10 สิ่งที่คุณห้ามพลาดเมื่อมาเยือนจังหวัดชิงะ Shiga
จังหวัดชิงะ (Shiga) ตั้งอยู่ในภูมิภาคคันไซ ประเทศญี่ปุ่น เป็นที่ตั้งของทะเลสาบบิวะซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และปราสาทฮิโคเนะที่เป็น 1 ใน 5 ปราสาทที่มีอาคารที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติของชาติ แล้วไปเที่ยวชิงะที่ไหนดี ของกินขึ้นชื่อมีอะไรบ้าง ทีมงาน marumura มี 10 สิ่งที่คุณห้ามพลาดเมื่อมาเยือนจังหวัดชิงะมาให้ติดตามกันค่ะ

1 ปราสาทฮิโคเนะ
มาถึงชิงะแล้วต้องมา เที่ยวปราสาทฮิโคเนะ (Hikone Castle) เป็นปราสาทยุคเอโดะที่ตั้งอยู่ในเมืองฮิโคเนะ จังหวัดชิงะ ถือเป็นหนึ่งในแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญของจังหวัด ตัวปราสาทตั้งอยู่ห่างจากทะเลสาบบิวะประมาณ 1 กิโลเมตร ในอดีตเคยตั้งอยู่ติดริมฝั่งก่อนมีการถมดินในภายหลัง ไฮไลต์ของการท่องเที่ยวคือฤดูใบไม้ผลิที่มีซากุระบานสะพรั่งรอบปราสาทและฤดูใบไม้ร่วงที่เต็มไปด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี อีกหนึ่งความน่ารักคือ ฮิโคเนียง (Hikonyan) มาสคอตประจำปราสาท แมวสีขาวสวมใส่หมวกซามูไรที่กลายเป็นขวัญใจนักท่องเที่ยวไปทั่วญี่ปุ่นค่ะ

2 ทะเลสาบบิวะ
มาถึงชิงะแล้วต้องมา เที่ยวทะเลสาบบิวะ (Lake Biwa) เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ใจกลางจังหวัดชิงะ มีประวัติยาวนานกว่า 4 ล้านปี โดยที่ชื่อของทะเลสาบมาจากรูปร่างตามธรรมชาติที่คล้ายกับ “บิวะ” เครื่องดนตรีพิณโบราณของญี่ปุ่น มีความยาวของชายฝั่งประมาณ 235 กิโลเมตร รายล้อมด้วยธรรมชาติสวยงาม มีกิจกรรมให้ทำตลอดปี ทั้งล่องเรือ พายคายัก ปั่นจักรยาน หรือชมวิวพระอาทิตย์ตกริมทะเลสาบ ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือการชมศาลเจ้าชิราฮิเกะ (Shirahige Shrine) กับซุ้มประตูโทริอิกลางน้ำที่สวยมาก การล่องเรือสำราญชมเกาะต่าง ๆ ในทะเลสาบ และการพักผ่อนหรือเล่นกระดานโต้คลื่นที่หาดโอมิไมโกะ (Omi-Maiko Beach) ชายหาดทรายขาวที่รายล้อมด้วยต้นไพน์ สายเที่ยวธรรมชาติทำกิจกรรมกลางแจ้งต้องปักหมุดไว้เลยค่ะ

3 หมู่บ้านนินจาโคคะ
มาถึงชิงะแล้วต้องมา เที่ยวหมู่บ้านนินจาโคคะ (Koka Ninja Village) ตั้งอยู่ที่เมืองโคคะ จังหวัดชิงะ คือจุดหมายที่แฟน ๆ นินจาห้ามพลาด หมู่บ้านแห่งนี้เคยเป็นถิ่นของกลุ่ม “โคคะนินจา” นินจาสายลับที่เคลื่อนไหวในเงามืดเริ่มต้นขึ้นในปลายคริตส์ทศวรรษ 1400 ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสโลกของนินจาอย่างใกล้ชิด ทั้งบ้านนินจาพร้อมกลไกลับ พิพิธภัณฑ์อาวุธโบราณ สนามฝึกขว้างดาวกระจายชูริเคน และกิจกรรมสนุก ๆ อย่างการเดินบนน้ำหรือสวมชุดนินจาเต็มยศ เดินทางสะดวกจากเกียวโตเพียง 1 ชั่วโมงโดยรถไฟ และเดินต่อจากสถานี JR โคคะประมาณ 30 นาที หรือต่อแท็กซี่ก็ได้เช่นกันค่ะ

