ขับรถเที่ยววาคายาม่า 4 วันแบบจัดเต็ม EP1
สวัสดีค่ะ กลับมาอีกครั้งกับทริปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองในช่วงอากาศหนาวๆ เย็นๆ (ปลายเดือนมกราคม) ซึ่งคราวนี้เราจะไปส่องจังหวัดที่เราไม่ค่อยได้มีโอกาสไปเยือนบ่อยนัก ทั้งๆ ที่อยู่ใกล้กับจังหวัดท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างเกียวโต นารา และโอซาก้า อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากสนามบินคันไซ นั่นก็คือ จังหวัดวาคายาม่า (Wakayama)
ทริปนี้จึงเรียกได้ว่าเป็นการสนองนี๊ดอยู่หน่อยๆ อย่างที่บอก… เราไม่ค่อยมีโอกาสได้ย่างเท้าเข้าไปแตะจังหวัดนี้เลย แต่แบบว่าใกล้ตาใกล้ใจขนาดนี้ การเดินทางก็ไม่ได้ยากเย็น จะไม่ไปสำรวจอย่างละเอียดสักหน่อย ก็คงจะไม่ใช่เรื่องสมควรสักเท่าไร แถมจังหวัดนี้ยังเป็นจังหวัดชายทะเลขนาดใหญ่ มีธรรมชาติที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ มีชื่อเสียงเรื่องสถานที่แสวงบุญ และแหล่งแช่น้ำแร่ออนเซ็นน่าสนใจ ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าท้าย อยากจะเข้าไปสำรวจและนำเรื่องราวของจังหวัดนี้มาเล่าต่อให้มนุษย์สายเที่ยวญี่ปุ่นชาวไทยได้รู้จักกันมากขึ้นจริงๆ และขอสปอยล์เอาไว้ก่อนเลยว่า … พอจบทริปแล้ว ตัวเราเองรู้สึกประทับใจจังหวัดนี้เอามากๆ เลยทีเดียวล่ะ ต้องมาซ้ำๆๆๆ อีก อย่างแน่นอน!
และทริปนี้เราจะขับรถเที่ยว (Self-Drive) ซึ่งขอแนะนำเลยว่าเป็นวิธีการเดินทางที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยวจังหวัดนี้ให้ทั่วๆ ในเวลาที่สั้น แถมเบาตัว ไม่ต้องแบก (ลาก) สัมภาระกระเตงๆ จนหมดสนุกซะก่อนอีกด้วย
นอกจากจะตื่นเต้นที่จะได้ตะลุยเที่ยวจังหวัดใหม่ๆ แล้ว เรายังจะได้ลองบินสายการบิน Peach Aviation หรือที่คนไทยเรียกกันจนติดว่าว่า Peach Air เป็นครั้งแรกอีกด้วย ตื่นเต้นคูณสองกันไปเลย
Peach Aviation เหมือนจะมีฐานอยู่ที่สนามบินคันไซอยู่แล้วนะ ดังนั้นจึงมีไฟล์ทบินตรงจากสนามบินสุวรรณภูมิ หาเที่ยวบินได้ไม่ยาก เราจองออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ แล้วเลือกแพ็คเก็จที่รวมน้ำหนักกระเป๋าสำหรับโหลด 1 ใบ (20 กก.) พร้อมกระเป๋า Hand carry หรือกระเป๋าสำหรับถือขึ้นเครื่องได้อีก 2 ชิ้น (รวมไม่เกิน 7 กก.) ซึ่งก็เหมาะกับสายไม่ช้อปหนักมากแบบเราสุดๆ (แต่ก็แอบตื่นเต้นนิดๆ เรื่องน้ำหนักเหมือนกัน เพราะปกติไม่ค่อยได้ใช้สายการบินที่จำกัดน้ำหนักที่ 20 กก. สักเท่าไรอ่ะนะ)

