Japan’s Quiet Snow Gem: Akita ทริปสโนว์บอร์ด & ออนเซ็น และฤดูหนาวที่ทำให้ใจยอมเดินช้าลง
Japan’s Quiet Snow Gem: Akita
❄️♨️ ทริปสโนว์บอร์ด & ออนเซ็น และฤดูหนาวที่ทำให้ใจยอมเดินช้าลง
ถ้าฤดูหนาวคือบททดสอบของร่างกาย อาคิตะคือคำตอบของการ “ปลอบใจ”
ทริปครั้งนี้ เริ่มต้นจากความตั้งใจง่ายๆ อยากเปลี่ยนที่เล่นสโนว์บอร์ดในหิมะดีๆ
อยากแช่ออนเซ็นให้ร่างกายละลาย และอยากพักในที่ที่ไม่ต้องเร่ง ไม่ต้องแข่งกับใคร
ผลลัพธ์คือ…การตกหลุมรักฤดูหนาว จ.อาคิตะแบบไม่รู้ตัว…
✈️ Day 1 | 🏂 Snowboarding through Snow Monsters
แค่ลงเครื่อง เวลาทุกอย่างก็ช้าลงทันทีทริปนี้ต่อเครื่องช่วงเช้า มาจากฝั่งโตเกียวใช้เวลาแค่ 1 ชม 15 นาทีก็ถึงแล้ว
ทันทีที่แตะพื้น Odate–Noshiro Airport大館能代空港 ความรู้สึกแรกคือ “สงบดีจัง”
สนามบินเล็กๆ ที่ไม่มีความวุ่นวาย ไม่มีเสียงเร่ง ไม่มีฝูงคน มีแค่หิมะขาวๆ กับอากาศเย็นที่ทำให้หายใจลึกขึ้นโดยอัตโนมัติ
อาคิตะต้อนรับเราแบบสุภาพ เหมือนบอกว่า… ไม่ต้องรีบ เดี๋ยวทุกอย่างจะค่อยๆ มาเอง…

ที่ญี่ปุ่นมีลานสกีดีเยอะมาก ทั้งที่ดังๆ ยอดฮิตคนรอคิวขึ้นลิฟต์สกียาวๆ ไปถึงลานแบบโลโคล มีแต่คนในท้องถิ่นมาเล่น
ทริปนี้เราเลือกหลีกความวุ่นวาย หาที่ใหม่ๆ เน้นฮิลใจ เลยคัดมาแค่ 2 ลานก่อน นั่นก็คือ Ani Ski Resort และ Tazawako Ski Resort

ระหว่างทางจากสนามบิน วิวหิมะสวยมาก แวะซื้อโกโก้อุ่นๆ จากร้านสะดวกซื้อ ขับรถชมวิวไปเรื่อยๆ

🏂 Ani Ski Resort | Hidden Gem Japanese Ski Resort
หากการเล่นสโนว์บอร์ดคือการได้คุยกับฤดูหนาว Ani Ski Resort น่าจะเป็นอีกคำตอบที่ใช่ ที่นี่ไม่ใช่เรื่องของความเร็ว แต่เป็นเรื่องของ “จังหวะ” หากเอ่ยถึง Snow Monsters หลายคนอาจนึกถึง Zao แต่อยากจะกระซิบดังๆว่า Ani คือหนึ่งใน 3 พื้นที่ Snow Monsters ของญี่ปุ่น ที่คนญี่ปุ่นเองก็นิยมมาเที่ยวชมความงดงาม ของป่าหิมะถูกปั้นแต่งด้วยลมหนาวและเกล็ดน้ำแข็งเช่นกัน

