคและเมืองรอง” เพื่อกระจายรายได้และฟื้นฟูเศรษฐกิจในจุดที่จำเป็นจริงๆ โดยมีตัวอย่างที่ชัดเจนและจับต้องได้ในปัจจุบัน ดังนี้…
1. โครงการ “Hokuriku Support Discount” (Hokuriku Ouen Wari)

Hokuriku Ouen Wari
นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของนโยบายร่วมจ่ายในปัจจุบัน รัฐบาลญี่ปุ่นได้อนุมัติงบประมาณพิเศษเพื่ออุดหนุนการท่องเที่ยวในภูมิภาคโฮคุริคุ (ประกอบด้วยจังหวัดอิชิกาวะ, โทยามะ, ฟุคุอิ และนีกาตะ) เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่
- รูปแบบการช่วยจ่าย: รัฐบาลมอบส่วนลดอุดหนุนสูงสุดถึง 50% ของค่าที่พักหรือแพ็กเกจท่องเที่ยวรวมการเดินทาง
-
วงเงินสนับสนุน: รัฐช่วยจ่ายสูงสุดถึง 20,000 เยนต่อคน/คืนสำหรับการพักแรมทั่วไป
และขยับเพดานช่วยจ่ายสูงสุดถึง 35,000 เยนสำหรับแพ็กเกจท่องเที่ยวระยะยาวที่เดินทางเชื่อมโยงหลายจังหวัดในภูมิภาค -
เป้าหมาย: บังคับใช้เฉพาะการท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน (ไม่รวมการเดินทางเพื่อธุรกิจ)
เพื่อดึงเม็ดเงินจากคนเมืองไปสู่ผู้ประกอบการท้องถิ่นโดยตรง
2. แคมเปญกระตุ้นการเดินทางด้วยระบบรางและคะแนนสะสม (Digital Ecosystem & Point Back)
WESTER Point Back
นอกเหนือจากงบประมาณส่วนกลางของรัฐบาลแล้ว กลุ่มบริษัทรถไฟญี่ปุ่น (JR Group) เช่น JR West ได้ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการคลอดนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านระบบดิจิทัล (เช่น แอปพลิเคชัน WESTER) มีการจัดแคมเปญ WESTER Point Back ซึ่งมอบคะแนนสะสมคืนให้ผู้เดินทางสูงสุดถึง 50% เมื่อจองตั๋วรถไฟชินคันเซ็นหรือตั๋วเดินทางไปยังพื้นที่เมืองรองตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งแต้มเหล่านี้สามารถนำไปใช้จ่ายแทนเงินสดในร้านค้า ร้านอาหาร และโรงแรมในสถานีปลายทางได้ทันที เป็นการจำลองระบบร่วมจ่ายผ่านสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการค้า
ทำไมญี่ปุ่นจึงเลือกใช้วิธีเจาะจงพื้นที่ แทนการทำทั้งประเทศ?
ความแตกต่างสำคัญระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในปัจจุบันคือ ปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติ
เงินเยนที่อ่อนค่าอย่างต่อเนื่องทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลเข้าสู่ญี่ปุ่นทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทะลุ 42.7 ล้านคน ปัญหานี้ทำให้เมืองใหญ่ของญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องพึ่งพานโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวจากภาครัฐอีกต่อไป ในทางกลับกัน รัฐบาลญี่ปุ่นชุดปัจจุบันจึงเลือกใช้ “นโยบายการกระจายตัว (Decentralization)”
โดยนำรายได้ที่จัดเก็บเพิ่มจากนักท่องเที่ยว (เช่น แผนการปรับเพิ่มภาษีขาออกเป็น 3,000 เยน และภาษีที่พักอัตราใหม่ในหัวเมืองใหญ่) แบ่งสัดส่วนถึง 60% ไปใช้ในการบริหารจัดการลดความแออัด และส่งต่อสิทธิประโยชน์เพื่อดึงดูดให้คนญี่ปุ่นและคนต่างชาติหันไปเที่ยว “เมืองรอง” ผ่านส่วนลดค่าเดินทางและที่พักในลักษณะ Co-payment เฉพาะถิ่น
นโยบายสนับสนุนที่มีความคล้ายคลึงกับ “ไทยช่วยไทยพลัส” ในญี่ปุ่นปัจจุบัน จึงไม่ได้มาในรูปแบบของโครงการเดียวที่ใช้ชื่อเดียวกันทั่วประเทศ แต่กระจายตัวอยู่ภายใต้ร่มใหญ่ของ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจส่วนภูมิภาค โดยเน้นกลไกการร่วมจ่ายฝ่ายละครึ่ง (50:50) เพื่อจูงใจให้เกิดการบริโภคในพื้นที่ที่ขาดแคลนรายได้ ซึ่งเป็นโมเดลที่สะท้อนถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบตรงจุด มุ่งผลสัมฤทธิ์ทั้งในแง่การเยียวยาภัยพิบัติและการกระจายความเจริญสู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืนต่อไปครับ
เรื่องแนะนำ :
– ที่พักระหว่างทางที่เป็นมากกว่าที่จอดพักรถจนผู้คนอยากอยู่นานๆ
– ปรากฏการณ์ “ยัดเยียดความรู้เกินวัย”: เมื่อความคาดหวังพรากวัยเด็กที่ควรจะเล่นไป และวิธีสังเกตความพร้อมที่แท้จริง
– 10 อันดับโรงพยาบาลในไทย ที่ครองใจชาวญี่ปุ่นในปี 2025 – 2026
– Sony the CollecXion: วงการหูฟังพรีเมียมในปี 2026 นี้ กำลังทวีความร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง
– วิเคราะห์ทีมชาติญี่ปุ่นในฟุตบอลโลก: เมื่อไร้ “มิโตมะ-มินามิโนะ” ซามูไรบลูจะไปได้ไกลแค่ไหน?
ที่มาและรูปภาพ :
https://en.traicy.com/posts/2024071710332/
https://en.traicy.com/posts/202401314148/
https://en.activityjapan.com/feature/hokurikushienwari/
https://www.kahou.com/en/lp-hokuriku/
https://miyako-pipi.com/en/archives/6157?
https://www.jtrip.co.jp/j-nansei/sp/imakosokagoshima/#
#ถอดรหัสกลยุทธ์กระตุ้นการท่องเที่ยว+ใช้จ่าย: จาก “ไทยช่วยไทยพลัส (60:40)” ถึงมาตรการอุดหนุนของ “ญี่ปุ่น” ในปัจจุบัน