เช็คอินที่สนามบินสุวรรณภูมิที่เคาน์เตอร์ L สายการบิน Peach Aviation กันจ้า

Samurai WiFi เป็นสายแข็งใช้เน็ตซิมเอาไม่อยู่ เพราะแชร์หลายเครื่องเกิ้นนน ต้องเตรียม Pocket WiFi ไปด้วย ตอบโจทย์สุดล่ะ!
ทริปนี้เอา Travel Card ไปใช้ด้วย ใช้ง่าย ใช้ดี แตะปุ๊บ ตัดบัตรปั๊บ เดินสวยๆ ออกจากร้านได้เลย ชอบมากกกกก
จะชักช้าอยู่ไย… พร้อมแล้วมาเริ่มต้นการเดินทางกันเลย (^^)/
หากใครไม่ได้เลือกวิธีการเดินทางเป็นแบบ Self-Drive เหมือนเรา ก็สามารถใช้บริการรถไฟ+รถบัส (รถประจำทาง) ได้นะ ก็ไม่ได้ยากเย็นนัก เพียงแต่อาจจะต้องเพิ่มวันเดินทาง แล้วก็ต้องแม่นเรื่องสายกับป้ายรถเมล์นิดนึงเท่านั้นเอง ซึ่งตัวช่วยสำคัญในเรื่องนี้ก็คือศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวประจำจังหวัดวาคายาม่านั่นเอง ถ้าเจอศูนย์ฯ สักแห่ง แนะนำว่าพุ่งเข้าไปเลย ทุกที่เต็มใจช่วยกันทั้งนั้น แล้วก็ช่วยได้จริงๆ นะ
สำหรับรถไฟ ถ้าเป็น JR West ก็มีพาสสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปยังเส้นทางจังหวัดวาคายาม่าให้เลือกหลายตัวนะ ไม่ว่าจะเป็น Kansai Area Pass, Kansai WIDE Area Pass, Kansai – Hiroshima Area Pass, Kansai – Hokuriku Area Pass, และ JR-WEST All Area Pass เป็นต้น สามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับโปรแกรมท่องเที่ยวและจำนวนวันเดินทางของทุกท่านกันได้เลย
แถมตอนนี้ยังมีพาสใหม่ที่เรียกว่า Have Fun in Wakayama Pass ซึ่งเป็นพาสพิเศษที่เราสามารถเลือกใช้ได้กับ 3 บริการหรือสถานที่ท่องเที่ยว ที่เข้าร่วมรายการแบบไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม (หรือใช้เป็นส่วนลดตามเงื่อนไขก็ได้) อาทิเช่น รับเป็นส่วนลดค่าเช่าจักรยาน รับเป็นเซ็ตค่าเข้าชมวัด Kimiidera+ค่าเคเปิ้ลคาร์ หรือเลือกเป็นการล่องเรือท่องเที่ยว Ki-no-Matsushima ก็ได้ ยิ่งตอนนี้เขาจำหน่ายพ่วงกับบัตรรถไฟของ JR West (Kansai WIDE Area Pass) ด้วย ราคาดีมากๆ บอกเลยว่าวางแผนดีๆ จะใช้ได้คุ้มค่าเป็นอย่างยิ่งจ้า

อยู่บนเครื่อง ก็แอบมองหาของกินกลางดึก หุๆ

เช้าแล้ว ใกล้เวลาเครื่องลง อยู่เหนือเมฆดูเหมือนจะอากาศดี พอถึงสนามบินคันไซเท่านั้นแหล่ะ รู้เรื่อง! ฝนตกจ้า
Peach Air นำเราออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิประมาณตีหนึ่ง และไปถึง Terminal 2 ของสนามบินนานาชาติคันไซประมาณแปดโมงครึ่ง ซึ่งต้องนั่งรถเวียนไปยัง Terminal 1 เพื่อต่อรถไฟ รับรถเช่า หรือต่อ Airport Shuttle Bus และทริปนี้เมื่อเราได้รถมาแล้ว ก็มุ่งหน้าสู่จังหวัดวาคายาม่ากันเลย!