ต้นไม้สูงกลายเป็นเงาร่างสีขาว ยืนสงบอยู่ท่ามกลางความเงียบ ราวกับเฝ้ามองทุกการเคลื่อนไหวของผู้มาเยือน ถึงไม่เล่นสกี สโนว์บอร์ด ก็สามารถมาขึ้นกระเช้าชมวิวได้สบายๆ
Ani เป็นลานที่
- คนญี่ปุ่นไปจริง
- นักถ่ายภาพ Snow Monsters ไปจริง
- สายธรรมชาติรู้จัก
แต่ยังไม่ถูก over-marketed สำหรับตลาดต่างชาติ
ในความรู้สึกของผู้เขียน สำหรับสายสกีและสโนว์บอร์ด Ani คือสนามที่เปิดพื้นที่ให้ได้ “ปล่อยไหล” อย่างแท้จริง ลานสกีที่คนไม่หนาแน่น
ไม่ต้องต่อคิวยาวรอขึ้นลิฟต์.. ที่นี่ไม่ใช่สโนว์บอร์ดที่ต้องโชว์ แต่เป็นสโนว์บอร์ดที่ได้ “อยู่กับธรรมชาติ” อยู่กับป่าหิมะและอยู่กับตัวเองอย่างแท้จริง จุดบริการร้านอาหาร เช่าอุปกรณ์สกี ล็อกเกอร์ และร้านของฝากก็มีครบครัน



อีกหนึ่งรายละเอียดเล็กๆ ที่ช่วยเติมความอบอุ่นให้ลานสกีแห่งนี้ คือ “โฮคุโตะ” 「北斗(ほくと)くん」 น้องหมาอาคิตะ หน้ามุ่ย ขี้เซา ประจำลาน ที่คอยต้อนรับผู้มาเยือนอย่างเป็นกันเอง ใครแวะมา อย่าลืมทักทายน้องสักหน่อยนะ
Ani Ski Resort เหมาะมากๆ สำหรับผู้ที่มองหาการเล่นสกี สโนว์บอร์ด ในบรรยากาศสงบ เป็นธรรมชาติ และปล่อยให้ฤดูหนาวได้แสดงเสน่ห์ของมันอย่างเต็มที่…

🏡 ที่พัก: Anaba Lodge

Anaba Lodge เป็นที่พักขนาดกะทัดรัดใกล้ลานสกี Ani รายล้อมด้วยภูเขาและธรรมชาติของอาคิตะ
ให้บรรยากาศเรียบง่าย อบอุ่น และเป็นกันเอง เหมาะสำหรับการพักผ่อนหลังวันยาวบนลานสกี
หลังจากเช็คอิน จัดเเจงเก็บสัมภาระ เราเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าสบายๆ แล้วลงไปที่พื้นที่ส่วนกลางของบ้าน…

เมื่อแสงสุดท้ายของวันค่อยๆ หายไปหลังแนวเขา หิมะเริ่มโปรยลงมา แสงไฟอุ่นๆจากเตาผิงช่างเข้ากันอย่างลงตัว
ที่นี่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อความหรูหราหรือความหวือหวา แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าพักได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันนั่งคุย แลกเปลี่ยนเรื่องราวของวันนั้น
ตั้งแต่สภาพหิมะ เส้นทางสกี ไปจนถึงประสบการณ์ฤดูหนาวที่แต่ละคนกำลังค้นหา Anaba Lodge ก็เผยเสน่ห์ของมันออกมาอย่างชัดเจนที่สุดในช่วงเวลานี้ ตัวอาคารเล็กๆ ท่ามกลางภูเขาหิมะ ถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟอุ่นจากภายใน ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านพักบนเขา

ที่นี่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อความหรูหราหรือความหวือหวาแต่เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าพักได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน
นั่งคุย แลกเปลี่ยนเรื่องราวของวันนั้น ตั้งแต่สภาพหิมะ เส้นทางสกี ไปจนถึงประสบการณ์ฤดูหนาวที่แต่ละคนกำลังค้นหา
หลายครั้ง บทสนทนาเหล่านี้ค่อยๆ พัฒนาเป็นความคุ้นเคย และ กลายเป็นมิตรภาพเล็กๆ ระหว่างคนที่ชอบสิ่งคล้ายกัน
โดยไม่ต้องตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น สำหรับผู้เขียน Anaba Lodge จึงไม่ใช่แค่ที่พักสำหรับการค้างคืน
แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ฤดูหนาวในอาคิตะ สถานที่ที่ช่วยเติมพลังทั้งร่างกายและจิตใจ ก่อนจะออกไปใช้เวลากับหิมะ
และภูเขาอีกครั้งในเช้าวันถัดไปอย่างเงียบๆ และพอดี …

Day2 | 🎿♨️ Tazawako Ski Resort ลานสกีวิวทะเลสาบ & ออนเซ็นชั้นเลิส
อีกหนึ่งไฮไลต์ของทริปอาคิตะ คือ 田沢湖スキー場 (Tazawako Ski Resort)
ลานสกีขนาดใหญ่ที่โดดเด่นด้วยทำเลพิเศษ

