ขับรถเหนือใต้ออกตก Mission Shin-Kamigoto ตอนที่ 6
สวัสดีค่ะ…คราวที่แล้วป้าหมวยยยเขียนถึงรูปปั้นซากาโมโต้ เรียวมะทั้งตอน วันนี้ป้าพากลับมาชมโบสถ์ในตำบลชินคามิโกโต้กันต่อ บางแห่งมีประวัติน่าสนใจน่าติดตามอยู่ไม่น้อย สำหรับตอนนี้ป้าไม่มีภาพ 360 องศาเพราะฝนตกทั้งวันเลยถ่ายไม่ได้ กล้องป้าอ่อนแอกับน้ำฝนค่ะ
โบสถ์ไทโนะอุระ

โบสถ์ไทโนอุระ (鯛ノ浦教会 Tainoura Kyōkai) เป็นโบสถ์สำคัญแห่งหนึ่งของตำบลชินคามิโกโต้ เพราะเป็นโบสถ์ศูนย์กลางในช่วงแรก ๆ ที่เริ่มมีการฟื้นฟูพระศาสนจักรทางตอนเหนือของหมู่เกาะโกโต้
โบสถ์นี้มีอาคารสองหลัง คือโบสถ์หลังเก่าและโบสถ์หลังใหม่ ประวัติของโบสถ์นี้มีอยู่ว่า ชุมชนไทโนะอุระเป็นลูกหลานของครอบครัวคริสตังลับที่ย้ายมาจากโซโตเมะฝั่งแผ่นดินไหญ่ ต่อมาเมื่อพวกเขาสามารถนับถือศาสนาคริสต์ได้อย่างเปิดเผยแล้ว คณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส (Missions Étrangères de Paris หรือ M.E.P ที่เมืองนางาซากิ ได้ส่งคุณพ่อออกิวสต์ ฟลอเรนแตง บูเรล ( Auguste Florentin Bourelle) มาอภิบาลคริสตชนที่ไทโนะอุระในปี 1880
คุณพ่อบูเรลได้สร้างสถานรับเลี้ยงเด็ก (เนอเซอรี่) และสร้างโบสถ์หลังแรกสำเร็จในปี 1881 และเป็นคุณพ่อเจ้าวัดองค์แรก
โบสถ์ไทโนะอุระหลังเก่าที่ยังคงอยู่ในปัจจุบันนี้ เป็นโบสถ์รุ่นที่ 2 สร้างขึ้นด้วยไม้เมื่อปี 1903 ภายใต้การดูแลของคุณพ่อโอซากิ ยาเอะ และเสกโดยพระสังฆราชคูซัน (ฌูล อัลฟอนส์ คูซัน / Jules Alphonse Cousin)
คุณเท็ตสึคาวะ โยสุเกะ (鉄川与助 Tetsukawa Yosuke) สถาปนิกผู้มีผลงานออกแบบก่อสร้างโบสถ์คาทอลิกสวยงามมากมาย เคยมีส่วนร่วมก่อสร้างโบสถ์ไทโนะอุระหลังเก่านี้ในฐานะรองหัวหน้านายช่าง ก่อนจะสร้างกลุ่มเท็ตสึคาวะของตัวเอง รับงานออกแบบสร้างโบสถ์ฮิยามิซึนับเป็นผลงานชิ้นแรกปี 1907
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ทหารเรือเคยยึดโบสถ์ไทโนะอุระไปใช้ในกิจการทหาร โดยเป็นฐานบัญชาการสำหรับหน่วยโจมตีพิเศษที่ตั้งขึ้นตรงอ่าวไทโนะอุระ หลังสงครามสิ้นสุดมีคริสตชนเพิ่มมากขึ้นจึงมีการขยายโบสถ์และต่อเติมหอระฆังด้านหน้าในปี 1949 โดยใช้อิฐที่รื้อมาจากโบสถ์อุราคามิ (浦上教会 Urakami Kyōkai) หลังเดิมในนางาซากิที่ได้รับความเสียหายจากระเบิดปรมาณู Fatman เมื่อเวลา 11.02 นาฬิกาของวันที่ 9 สิงหาคม 1945