สนามบินคันไซ Terminal 2
(PEACH Aviation ลง Terminal นี้ จะขาไป/ขากลับ ต้องเผื่อเวลาต่อรถ Shuttle Bus กันหน่อยเน้อ)

ขับรถชิลๆ ออกจากสนามบิน… ไปเที่ยววาคายาม่ากันจ้าาาา
Kuroshio Ichiba
ตลาดคุโรชิโอ ตั้งอยู่ในเขตเมือง (อำเภอ) วาคายาม่า ซึ่งขับรถมาจากสนามบินคันไซประมาณ 40 – 50 นาที และเป็นส่วนหนึ่งของ Wakayama Marina City ซึ่งประกอบไปด้วยตลาด (Kuroshio Market), ร้านผลไม้ท้องถิ่น (Fruit Village), ธีมปาร์ค (Porto Europa), และออนเซ็น (มีที่พักด้วย)

ถึงแล้ว Kuroshio Market เลี้ยวเข้าลานจอดรถกันเลย




Kuroshio Market โซนซื้อของสดก็มี “จังหวัดนี้อะไรๆ ก็ปลาทูน่า”

Kuroshio Market โซนซื้อของสุกก็มา

Kuroshio Market โซนนี้ทางขวามือเน้นของที่จะเอาไปปิ้งย่าง BBQ
(ของสดเสียบไม้ย่างน่าสอยเยอะมาก แถมทางซ้ายมือก็คือทางออกไปนั่งปิ้งย่างพอดีเลย)


Kuroshio Market โซนนี้ทางขวามือเน้นของที่จะเอาไปปิ้งย่าง BBQ
(ได้ของสดจนเป็นที่พอใจแล้ว ก็ไปปิ้งกันเล้ยยย)

Kuroshio Market จุดนี้เป็นโซนของฝาก



Kuroshio Market ติดโซนของฝาก ก็ร้านเหล้าบ๊วยท้องถิ่น คุณภาพสูง ชิมได้ ซื้อได้
(ของดีประจำจังหวัดวาคายาม่าอีกอย่างหนึ่งก็คือบ๊วย “จังหวัดนี้อะไรๆ ก็บ๊วย”)




Kuroshio Market โซนปิ้งย่าง ได้วิวริมทะเล กินไป เม้าท์ไป ชมวิวไป ดีจัด!
สำหรับเรา… ตลาดคุโรชิโอ จัดว่าเป็นตลาดที่มีความเจ๋งอยู่หลายด้านเลยทีเดียว แนะนำ! เพราะนอกจากภายในตัวตลาดจะมีทั้งของ (ทะเล) สดๆ ของแห้ง ของฝาก ของดี ประจำถิ่นให้นักท่องเที่ยวอย่างเราได้สัมผัสแล้ว ยังมีในส่วนของร้านอาหาร จุดปิ้งย่าง (เลือกซื้อของสดจากตลาดไปปิ้งย่างกันได้ตามใจเลย) ซึ่งสามารถนั่งรับประทานอาหารคูลๆ พร้อมชมวิวทะเลแบบมุมกว้าง จึงมีทั้งอาหารท้องและอาหารตาให้ได้เพลิดเพลิน


Tuna Cutting Show (Kuroshio Market)
และด้วยความที่วาคายาม่าเป็นจุดขึ้นปลาทูน่า (Makuro) ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ที่ตลาดคุโรชิโอแห่งนี้จึงมีชื่อเรื่องการโชว์แล่ปลาทูน่าสดๆ (Tuna Cutting Show) วันละ 3 รอบ คือ 11.00 น., 12.30 น., และ 15.00 น. ช่วงเที่ยงๆ ตลาดแห่งนี้จะคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ถ้าไปก่อนเวลามื้ออาหารเที่ยงสักหน่อย ก็จะสามารถเดินถ่ายรูปชิลๆ เล่นได้เยอะ