วิวของ ทะเลสาบทาซาวะ ทะเลสาบที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของจังหวัดอาคิตะ
ในวันที่อากาศเปิด การเล่นสโนว์บอร์ดที่นี่จะไม่เหมือนที่ไหน เพราะเบื้องหน้าคือวิวทะเลสาบสีฟ้าเข้มตัดกับภูเขาหิมะ เป็น “วิวหลักล้าน” ที่ทำให้ทุกการหยุดพักบนสโลปมีความหมายมากขึ้น

วันที่มาเยือน โชคไม่เข้าข้างเท่าไรนักหิมะตกหนักจนมองเห็นทะเลสาบได้เพียงลางๆ เป็นช่วงๆ แต่ธรรมชาติก็ชดเชย ด้วยสิ่งที่สายสโนว์บอร์ดหลงรักที่สุด

หิมะฟูแบบพาวเดอร์ สโนว์บอร์ดบนหิมะนุ่มๆ ที่นี่ ให้ความรู้สึกสนุกและเป็นอิสระ ลานสกีมีสโลปหลากหลาย
ตั้งแต่เส้นทางสำหรับผู้เริ่มต้นไปจนถึงสโลปชันที่ท้าทายสำหรับนักเล่นระดับสูง โซนที่ประทับใจเป็นพิเศษ คือบริเวณแนวแอ่งเขาธรรมชาติ
สโลปแบบ ungroomed ที่ปล่อยให้หิมะอยู่ในสภาพธรรมชาติ ได้ไถบอร์ดลงไปบนหิมะฟูๆ อย่างเต็มที่
จากประสบการณ์ตรง กล้าพูดได้เลยว่าที่นี่ คืออีกหนึ่งลานที่ใช้คำว่า Japow (Japan Powder Snow) ได้อย่างไม่เกินจริง


นอกจากสโลปที่หลากหลาย Tazawako Ski Resort ยังพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
ทั้งจุดเช่าอุปกรณ์ ร้านอาหารขนาดใหญ่ และ โซนเลานจ์แยกที่ให้ได้นั่งพักแบบเงียบๆ แม้จะมาแบบไม่เตรียมอะไรล่วงหน้า
ก็สามารถสนุกกับสกีได้เต็มวัน และหลังจากกิจกรรมกลางแจ้งท่ามกลางหิมะ สิ่งที่ร่างกายต้องการมากที่สุด ก็คือการพักฟื้นอย่างแท้จริง…

♨️ ออนเซ็นกลางขุนเขา & การพักฟื้นที่แท้จริง
ที่พัก: 田沢高原ホテル (Tazawa Kogen Hotel)
หลังวันยาวบนลานสกี สิ่งที่ร่างกายต้องการมากที่สุดไม่ใช่กิจกรรมเพิ่มเติม แต่คือการได้ “พัก” อย่างแท้จริง
และ Tazawa Kogen Hotel คือที่พักที่ตอบโจทย์ช่วงเวลานี้ได้อย่างพอดี โรงแรมตั้งอยู่บนที่ราบสูงทาซาวะ โอบล้อมด้วยธรรมชาติของภูเขาและป่าไม้ ทำเลที่เงียบสงบ ช่วยตัดขาดจากความวุ่นวาย และเปิดโอกาสให้ร่างกายได้ฟื้นฟูหลังความเหนื่อยล้าอย่างเป็นธรรมชาติ

จุดเด่นของที่นี่คือ ออนเซ็นน้ำแร่ธรรมชาติ ที่ให้ได้แช่น้ำอุ่นท่ามกลางอากาศหนาว ความร้อนจากน้ำแร่ช่วยคลายกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะหลังวันสโนว์บอร์ดที่ใช้แรงไปทั้งวัน เป็นช่วงเวลาที่ทั้งร่างกายและจิตใจค่อยๆ ผ่อนคลายไปพร้อมกัน
ห้องพัก มาในสไตล์เรียบง่าย เน้นความสะอาด สงบ และใช้งานได้จริงบางห้องสามารถมองเห็นวิวธรรมชาติรอบด้าน
ในส่วนของอาหาร ที่นี่เน้น วัตถุดิบท้องถิ่นของอาคิตะ เมนูเรียบง่าย แต่ให้รสชาติที่อบอุ่นและจริงใจ เป็นมื้ออาหารที่ช่วยเติมพลัง โดยไม่หนักหรือซับซ้อนเกินไป เหมาะกับการปิดท้ายวันกลางหิมะอย่างลงตัว