อิฐจากซากโบสถ์อุราคามิถูกนำมาต่อเติมเป็นหอระฆัง ของโบสถ์ไทโนะอุระหลังเก่า ใช้วิธีเรียงอิฐแบบ English bond
ภายในโบสถ์ใช้เพดานแบบ Rib vault ตามสมัยนิยม ปัจจุบันโบสถ์หลังเก่านี้ใช้เก็บเอกสารข้อมูล เป็นสถานที่ประชุมหรือใช้เรียนคำสอนและพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ จัดแสดงศาสนวัตถุของคริสตังลับ

ภายในโบสถ์ไทโนะอุระหลังเก่าที่เต็มไปด้วยเก้าอี้และชั้นหนังสือ ถ่ายภาพได้เพราะไม่ได้มีสถานะเป็นโบสถ์ทำพิธีแล้ว
ส่วนโบสถ์หลังใหม่ สร้างขึ้นในปี 1979 ตรงบริเวณที่เคยเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กเพื่อใช้แทนโบสถ์หลังเก่าที่มีสภาพทรุดโทรมลง โดยครอบครัวคริสตชนใจศรัทธายินดีบริจาคครอบครัวละ 800,000 เยน แม้ว่าจะอยู่ในช่วงประสบปัญหาการประมงทำให้จับปลาได้น้อยลง ด้านหน้ามีพระรูปครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ ส่วนภายในโบสถ์มีลักษณะโล่งโปร่ง มีเก้าอี้ถึง 4 แถว

โบสถ์ไทโนะอุระหลังใหม่

โบสถ์ไทโนะอุระหลังเก่าตั้งอยู่เยื้องไปทางด้านหลังของโบสถ์หลังปัจจุบัน
ตรงบริเวณด้านข้างโบสถ์ไทโนะอุระหลังเก่าใกล้กับที่จอดรถ มีถ้ำแม่พระและมีรูปปั้นกับป้ายสลักหินอยู่หลายชิ้นที่น่าสนใจและเรียนรู้ประวัติ มาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง

ถ้ำแม่พระและรูปปั้นอนุสรณ์ต่าง ๆ

ถ้ำแม่พระเมืองลูร์ดประจักษ์ต่อนักบุญแบร์นาแด็ตของโบสถ์ไทโนะอุระที่ตกแต่งอย่างร่มรื่นสวยงาม
อนุสรณ์เหตุการณ์มรณสักขีของคริสตังแห่งทากะโนะสึ