Porto Europa (Kuroshio Market) เข้าชมฟรี แต่เครื่องเล่นไม่ฟรีเน้อ
หลังจากชิมอาหารร้านนู้น ร้านนี้ ซื้อของฝากจากท้องถิ่น และปิ้งย่าง BBQ กันอย่างเต็มคราบแล้ว อย่าพลาดไปเดินเล่นถ่ายรูปในบริเวณ Porto Europa กันนะ เป็นธีมปาร์คตกแต่งสไตล์ตะวันตก มีเครื่องเล่นหลายตัว แต่เราสามารถเข้าไปเดินเล่นกันได้ฟรีๆ ไม่เสียสตางค์จ้า และวาคายาม่าก็ยังเป็นเมืองผลไม้อีกด้วยนะ ดังนั้นควรค่าแก่การแวะที่ Fruit Village ด้วย เพราะฟาร์มท้องถิ่นจะนำพืชผักผลไม้ของตนเองซึ่งเก็บมาสดๆ มาวางขายที่นี่ เราสามารถเลือกซื้อไว้ชิมกันระหว่างเดินทางท่องเที่ยวกันต่อได้
ตลาดคุโรชิโอ เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 – 17.00 น. อย่าพลาดแวะไปเที่ยว ชม & ชิม กันนะ ดี!
เว็บไซต์:
https://www.marinacity.com/eng/ichiba/
https://www.marinacity.com/marinacity/en/kuroshio-market/
SHIRASAKI Ocean Park
ชิราซาคิ โอเชี่ยน ปาร์ค ตั้งอยู่ที่เมือง Yura บริเวณชายฝั่ง Shirasaki ห่างจากตลาดปลาคุโรชิโอ ประมาณ 50 นาที (ขับรถ) เป็นทั้งจุดชมวิว จุดพักรถ จุดตั้งแคมป์ รวมไปถึงเป็นจุดศึกษาด้านธรณีวิทยาอีกด้วย ซึ่งในส่วนของการเป็นจุดชมวิวนั้นจัดว่าเด็ด เพราะบริเวณที่ตั้งของจุดชมวิวอยู่บนผาหินปูนสูงสลับซับซ้อนสวยงาม หากสังเกตตามซอกหินดีๆ ก็จะมีฟอสซิลอยู่ด้วย เห็นวิวทะเลได้อย่างกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา และจุดนี้เลื่องชื่อว่าเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่ดีงาม





เราซึ่งมาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์พอดี จึงมีโอกาสได้เห็นเหล่านักบิดนำรถมอเตอร์ไซค์สวยๆ มาจอดโชว์กันหลายคัน (เขาก็แวะพักรถ แล้วก็มาชมวิวเหมือนกันล่ะนะ) ยืนยันได้เลยว่าถ้ามาถึง Shirasaki แล้ว ควรค่ากับการเลือกที่นี่เป็นจุดแวะพักรถอย่างยิ่ง (^^)
ชิราซาคิ โอเชี่ยน ปาร์ค เปิดบริการตั้งแต่ 08.30- 17.15 น. และแม้จะมีชื่อเรื่องจุดชมพระอาทิตย์ตกดิน แต่โขดหินปูนสีขาวบริเวณนี้ เป็นฉากถ่ายภาพที่ดีนะ ดังนั้นก็แวะมาชมกันได้ตลอดทั้งวันแหล่ะ
เว็บไซต์: https://shirasaki.or.jp/
Cape Shionomisaki
ญี่ปุ่นเป็นชาติหนึ่งที่ให้ความใส่ใจในเรื่องความเป็นที่สุด และสถานที่ท่องเที่ยวหลายๆ แห่งก็มีการชูเรื่องความเป็นที่สุดเอาไว้ในหลายๆ ด้าน เรานั้นเคยไปเยือนบริเวณตะวันออกสุดของญี่ปุ่น เหนือสุดของญี่ปุ่น ตะวันตกสุดของญี่ปุ่นมาแล้ว ในเมื่อมาถึงจังหวัดวาคายาม่าที่มีจุดที่เรียกว่า “ใต้สุด” อยู่ด้วย ก็เลยขอมาเหยียบสักหน่อย ที่นี่คือ… แหลมชิโอโนมิซาคิ ซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรคี (Kii Peninsular) และได้รับการขนานนามว่า “จุดใต้สุดของเกาะฮอนชู” หรือบริเวณที่อยู่ใต้สุดของเกาะใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง





น่าเสียดายนะที่อุตส่าห์ตะบึงมาจาก Shirasaki Ocean Park มุ่งหน้าสู่เมือง Kushimoto ที่ตั้งของแหลมแห่งนี้ โดยแวะพักรถที่ Susami Roadside Station ซึ่งเป็นจุดพักรถขนาดใหญ่แค่เพียงแห่งเดียว เพราะเมื่อมาถึงก็โดนพายุฝนถล่มใส่ เราก็สู้ชีวิต กางร่มฝ่าสายฝนไปถ่ายรูปป้ายใต้สุดของเกาะฮอนชูมาจนได้ พยายามจะส่องหาประภาคารสีขาวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ แต่ก็ต้องรีบวิ่งกลับรถ เพื่อไปยังที่พักของเราในคืนแรก มิฉะนั้นอาจจะกลายเป็นผู้ประสบภัยไปซะก่อน
เว็บไซต์: https://en.visitwakayama.jp/venues/venue_28/
HOTEL URASHIMA
วาคายาม่าคืนแรก… เรามาพักกันที่เมืองคัตสึอุระ (Katsuura) หนึ่งในเมืองท่าชื่อดังที่ชาวประมงจะเอาปลาทูน่ามาขึ้นฝั่งกันเป็นจำนวนมาก และถ้าใครนั่งรถไฟมาเพื่อจะไปเที่ยวน้ำตกนาจิ (Nachi Waterfall) ก็ย่อมจะต้องมาต่อรถกันที่สถานี Kii-Katsuura นี่แหล่ะ



โรงแรมอุราชิม่า จัดว่าเป็นโรงแรมที่มีชื่อเสียงจัดจ้านในย่านนี้ เป็นโรงแรมที่ใหญ่ (ถึงกับต้องพกแผนที่โรงแรมติดตัว ไม่งั้นมีหลง!) มีห้องออนเซ็นให้เราเลือกแช่หลากหลายรูปแบบ ห้องออนเซ็นในถ้ำ แช่น้ำร้อนๆ ไป มองคลื่นกระทบฝั่งโครมๆ ไป จัดว่าเด็ดมาก แล้วก็มีกิจกรรม Walk Rally ให้เราไปประทับตราจากหน้าห้องออนเซ็นต่างๆ มาด้วย ถ้าได้ครบ… ตอนเช็คเอ้าท์เราก็เอาไปแสดงเพื่อรับของที่ระลึก ดีนะ ทำให้เราได้สำรวจทั่วทั้งโรงแรม แล้วก็ย่องเข้าไปชมห้องออนเซ็นมาได้เกือบทุกห้องเลย (ยกเว้นห้องผู้ชายอ่ะน๊า)




นอกจากห้องออนเซ็นที่หลากหลาย เรายังประทับใจในส่วนของ Space Walker ที่ได้ชื่อว่าเป็นบันไดเลื่อนที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น (Japan’s Longest Escalator) ตอนที่เดินไปสำรวจ ก็คิดแค่ว่าน่าจะเป็นบันไดเลื่อนยาวๆ ที่พาเราไปจุดชมวิวบนยอดเขาเท่านั้น แต่ว่า… พอไปได้ไม่ถึงครึ่งทาง ก็เริ่มตระหนักล่ะว่า “เมื่อไรจะสิ้นสุดกันค่ะเนี่ย!” ยาวจริง!