เช้าวันถัดไป แสงแดดอ่อนๆ และบรรยากาศเงียบๆ ช่วยให้การตื่นเช้าเป็นเรื่องนุ่มนวลกว่าที่คิด
Tazawa Kogen Hotel อาจไม่ใช่ที่พักหรูหรา แต่เป็นที่พักที่เข้าใจจังหวะของการเดินทางในฤดูหนาว สถานที่ที่สกี ออนเซ็น
และการพักผ่อน ถูกเชื่อมเข้าด้วยกันอย่างพอดี…
Day 3 | Tazawa Lake → Akita City
⛩️ Gozanoishi Shrine 御座石神社 – ศาลเจ้าที่ทำให้ก้าวเดินช้าลงโดยไม่รู้ตัว
เช้านี้เริ่มต้นด้วยสถานที่ฮิลใจ ริมทะเลสาบทาซาวะ มีศาลเจ้าเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ไม่ต้องมีคำอธิบายมาก
แค่ก้าวเท้าเข้าไป…จังหวะของหัวใจก็จะค่อยๆ ช้าลงเอง

Gozanoishi Shrine ศาลเจ้าริมน้ำที่เงียบสงบ รายล้อมด้วยต้นไม้และผืนน้ำสีฟ้าเข้ม ไม่มีความยิ่งใหญ่ ไม่มีความเร่งรีบ มีเพียงความนิ่ง ที่ทำให้เราอยากยืนอยู่ตรงนั้นนานกว่าที่คิด วันที่หิมะตก บรรยากาศยิ่งลึกซึ้ง เสียงลม เสียงน้ำ และความเงียบ เหมือนศาลเจ้าแห่งนี้ไม่ได้ชวนให้ “ขอพร” แต่ชวนให้ “ฟังตัวเอง” ให้ชัดขึ้น
Gozanoishi Shrine อาจไม่ใช่แลนด์มาร์กที่คนพูดถึงมาก แต่สำหรับใครที่มาเที่ยวทาซาวะ ที่นี่คือจุดพักใจเล็กๆ ที่ทำให้การเดินทางมีความหมายมากขึ้นอย่างแน่นอน 🌿
📍 ข้อมูล
⛩️ 御座石神社 (Gozaishi Shrine)
🚗 จาก Tazawako Station ขับรถ ~15 นาที
🚌 รถบัสรอบทะเลสาบ ลงป้าย Goza-no-ishi Shrine

🍽️ European Dining GRANVIA(欧風食堂グランビア)
https://www.granvia.jp/pages/akita
European Dining GRANVIA เป็นร้านอาหารที่มีชื่อเสียงในย่านนี้ ต่อให้เวลาจะกระชั้น หรือมีจุดหมายอื่นรออยู่
หลายคน – including ตัวผู้เขียนเอง – ก็ยอมแลกเวลา เพื่อมานั่งใช้ช่วงหนึ่งของวัน ค่อยๆ ลิ้มรสอาหารที่ร้านแห่งนี้
ก่อนหน้านี้เคยรู้จักชื่อของ GRANVIA จากผลิตภัณฑ์แฮมที่วางจำหน่ายอยู่ในพื้นที่ แต่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเบื้องหลังรสชาติที่คุ้นเคยนั้น
คือร้านอาหารที่ซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลจาก Gozanoishi Shrine (御座石神社) ทำเลที่เหมาะกับการแวะพักหลังช่วงเวลาสงบของศาลเจ้าอย่างพอดี

เมื่อเดินเข้าไปภายในร้านสิ่งแรกที่สะดุดตาคือแฮมที่ห้อยเรียงรายอยู่ทั่วร้าน ผสานกับบรรยากาศการตกแต่งสไตล์ยุโรป
เตาผิงที่ให้ความอบอุ่น และแสงไฟที่ทำให้พื้นที่ทั้งหมดดูผ่อนคลายและมีเสน่ห์