4 วัดเอ็นเรียคุจิ
มาถึงชิงะแล้วต้องมา เที่ยววัดเอ็นเรียคุจิ (Enryakuji Temple) ตั้งอยู่บนภูเขาฮิเอ เมืองโอสึ จังหวัดชิงะ อยู่ใกล้จังหวัดเกียวโต ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 788 โดยพระอาจารย์ไซโจ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งนิกายเท็นไดในญี่ปุ่น ท่านได้เปลี่ยนทั้งภูเขาให้เป็นสถานที่ฝึกตนของพระสงฆ์ จนกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของพระพุทธศาสนาในประเทศ วัดแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,200 ปี และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกในปี ค.ศ. 1994 ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงระหว่างเกียวโตกับชิงะ ทำให้มองเห็นวิวทะเลสาบบิวะ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี วิวที่นี่สวยงามมากค่ะ

5 หมู่บ้านทานุกิ
มาถึงชิงะแล้วต้องมา เที่ยวหมู่บ้านทานุกิ (Tanuki Mura) ตั้งอยู่ที่เมืองโคคะ จังหวัดชิงะ เป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อเรื่องเครื่องปั้นดินเผาชิการาคิ (Shigaraki Pottery) ที่มีประวัติยาวนานกว่า 700 ปี โดดเด่นด้วยตุ๊กตาทานุกิซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคล ภายในหมู่บ้านมีกิจกรรมให้ลองทำหลากหลาย ทั้งการถ่ายรูปกับทานุกิขนาดยักษ์ ทดลองปั้นดินเผาหรือตุ๊กตาทานุกิด้วยตนเอง อย่าลืมลองชิมอาหารท้องถิ่นที่หุงด้วยหม้อดินเผาด้วยนะคะ

6 วัดออนโจจิ หรือวัดมิอิเดระ
มาถึงชิงะแล้วต้องมา เที่ยววัดออนโจจิ หรือวัดมิอิเดระ (Onjo-ji Temple , Mii-deraTemple) ตั้งอยู่ที่เมืองโอตสึ จังหวัดชิงะ เป็นวัดหลักของนิกายเท็นไดจิมง แม้ว่าวัดถูกทำลายด้วยไฟซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่าพันปี แต่วัดแห่งนี้ก็ได้รับการบูรณะใหม่ทุกครั้งด้วยความพยายามของผู้นำฮิเดโยชิ โทโยโทมิและอิเอยาสึ โทกูกาวะ ปัจจุบันวัดแห่งนี้ได้รับการกำหนดให้เป็นสมบัติของชาติ และทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ไฮไลท์ด้านการท่องเที่ยวคือ เป็นสถานที่ที่สามารถชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของทะเลสาบบิวะ เป็นจุดชมซากุระในฤดูใบไม้ผลิรวมถึงช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงอีกด้วยค่ะ นักท่องเที่ยวยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมฝึกจิตแบบยามาบูชิ เดินเขารอบภูเขานางาระเป็นเวลา 3 ชั่วโมงในชุดนักพรตเพื่อพิจารณาตนเอง หรือเลือกทำสมาธิซาเซ็น และคัดลอกพระสูตรในแบบฉะเคียวที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัยได้อีกด้วย

7 คลองฮะจิมังโบริ
มาถึงชิงะแล้วต้องมา เที่ยวคลองฮาจิมังโบริ (Hachiman-bori Canal) ตั้งอยู่ในเมืองโอมิฮะจิมัง จังหวัดชิงะ เคยเป็นเส้นทางการค้าและการขนส่งสำคัญของภูมิภาคจนถึงต้นยุคโชวะ ตลอดสองฝั่งคลองยังคงเต็มไปด้วยโกดังผนังสีขาวและบ้านเก่าที่สะท้อนภาพความรุ่งเรืองในอดีต ปัจจุบันคลองแห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมและเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และซีรีส์หลายเรื่อง รวมถึงภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชันเรื่อง Rurouni Kenshin นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือชมวิวสองฝั่งคลองที่เรียงรายด้วยบ้านโบราณ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิซากุระจะบานสะพรั่งสองฝั่งข้างทาง เพลิดเพลินกับบรรยากาศเงียบสงบโดยไม่ต้องพายเรือเอง ถ้ามาในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่ก็สวยไม่แพ้ฤดูอื่นๆ เลยค่ะ