อนุสรณ์ระลึกถึงเหตุการณ์มรณสักขีของคริสตังแห่งทากะโนะสึ
อันแรกตั้งอยู่เฉียง ๆ ทางซ้ายมือ เป็นอนุสรณ์ระลึกถึงเหตุการณ์มรณสักขีของคริสตังแห่งทากะโนะสึ (鷹巣キリシタン殉教之碑 Takanosu Kirishitan Junkyō no Hi) เป็นภาพผู้ใหญ่ 4 เด็ก 1 คุกเข่าลงต่อหน้าพระแม่มารีย์ สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์เบียดเบียนศาสนาที่ 2 ครอบครัวถูกฆ่าโดยไร้ความผิดเพียงเพราะเป็นคริสตัง
กลางดึกคืนวันที่ 27 มกราคม 1870 กลุ่มซามุไรชั้นล่าง 4 คนของพื้นที่อาริคาวะหรือ “อาริคาวะโกชิ (有川郷士 Arikawa Gōshi)” บุกเข้าไปในบ้านของนาคาดะ โทราคิจิ (中田寅吉Nakada Torakichi) อวดอ้างว่า “กำราบพวกคริสตัง”เข้าเข่นฆ่าภรรยาของโทราคิจิ “โยเนะ”, ลูกชาย “ยูจิ”, ลูกสาว “เร็ทสึ” และครอบครัวน้องภรรยาที่มาจากฮิราโดะ ได้แก่ “คอน” ที่กำลังตั้งครรภ์แก่และสามี “โทโมคิจิ” โดยเฉพาะคอนถูกแทงที่ท้องลึกถึงเด็กในครรภ์อย่างโหดเหี้ยม จำนวนผู้เสียชีวิตของทั้งสองครอบครัวรวมเด็กในครรภ์มีถึง 6 ศพ แต่โชคดีที่มีผู้รอดชีวิตอยู่บ้าง คือเด็กผู้หญิงสองคนที่ซ่อนตัว คือ “คิเอะ”กับ “โนชิ” และลูกชายของโทโมคิจิชื่อ “นางาคิจิ” อายุ 6 ขวบ
คดีนี้เรียกกันว่า “คดีฆ่าหกศพแห่งไทโนะอุระ” (鯛ノ浦六人斬り事件 Tainoura Rokunin-giri Jiken) ศพถูกนำใส่โลงและชิ้นส่วนวัตถุเปื้อนเลือดถูกรวบรวมไว้เพื่อรอเจ้าหน้าที่จากปราสาทอิชิดะบนเกาะฟุคุเอะเดินทางมาตรวจสอบ
มีการจับตัวผู้ต้องสงสัยไว้ 6 – 7 คน และนางาคิจิที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นผู้ชี้ตัวคนร้าย หลังจากนั้นคนร้ายถูกส่งตัวไปยังเกาะฟุคุเอะเพื่อคุมขัง ส่วนศพผู้เสียชีวิตถูกฝังไว้ที่เนินด้านหลังโบสถ์
ผลพิจารณาคดี คนร้ายทั้ง 4 ถูกตั้งข้อหา ‘ฆ่าคนเพื่อทดสอบคมดาบ’ แล้วถูกส่งตัวกลับมาที่อาริคาวะในอีกหกเดือนให้หลัง นำตัวจับขึ้นม้าแห่ประจาน (引廻し Hikimawashi) และถูกสั่งให้คว้านท้อง ป้ายสุสานของทั้งสี่ยังคงหลงเหลืออยู่ที่วัดโอคุเน็นจิ (憶念寺 Okunen-ji)
ในมุมมองหนึ่งกล่าวว่า แม้คดีจะได้รับการพิจารณาตัดสินจนคนร้ายได้รับโทษ แต่กลับถูกเบี่ยงเบนเหตุจูงใจในการฆ่าโดยไม่ยกประเด็นเบียดเบียนศาสนาขึ้นมา แสดงให้เห็นถึงการเหยียดหยามกีดกันผู้นับถือศาสนาคริสต์ในสมัยนั้น
ปัจจุบันมีป้ายอนุสรณ์รำลึกถึงเหตุการณ์ติดตั้งไว้ตรงบริเวณสถานที่เกิดเหตุ ตั้งขึ้นในปี 2013 ห่างจากโบสถ์ไทโนอุระไปทางเหนือประมาณ 1 กิโลเมตร และป้ายสุสานระลึกถึงผู้เสียชีวิตอยู่ในสุสานของโบสถ์
อนุสรณ์คุณพ่อบูเรล

อนุสรณ์คุณพ่อบูเรล
อนุสรณ์ชิ้นถัดมาเป็นรูปปั้นครึ่งตัวของคุณพ่อออกิวสต์ ฟลอเรนแตง บูเรล ( Auguste Florentin Bourelle) ตามประวัติ คุณพ่อเกิดที่ฝรั่งเศสเมื่อปี 1847 และได้รับศีลบวชเมื่ออายุ 27 ปี หลังจากนั้นได้ข้ามน้ำข้ามทะเลมายังนางาซากิ และได้เป็นคุณพ่อเจ้าวัดโบสถ์ไทโนอุระองค์แรกในปี 1880
คุณพ่ออภิบาลคริสตชนได้เพียง 5 ปีก็เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าขึ้น กลางเดือนเมษายน 1885 คุณพ่อบูเรลเดินทางข้ามทะเลไปยังโบสถ์ชิทสึ (出津教会 Shitsu Kyōkai) เพื่อรับเงินค่าสร้างโบสถ์และศูนย์รับเลี้ยงเด็กจากคุณพ่อเดอโรต์ (มัลค์ มารี เดอ โรต์ส / Marc Marie de Rotz)
พอดีที่ไทโนะอุระมีผู้ป่วยหนักที่ปรารถนารับศีลเจิมคนไข้ คริสตชน 12 คนหลากหลายวัยจึงออกเรือไปรับคุณพ่อ แต่ขากลับเจอพายุเรือล่มทำให้ทุกคนจมน้ำเสียชีวิต ขณะนั้นคุณพ่ออายุเพียง 38 ปีเท่านั้น
มีเรื่องเล่ากันมาว่า เมื่อเรือของคุณพ่อล่ม มีเรือล่าวาฬที่ผ่านมาช่วยเหลือทุกคนไว้ได้ แต่เมื่อคนบนเรือสังเกตุเห็นเงินจำนวนมากที่คุณพ่อติดตัวมา จึงบังเกิดความโลภและทุบตีทั้ง 13 คนด้วยไม้พายถึงแก่ความตายแล้วโยนศพลงทะเล โดยหนึ่งในลูกเรือที่เข้าช่วยเหลือเรือของคุณพ่อที่เป็นคริสตชนได้เล่าถึงเหตุการณ์นี้ แต่ไม่มีบันทึกว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ และพวกคนร้ายเป็นอย่างไรต่อไป
อนุสรณ์นักบุญยอห์นแห่งโกโต้