อาหาร เมนูมีความหลากหลายมากกว่าที่คิดทั้งอาหารตะวันตกแบบคลาสสิก เมนูเนื้อและแฮมซึ่งเป็นจุดเด่นของร้าน อาหารจานหลักที่อิ่มมีความสุข รวมถึงเมนูเบาๆ สำหรับผู้ที่อยากรับประทานไม่หนักเกินไป ไม่ว่าจะชอบอาหารสไตล์ไหนก็สามารถเลือกได้อย่างสบายใจ
เครื่องดื่มมีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ไวน์ไปจนถึงเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์รสพิเศษ
ร้านจึงเหมาะทั้งสำหรับมื้อพิเศษและมื้อพักผ่อนระหว่างการเดินทาง


สำหรับผู้เขียนแล้ว European Dining GRANVIA ไม่ใช่แค่ร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยว แต่เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่น่าจดจำของทริป
ก่อนจะออกเดินทางต่อไปสัมผัสธรรมชาติของทะเลสาบทาซาวะ เป็นร้านที่อยากแนะนำให้ได้มาลองด้วยตัวเองจริงๆ…

📍📸 Lake Tazawa / Tatsuko Statue / Ukiki Shrine
https://akita-fun.jp/spots/547
หลังมื้อกลางวัน เส้นทางของวันค่อยๆ เปิดออกสู่ผืนน้ำกว้างของ Lake Tazawa (田沢湖) ทะเลสาบที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่น
และเป็นหัวใจของย่านนี้ ขับเลาะถนนริมทะเลสาบได้ไม่นาน ก็มาถึง Tatsuko Statue (たつこ像)
รูปปั้นหญิงสาวสีทองที่ยืนอยู่ริมผืนน้ำ สัญลักษณ์ของตำนานเก่าแก่ที่เล่าขานถึงความงามและความเป็นอมตะ
ยืนมองรูปปั้นโดยมีทะเลสาบเป็นฉากหลัง บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบกว่าที่คิด ลมเย็นพัดผ่านผิวน้ำเบาๆ เป็นช่วงเวลาที่ชวนให้หยุดและมองทะเลสาบอย่างผ่อนคลายจริงๆ

ถัดจากกันเพียงไม่กี่ก้าว คือ Ukiki Shrine (浮木神社) ศาลเจ้าเล็กๆ ริมทะเลสาบ
ตัววิหารสไตล์ญี่ปุ่นที่ตัดกับผืนน้ำและป่าโดยรอบอย่างงดงาม ให้บรรยากาศสงบ เรียบง่าย และเป็นส่วนตัว เป็นช่วงเวลาที่ไม่ต้องทำอะไรเป็นพิเศษ เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้น ก็สามารถสัมผัสเสน่ห์ของทะเลสาบทาซาวะได้อย่างชัดเจน

หลังใช้เวลากับผืนน้ำและความสงบ เส้นทางของวันค่อยๆ พาออกจากทะเลสาบ มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองอาคิตะจาก Tatsuko Statue (たつこ像) ใช้เวลาขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีค่ำคืนนี้ขอเปลี่ยนบรรยากาศ พักโรงแรมทำเลดี พร้อมบุฟเฟต์แสนอร่อย และออกไปเดินเล่นท่ามกลางความคึกคักของเมืองแวะเลือกของฝากกลับบ้านก่อนจบทริปกัน

🌃 🏨 ANA Crowne Plaza Akita Luxury Stay in Akita | Hotel & Namahage Experience

โรงแรมตั้งอยู่ใจกลางเมืองอาคิตะ เป็นที่พักระดับสูงที่เหมาะกับการพักผ่อนอย่างจริงจัง บรรยากาศเงียบสงบ แต่ยังสะดวกสบาย รายล้อมด้วยร้านอาหารและย่านช้อปปิ้งของเมือง
ห้องพักในครั้งนี้เป็นแบบ Club Room ขนาดกว้าง 40㎡ ตั้งอยู่บนชั้นบนสุดของโรงแรม ให้ความรู้สึกโปร่ง โล่ง พร้อมวิวเมืองอาคิตะจากมุมสูง เหมาะทั้งสำหรับการพักผ่อนเดี่ยวและคู่รักที่อยากใช้เวลาช่วงค่ำอย่างสบายๆ ภายในห้องตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่น ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายแบบญี่ปุ่น เตียงขนาดใหญ่ให้นอนสบาย พื้นที่นั่งเล่นกว้าง