แถมในโรงแรมยังมีบริเวณที่เราเรียกว่า “ถนนคนเดิน” ด้วย เป็นร้านของฝากและงานฝีมือเรียงรายยาวสุดสายตาเชียวล่ะ ขนาดเราเข้าโรงแรมค่อนข้างเย็นมากแล้ว ยังมีร้านเปิดให้เราเดินชมอยู่เลย แล้วก็มีร้าน Lawson หรือร้านสะดวกซื้อลอว์สัน ที่มีอาหารประทังชีวิตและของใช้จำเป็น/ไม่จำเป็นครบครัน รวมไปถึงของฝากท้องถิ่น แค่เดินวนแค่ใน Lawson ก็เกินครึ่งชม. แล้ว ฮะๆ เดินจนเกือบจะหมดเวลาไปแช่ออนเซ็นกันเลยทีเดียว






ที่สำคัญ… แม้คนแถบนี้จะพูดกันว่าโรงแรมอุราชิม่าแห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะ เนื่องจากตัวโรงแรมตั้งหันหน้าออกสู่ท้องทะเล มีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง แต่ว่าเราก็ยังสามารถขับรถเข้าไปจอดในโรงแรมได้อย่างสะดวกสบาย (แม้ทางเข้าจะดูลึกลับไปสักนิด) อย่างไรก็ตาม ถ้าใครเดินทางมาด้วยรถไฟ แล้วลงที่สถานี Kii-Katsuura ก็สามารถเดินมาที่ท่าเรือ Ferry ของทางโรงแรมที่อยู่ติดกับตลาดปลา Nigiwai ได้ เดินไม่ถึง 10 นาที เป็น Free Shuttle Boat ไม่ต้องเสียสตางค์จ้า สะดวกสบายไปอี๊ก
เว็บไซต์: http://www.hotelurashima.co.jp/en/
Nigiwai Ichiba
ตลาดปลานิกิวาอิ แห่งเมืองคัตสึอุระนี้ อยู่ห่างจากสถานีรถไฟ Kii-Katsuura เพียงไม่กี่นาที และอยู่ใกล้กับท่าเรือเฟอร์รี่ของโรงแรมอุราชิม่าด้วย ทุกเช้าที่นี่จะมีการประมูลปลาทูน่าสดๆ รวมถึงปลาชนิดอื่นๆ ด้วย เราจึงตาตื่นกันแต่เช้า เพราะเรามีโปรแกรมจะเข้าร่วมชมการประมูลปลาทูน่า + ฝึกแล่ปลาทูน่าด้วยตัวเอง + ลิ้มรสปลาทูน่าสดๆ ที่สามารถจองได้กับการท่องเที่ยวเมืองคัตสึอุระ (Nachi Katsuura Tourism Organization) โดยแพ็คเก็จนี้ ราคาคนละ 9,000 เยน รวมค่าไกด์ (ภาษาอังกฤษ) ให้ด้วยนะ


คุณไกด์จะพาเราชมพื้นที่การประมูลปลา (พื้นที่พิเศษ) พร้อมอธิบายอย่างละเอียด แล้วก็ตอบข้อสักถามของพวกเราให้เข้าใจได้ดีมากๆ ถามว่าสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปจะมองเห็นการประมูลไหมนะ ตอบเลยว่าเห็น! แต่เห็นในมุมที่ค่อนข้างจะจำกัดกว่าเรา แถมยังไม่มีคำอธิบายใดๆ ด้วยนะ สำหรับที่คุณไกด์อธิบายเรานั้น ลึกซึ้งขนาดที่ชี้ว่าใครเป็นผู้ประมูล ใครเป็นพนักงาน ปลาที่ถูกประมูลกล่องนั้นไปไหนต่อ หรือใช้เบ็ดขนาดไหนในการตกปลาทูน่า แบบนั้นเลยทีเดียว (ลืมบอกไปว่าปลาทูน่าที่ขึ้นมายังตลาดปลา Nigiwai นั้น เป็นปลาตก 100% ไม่มีปลาเลี้ยงนะจ้ะ)







