ปราสาทมัตสึโมโตะ: มรดกทางประวัติศาสตร์ที่ยังมีลมหายใจ… สมบัติของชาติญี่ปุ่น (Japan National Treasures)
หากพูดถึงปราสาทญี่ปุ่นที่งดงามและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ “ปราสาทมัตสึโมโตะ” (Matsumoto Castle) ย่อมเป็นหนึ่งในชื่อที่ต้องกล่าวถึง…
ปราสาทแห่งนี้ไม่เพียงแต่จะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติของชาติญี่ปุ่น (Japan National Treasure) เท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในปราสาทไม่กี่แห่งที่ยังคงโครงสร้างไม้ดั้งเดิมเอาไว้ได้จนถึงปัจจุบัน ซึ่งทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และเรื่องราวที่น่าสนใจ
ปราสาทมัตสึโมโตะ

ปราสาทมัตสึโมโตะตั้งอยู่ในจังหวัดนากาโนะ (Nagano) และเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “ปราสาทอีกา” หรือ Crow Castle เนื่องจากสีของตัวปราสาทที่เป็นสีดำ ซึ่งทำให้ดูโดดเด่นและทรงพลัง ถือเป็นหนึ่งในปราสาทแบบฮิระจิโระ (Hirajiro) หรือปราสาทที่สร้างบนพื้นที่ราบ แตกต่างจากปราสาทหลายแห่งที่มักสร้างบนภูเขา ทำให้ต้องใช้กลยุทธ์การป้องกันที่แตกต่างออกไป เช่น คูน้ำลึกและกำแพงหินที่แข็งแกร่ง ด้วยกลยุทธ์เหล่านั้น ทำให้เป็นปราสาทที่ยากต่อการบุกทะลวง
สิ่งที่ทำให้ปราสาทแห่งนี้โดดเด่นคือโครงสร้างดั้งเดิมที่ยังคงอยู่ครบถ้วน โดยเฉพาะหอคอยหลัก (Tenshu) ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 16 ในสมัยสงครามเซ็นโกคุ โครงสร้างไม้ของปราสาทยังคงทนทานต่อกาลเวลาแม้ว่าจะผ่านภัยพิบัติทางธรรมชาติและยุคสมัยที่เปลี่ยนไปมากมายก็ตาม


การดำรงอยู่ของปราสาทมัตสึโมโตะ

แม้ว่าในสมัยเมจิ (ค.ศ. 1868 – 1912) หลาย ๆ ปราสาทในญี่ปุ่นจะถูกทำลายหรือดัดแปลงให้เป็นที่อยู่อาศัยหรือโรงเรียน แต่ปราสาทมัตสึโมโตะก็ได้รับการอนุรักษ์เอาไว้ด้วยความพยายามของชาวเมืองมัตสึโมโตะที่รวมตัวกันระดมทุนเพื่อซื้อคืนและบูรณะ ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในไม่กี่ปราสาทที่ยังคงสภาพดั้งเดิมเอาไว้ได้จนถึงปัจจุบัน



ในปี ค.ศ. 1936 รัฐบาลญี่ปุ่นจึงประกาศให้ปราสาทมัตสึโมโตะเป็นสมบัติของชาติ (Japan National Treasure) และเป็นหนึ่งในปราสาทดั้งเดิมที่รอดมาได้จากภัยสงครามโลกครั้งที่สอง
ข้อมูลที่น่าสนใจ

- ระยะเวลาในการก่อสร้าง: เริ่มสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1592 แต่แล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1614
- สถาปัตยกรรม: เป็นโครงสร้างไม้และกำแพงหิน ซึ่งมีหอคอยหลักสูง 6 ชั้น แม้ว่าจะดูจากภายนอก เหมือนมีแค่ 5 ชั้นก็ตาม
- ปราสาทที่ยังคงมีหอคอยดั้งเดิม: ในญี่ปุ่นมีเพียง 12 ปราสาทเท่านั้นที่ยังคงมีหอคอยดั้งเดิมหลงเหลืออยู่ ปราสาทมัตสึโมโตะคือหนึ่งในนั้น
- หอคอยดูดาว: นอกเหนือจากหอคอยสำหรับป้องกันภัยแล้ว ปราสาทแห่งนี้ยังมีหอคอยที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยเอโดะเพื่อใช้สำหรับสังเกตการณ์ดวงดาว ซึ่งแตกต่างจากปราสาทอื่น ๆ ในญี่ปุ่น
- การป้องกันศัตรู: มีคูน้ำลึกโดยรอบ หน้าต่างสำหรับนักธนู และช่องสำหรับทิ้งหินใส่ศัตรูที่พยายามจะบุกเข้ามา
- ความชันของบันได: บันไดบางช่วงของปราสาทแห่งนี้มีความชันเกือบ 60 องศา ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันศัตรูจากการปีนขึ้นไปโจมตี
- เคยเกือบถูกรื้อถอน: ในสมัยเมจิ ปราสาทแห่งนี้ได้ถูกขายทอดตลาดไปเพื่อใช้ไม้ในการก่อสร้างอย่างอื่น แต่ชาวเมืองก็ร่วมกันระดมทุนซื้อคืนกลับมาได้ทันเวลา
- ความพิเศษของฤดูกาล: ในฤดูหนาว ตัวปราสาทจะมีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะทำให้เกิดทัศนียภาพที่งดงามราวกับภาพวาด ส่วนในฤดูใบไม้ผลิ ดอกซากุระที่บานสะพรั่งรอบปราสาทก็จะเป็นภาพที่ติดตราตรึงใจนักท่องเที่ยว

หากคุณเป็นผู้ที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ หรือสถานที่ที่มีบรรยากาศย้อนยุคแบบดั้งเดิม ปราสาทมัตสึโมโตะคือจุดหมายปลายทางที่คุณไม่ควรพลาด


ปราสาทแห่งนี้นอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ความแข็งแกร่งทางประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นแล้ว ยังมอบประสบการณ์ที่ลึกซึ้งให้แก่ผู้ที่มาเยี่ยมเยือน ไม่ว่าจะเป็นการเดินสำรวจภายในตัวปราสาท การชมวิวทิวทัศน์ของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น (Japan Alps) หรือการได้สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านเทศกาลต่าง ๆ ที่จัดขึ้นรอบบริเวณปราสาทตลอดทั้งปี
หากคุณมีโอกาสได้ไปเยือนจังหวัดนากาโนะ อย่าลืมแวะไปที่ปราสาทมัตสึโมโตะ แล้วคุณจะได้สัมผัสเสน่ห์เหล่านี้ด้วยตัวคุณเอง!
เรื่องแนะนำ :
– วัดโทไดจิ: หัวใจของมรดกโลกแห่งนารา
– ปราสาทอินุยามะ: สมบัติแห่งยุคซามูไร สัมผัสเสน่ห์ญี่ปุ่นโบราณ
– มรดกโลกญี่ปุ่น อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิม่า (Genbaku Dome)
– สวนสันติภาพฮิโรชิม่า (Hiroshima Peace Memorial Park)
– คู่เพื่อนสาวหนีร้อนไปพึ่งหนาว เที่ยวฮิโรชิม่าและยามากุจิกันจ้า EP3
ขอบคุณข้อมูล:
https://www.matsumoto-castle.jp/eng
#ปราสาทมัตสึโมโตะ: มรดกทางประวัติศาสตร์ที่ยังมีลมหายใจ… สมบัติของชาติญี่ปุ่น (Japan National Treasures) #Nagano #Matsumoto Castle #เที่ยวนางาโน่ #Chubu