🍽️ Dinner Buffet at ANA Crowne Plaza Akita
ค่ำคืนนี้เลือกทานมื้อเย็นที่ห้องอาหารของ ANA Crowne Plaza Akita กับบุฟเฟ่ต์ที่ผสานรสชาติอาหารญี่ปุ่นและนานาชาติไว้ได้อย่างลงตัว ห้องอาหารของโรงแรมถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของที่นี่ ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยจนแม้แต่คนญี่ปุ่นในพื้นที่ ก็ยังเลือกแวะมาดินเนอร์
แม้จะไม่ได้เข้าพัก บรรยากาศภายในตกแต่งอย่างหรูหราแต่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เหมาะกับการนั่งทานอาหารแบบไม่เร่งรีบ


ไลน์อาหารมีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่อาหารญี่ปุ่นต้นตำรับ สลัดสดใหม่ ไปจนถึงอาหารตะวันตกจานเด่น แต่สิ่งที่ไม่อยากให้พลาดคือ มุมของหวานและเครื่องดื่ม ที่จัดวางอย่างสวยงาม มีทั้งเค้ก พาย ผลไม้สด และของหวานตามฤดูกาล แอบกระซิบว่า เค้กบางรายการในไลน์บุฟเฟ่ต์ คือเค้กเดียวกับที่วางขายในเลานจ์ของโรงแรม ซึ่งปกติถ้าซื้อเป็นชิ้น ราคาค่อนข้างสูง แต่ที่นี่สามารถตักได้แบบไม่ต้องคิดมาก

ในส่วนของเครื่องดื่ม มีให้เลือกทั้งแบบไม่มีแอลกอฮอล์ รวมถึงไวน์และสาเกท้องถิ่นที่คัดมาแล้วว่าอร่อย เหมาะสำหรับใครที่อยากฉลองเบาๆ ในค่ำคืนนี้ เป็นมื้อเย็นที่ทั้งอร่อยและผ่อนคลาย ช่วยปิดวันเดินทางในอาคิตะได้อย่างสวยงามจริงๆ

Day 4 | Last Morning in Akita
Live Kitchen ข้าวปั้นของเช้าวันใหม่ หนึ่งในไฮไลต์ของอาหารเช้าที่ประทับใจ คือโซนข้าวปั้นแบบ Live Kitchen ที่เลือกใช้ข้าวอาคิตะคุณภาพเยี่ยมถึงสองสายพันธุ์ ทั้ง อาคิตะโคมาจิ เนื้อนุ่มหนึบ และ ซากิโฮโคเระ ข้าวพรีเมียมเมล็ดอวบหอม ข้าวปั้นจะปั้นสดใหม่เป็นก้อนเล็กพอดีคำ ทำให้ได้ลองหลายไส้แบบไม่อิ่มเร็ว ไส้แนะนำคือ อิบุริกะโกะผสมทูน่ามายองเนส ผักดองรมควันของอาคิตะที่ให้รสหอมควัน เค็มมันลงตัว อีกเมนูที่ไม่ควรพลาดคือ คิริทันโปะนาเบะ きりたんぽ鍋 ซุปพื้นเมืองอาคิตะ ข้าวบดปั้นย่าง ใส่ในน้ำซุปไก่รสกลมกล่อม เพิ่มความสดชื่นด้วยผักเซริในขั้นตอนสุดท้าย เป็นรสชาติที่ชาวอาคิตะคุ้นเคย และเหมาะกับเช้าอากาศเย็นของฤดูหนาวอย่างพอดี

หลังจากเช็คเอาท์เรียบร้อยแล้ว ฝากสัมภาระไว้ที่ฟรอนต์ของโรงแรม ก็ได้เวลาออกไปเดินเล่นสำรวจบรรยากาศรอบๆ ตัวเมืองอาคิตะ บริเวณรอบโรงแรมถือว่าเดินเที่ยวได้สบาย มีทั้งห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ที่รวมร้านอาหารหลากหลายไว้ในที่เดียว ตั้งแต่อาหารท้องถิ่นของอาคิตะ ไปจนถึงเมนูยอดนิยมที่วัยรุ่นและคนท้องถิ่นแวะมากันเป็นประจำ