จากนั้นเราก็จากจุดประมูลปลา เพื่อไปยังส่วนที่เป็นตลาด มีอาหารสด อาหารแห้งขายอยู่พอควร แต่หลักๆ ก็คือส่วนต่างๆ ของปลาทูน่านั่นเอง เราไปยังจุดเรียนรู้การแล่ปลาทูน่า ครูจะช่วยสอนเราแล่ตั้งแต่ต้นเลยนะ (คุณไกด์ช่วยแปลให้) จนได้มาเป็นทูน่าซาซิมิสดๆ น่ากินมากๆ

จากนั้นเขาจะนำข้าวสวยและมิโซะซุปร้อนๆ มาเสิร์ฟเคียงกัน เพื่อให้กลายเป็นเซ็ตอาหารเช้าของเรานั่นเอง ไฮไลท์คือกระดูกปลานั้นจะมีเนื้อติดมาด้วย วิถีการกินแบบชาวประมงญี่ปุ่นก็คือใช้ช้อนขูด กินสดๆ จิ้มโชยุกับวาซาบิ เป็นซาซิมิกันไปเลยจ้า


ตลาดปลานิกิวาอิ เปิดตั้งแต่ 08.00 – 16.00 น. (ปิดทุกวันอังคาร) ถ้ามีโอกาสก็อยากให้ทุกท่านได้ลองแพ็คเก็จชมประมูลปลาแบบเราด้วย คุ้มค่า ได้ประสบการณ์ และสนุกสุดๆ ไปเลยล่ะ อย่างเจ๋ง!
เว็บไซต์: https://nigiwaiichiba.com/
Nachi San
และแน่นอนว่าล่องใต้ของจังหวัดวาคายาม่ามาจนถึงเมือง Katsuura ทั้งที เราย่อมมีจุดมุ่งหมายเพื่อไปยังศาลเจ้านาจิ (Nachi san) พอเพิ่มพลังด้วยมื้อเช้าจากสองมือตัวเองที่ตลาดปลานิกิวาอิแล้ว เราจึงมุ่งหน้าไปยัง Daimonzaka Slope ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นของการเดินแสวงบุญในเส้นทาง Kumano Kodo อันมีชื่อเสียงของจังหวัดวาคายาม่า เส้นทางนี้จะเป็นการเดินเท้ามุ่งหน้าสู่ศาลเจ้านาจิ หนึ่งในศาลเจ้าสำคัญบนเส้นทางนี้
โดยเส้นทางแสวงบุญในบริเวณ Kumano Nachi Taisha นั้น มีจุดไฮไลท์สำคัญๆ อยู่ 2-3 จุด นั้นก็คือ Daimonzaka Slope, ศาลเจ้านาจิ (Kumano Nachi Taisha Grand Shrine), วัดเซอิกันโต (Seiganto-ji), และน้ำตกนาจิ (Nachi Taki) จะสังเกตได้ว่าที่นี่มีไฮไลท์สำคัญทั้งวัดและศาลเจ้า เนื่องจากบนเส้นทางแสวงบุญ Kumano Kodo ของจังหวัดวาคายาม่านี้ สะท้อนประวัติศาสตร์ความเชื่อทางศาสนาที่ว่าพุทธและชินโตมีความสอดคล้อง เติบโต และคงอยู่ ควบคู่กันมา…

สำหรับทางลาดไดมง (Daimonzaka Slope) เป็นเส้นทางที่ไม่หนักหน่วงมากนัก ส่วนใหญ่เป็นบันไดหินและต้นไม้ใหญ่สองข้างทางที่ปกคลุมไปด้วยมอส แสดงให้เห็นถึงว่าชุ่มชื้นของพื้นป่า และต้นไม้ที่นี่ใหญ่มากจริงๆ แต่ละต้นอายุหลายร้อยปีทั้งนั้น ความยาวจริงของบันไดหินประมาณ 600 เมตร (267 ขั้น) โดยเริ่มต้นจากต้นสนคู่สามีภรรยา (Meitosugi) บางคนก็แต่งชุดนักแสดงบุญมาเดินถ่ายภาพสวยๆ กันที่บริเวณนี้ ถ้ารวมเส้นทางทั้งหมดสู่ศาลเจ้า (นอกจากบันไดหิน) ก็ราวๆ 1 กิโลเมตร ถ้าเดินกันจริงๆ ก็มากกว่าครึ่งชั่วโมง