8 แหลมไคซุ โอซากิ
มาถึงชิงะแล้วต้องมา เที่ยวแหลมไคซุ โอซากิ (Kaizu Osaki Peninsula) ตั้งอยู่ในเมืองทาคาชิมะ จังหวัดชิงะ เป็นจุดชมซากุระริมทะเลสาบบิวะที่ติดอันดับ 1 ใน 100 สถานที่ชมซากุระที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น และเป็น 1 ใน 8 ทิวทัศน์งดงามของทะเลสาบบิวะ ด้วยแนวต้นซากุระกว่า 800 ต้นที่เรียงรายตลอดชายฝั่งระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ในช่วงต้นถึงกลางเดือนเมษายน นักท่องเที่ยวมาสามารถเดินเล่น ปั่นจักรยานเลียบทะเลสาบ หรือเลือกเปลี่ยนมุมมองด้วยการล่องเรือชมซากุระรอบทะเลบสาบก็ได้บรรยากาศชิลล์ๆ สบายๆ ไปอีกแบบค่ะ

9 ศาลเจ้าชิราฮิเกะ
มาถึงชิงะแล้วต้องมา เที่ยวศาลเจ้าชิราฮิเกะ (Shirahige Shrine) ตั้งอยู่ในเมืองทาคาชิมะ ฝั่งตะวันตกของทะเลสาบบิวะ จังหวัดชิงะ เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 1,000 ปี เชื่อกันว่าเป็นที่สถิตของเทพเจ้าแห่งอายุยืนชิราฮิเกะ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความยั่งยืนและสุขภาพดี ศาลเจ้าแห่งนี้ยังเป็นที่รู้จักในฐานะ Power Spot สำหรับขอพรด้านชีวิตแต่งงาน การศึกษา หน้าที่การงาน และการเดินทางปลอดภัย จุดเด่นของที่นี่คือเสาโทริอิสีแดงที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเลสาบ สร้างภาพทิวทัศน์งดงามในทุกช่วงเวลา โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ขึ้นที่เสาจะอยู่ในแนวเดียวกับดวงอาทิตย์พอดี ช่วงวันขึ้นปีใหม่วันที่ 1-5 มกราคม จะมีการเปิดไฟประดับไปจนถึงเวลาสามทุ่มอีกด้วยค่ะ

10 ของอร่อยจังหวัดชิงะ
มาถึงชิงะแล้วต้องมาชิม เนื้อโอมิ (Omi Beef) เนื้อวัวชั้นเลิศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดเนื้อวัวของญี่ปุ่น ลายไขมันสวย เนื้อนุ่มละลายในปาก รสชาติกลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์ ต่อมาคือเมนูฟุนะซูชิ (Funazushi ) ปลาหมักดั้งเดิมของชิงะที่ทำจากปลานิโกโระบุนะในทะเลสาบบิวะ หมักกับข้าวและเกลือจนได้รสเปรี้ยวเฉพาะตัว ต่อมาคือ ปลาอะยุ (Ayu) ปลาหวานน้ำจืดที่นิยมนำไปย่างกับเกลือ เนื้อหอมหวาน กินได้ทั้งตัว เป็นหนึ่งไฮไลท์ที่เป็นของอร่อยจากทะเลสาบบิวะ และ ชาอาสะมิยะ (Asamiya Tea) ลองชิมชุดอาหารท้องถิ่นที่เสิร์ฟคู่กับชาอาสะมิยะ ซึ่งเป็นชาคุณภาพสูงของชิงะที่หอมและรสชาตินุ่มลึก ทั้งหมดนี้คือรสชาติที่สะท้อนเสน่ห์ของชิงะที่ไม่ควรพลาดค่ะ
ที่มาและรูปภาพ :
https://www.japan.travel/th/destinations/kansai/shiga/
https://www.japan.travel/japan-heritage/popular/iga-koka-birthplace-ninja-shiga-mie-sengoku-period-shuriken
https://oumiushi.com/
https://web.facebook.com/visitjapanth
#จังหวัดชิงะ Shiga