ตลาดสดที่คนท้องถิ่นมาจับจ่าย คาเฟ่ ร้านค้า และร้านของฝาก ที่รวบรวมของขึ้นชื่อจากทั่วจังหวัดอาคิตะ สามารถเลือกซื้อได้อย่างสะดวก

ระหว่างทางยังมีมุมให้แวะถ่ายรูปเรื่อยๆ ใช้ช่วงเวลาสุดท้ายของทริป ค่อยๆ เดิน ชมเมือง และเก็บความทรงจำก่อนเดินทางกลับ

ระหว่างเดินเล่นในตัวเมืองอาคิตะ สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับร้านอาหารแห่งหนึ่ง ที่ตกแต่งหน้าร้านด้วย รูปปั้นหน้ากากนามาฮาเกะขนาดใหญ่ โดดเด่นจนอดไม่ได้ที่จะหยุดดูและถ่ายรูป ยิ่งเดิน ยิ่งรู้สึกได้ว่า นามาฮาเกะไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล่าในพิพิธภัณฑ์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเมืองนี้ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ป้าย หรือของตกแต่งตามมุมต่างๆ นามาฮาเกะยังคงปรากฏอยู่รอบตัว ราวกับคอยเตือนให้เรานึกถึงรากวัฒนธรรมของอาคิตะอยู่เสมอ ภาพเหล่านี้ทำให้นึกย้อนกลับไปถึง ประสบการณ์ที่ Namahage Museum สถานที่ที่ช่วยให้เข้าใจว่า นามาฮาเกะไม่ใช่แค่สัญลักษณ์ที่ดูดุดัน แต่เป็นวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยความหมายและความผูกพันของผู้คน สำหรับใครที่อยากทำความรู้จักนามาฮาเกะให้ลึกขึ้น สามารถตามไปอ่านรีวิวของ Namahage Museum ได้จากลิงก์ที่แนบไว้
https://www.facebook.com/share/p/1ADAyrGztK/?mibextid=wwXIfr
แล้วจะเข้าใจว่าเหตุใด นามาฮาเกะจึงยังคงมีชีวิตอยู่ในเมืองอาคิตะจนถึงวันนี้
การเดินทางในอาคิตะครั้งนี้ อาจไม่ได้เต็มไปด้วยจุดหมายที่หวือหวา แต่กลับเต็มไปด้วยช่วงเวลาที่ค่อยๆ สะสมความหมาย จากธรรมชาติที่เงียบสงบของทะเลสาบ ร่องรอยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต ไปจนถึงชีวิตประจำวันของผู้คนในตัวเมือง ทุกจังหวะของการเดินทาง ช่วยให้ได้เข้าใจอาคิตะมากขึ้นทีละนิด อาคิตะจึงไม่ใช่จังหวัดที่ต้องรีบมาแล้วรีบไป แต่เป็นสถานที่ที่ยิ่งใช้เวลาอยู่ด้วย ก็ยิ่งเห็นเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดเล็กๆ และเมื่อถึงเวลาต้องเดินทางกลับ ก็มีทั้งภาพ ความรู้สึก และความผูกพัน ติดตัวกลับไปอย่างเงียบๆ แต่ชัดเจน อาคิตะ… เป็นเมืองที่ไม่ได้เรียกร้องความสนใจ แต่พร้อมต้อนรับคนที่ตั้งใจมองเสมอ ✨
เรื่องแนะนำ :
– 7 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในจังหวัดยามากาตะ
– ชาวญี่ปุ่นเลี่ยงไปเกียวโตเหตุนักท่องเที่ยวต่างชาติล้นเมือง
– สาวก Ghibli ห้ามพลาด! รถไฟลาย Pom Poko เริ่มวิ่ง 17 ต.ค.นี้
– JAL ตรวจสุขภาพตับนักบินคุมเข้มเรื่องแอลกอฮอล์
– Daiso เปิดตัวมาสคอตครั้งแรก !
#Japan’s Quiet Snow Gem: Akita ทริปสโนว์บอร์ด & ออนเซ็น และฤดูหนาวที่ทำให้ใจยอมเดินช้าลง #Akita #เที่ยวอาคิตะ