แต่เราไม่ได้เดินตลอดความยาวทั้งหมดสู่ศาลเจ้าหรอกนะ เราเดินแค่ช่วงหนึ่งก็หอบแฮ่กแล้ว ได้รูปถูกใจพอแล้ว ก็ขับรถต่อขึ้นไปบนพื้นที่ศาลเจ้าเลย มีที่จอดรถสะดวกสบาย ถ้าใครนั่งรถบัสมา ก็นั่งสาย 8 จากสถานี Kii-Katsuura มาได้เลย




เรามาสักการะศาลเจ้านาจิ (Kumano Nachi Taisha Grand Shrine) และวัดเซอิกันโต (Seiganto-ji) กันก่อน และแนะนำว่าอย่าลืมขอพร โดยการเขียนคำอธิษฐานแล้วนำไปฝากไว้ภายในต้นไม้กันนะ เห็นว่าศักดิ์สิทธิ์มาก เราเห็นนักท่องเที่ยวทำกันเยอะเลย แต่คนกลัวความมืดอาจจะต้องไหว้วานคนอื่นอ่ะนะ





น้ำตกนาจิ Mission Completed มาถึงไฮไลท์ชองเส้นทาง Kumano Kodo ส่วนสำคัญจุดหนึ่งของจังหวัดวาคายาม่าล่ะ (^^)
จากนั้นเราก็ไปขอพรจากสายน้ำศักดิ์สิทธิ์ น้ำตกนาจิกันบ้าง ซึ่งทางเดินลงไปชมน้ำตกนาจิใกล้ๆ ก็มีความคล้ายคลึงกับเส้นทาง Daimonzaka slope เลยทีเดียว
เว็บไซต์: https://www.tb-kumano.jp/en/places/nachisan/
ครบละ Daimonzaka, Nachi Taisha, Seiganto-ji, และ Nachi Taki ไฮไลท์บนเส้นทางแสวงบุญ Kumano Kodo ในบริเวณนี้ (ภูเขานาจิ หรือ Nachi san) ช่วงเช้าเราก็เลยจะพอแค่นี้ก่อน ส่วนช่วงบ่ายของวันเดียวกัน เราจะไปขอพรกันที่ศาลเจ้าสำคัญอีกหนึ่งแห่งของ Kumano Kodo แต่ตั้งอยู่ห่างออกไปหน่อย ถือเป็น 1 ใน 3 ศาลเจ้าสำคัญในการแสวงบุญของจังหวัดนี้ที่เชื่อมต่อถึงกันได้ทั้ง Kumano (ทางใต้) และ Koyasan (ทางเหนือ) นั่นคือ ศาลเจ้า Kumano Hayatama Taisha Grand Shrine
แต่เราจะมาต่อกันในตอนหน้า ติดตามกันด้วยน๊า (^^)/
ขอบคุณข้อมูล: องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดวาคายาม่า (Tourism Bureau Wakayama Prefecture Government)
เว็บไซต์: https://en.visitwakayama.jp/
เรื่องที่เกี่ยวข้อง >>
– อมยิ้มขำขันไปกับกวางนารา
– มือใหม่…ไปญี่ปุ่น…อยู่ HOMESTAY
– เที่ยวเกียวโตฉบับลึกลับ : ตอนที่ 1
– รีวิวเที่ยวโทโฮขุ ชิบะ ตอนที่ 4 : เที่ยวเมือง Yonezawa
– เที่ยวร้านอาหารแปลกๆ ในญี่ปุ่น ตอน ร้านนินจา
#ขับรถเที่ยววาคายาม่า 4 วันแบบจัดเต็ม EP1