อนุสรณ์นักบุญยอห์นแห่งโกโต้
อนุสรณ์ชิ้นที่สาม เป็นรูปปั้นเต็มตัวของนักบุญยอห์นแห่งโกโต้ (Saint John of Goto) หนึ่งใน 26 มรณสักขีแห่งญี่ปุ่นวัย 19 ปีที่ถูกประหารด้วยวิธีตรึงไม้กางเขนที่เนินนิชิซากะในนางาซากิเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 1597
นักบุญยอห์นแห่งโกโต้เกิดในครอบครัวคริสตังบนเกาะฟุคุเอะ (福江島 Fukue-jima) ทางตอนใต้ของหมู่เกาะโกโต้ ภายหลังได้ย้ายไปอยู่ที่นางาซากิ เมื่ออายุได้ 12 ปีมีโอกาสร่ำเรียนที่บ้านเณรเล็กหรือเซมินาริโย (セミナリヨseminário) ที่นางาซากิ และที่บ้านเณรใหญ่หรือคอเลจิโย (コレジヨ Collegio) ที่อามาคุสะ ภายหลังได้ติดตามคุณพ่อเปโดร มูรีฌอน (Pedro Morejon) ไปยังโอซาก้า
เมื่อฮิเดโยชิประกาศคำสั่งจับกุมตัวบาทหลวงภารดาในปี 1596 ท่านยอห์นอาสาถูกจับแทนคุณพ่อมูรีฌอน และเดินเท้าเป็นระยะทางกว่า 800 กิโลเมตรพร้อมกับอีก 25 ท่าน เข้ารับการประหารด้วยทัณฑ์ตรึงกางเขนเป็นมรณสักขีที่นางาซากิ กระดูกของท่านได้รับการเก็บรักษาและส่งไปที่มาเก๊าในปี 1630 ท่านยอห์นในสภาพเถ้ากระดูกจึงได้พบกับคุณพ่อมูรีฌอนอีกครั้งที่นั่น
พระธาตุกระดูกของท่านถูกส่งไปที่กรุงมะนิลาในอีกสองปีให้หลัง และประดิษฐานไว้ที่นั่นยาวนานกว่า 250 ปี คุณพ่อเปอตีฌองแห่งโบสถ์โออุระที่นางาซากิได้แวะฟิลิปปินส์หลังกลับจากกรุงโรม และนำพระธาตุกลับมาบางส่วนแล้วประดิษฐานไว้ที่โบสถ์โออุระ
จากนั้นมีการย้ายพระธาตุนั้นมาประดิษฐานที่โบสถ์โดซากิ (堂崎天主堂 Dozaki Tenshūdo) บนเกาะฟุคุเอะที่ท่านเกิดในปี 1977

พระธาตุนักบุญยอห์นแห่งโกโต้ประดิษฐานอยู่ในรัศมี (reliquary) ตรงพื้นที่สีแดงใต้โต๊ะพระแท่นบูชาภายในโบสถ์โดซากิบนเกาะฟุคุเอะ (ภาพจาก Google Street View)
อนุสรณ์โดมินิค นาคาดะ ฮิเดะคาซึ

อนุสรณ์คุณโดมินิค นาคาดะ ฮิเดะคาซึ
อนุสรณ์ชิ้นที่สี่ เป็นรูปปั้นครึ่งตัวของคุณโดมินิค นาคาดะ ฮิเดะคาซึ (ドミニコ中田秀和 Dominic Nakada Hidekazu) ศิลปินคาทอลิกผู้เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ด้านการวาดภาพ และปั้นรูปปั้นเกี่ยวกับศาสนาที่มีผลงานมากมายทั่วญี่ปุ่น ป้าหมวยยยเองก็เพิ่งทราบว่าชิ้นงานตามสถานที่สำคัญต่าง ๆ ที่เคยผ่านตาจำนวนไม่น้อยเป็นผลงานของท่าน
คุณนาคาดะเกิดเมื่อปี 1909 ที่หมู่บ้านไทโนะอุระแห่งนี้ โดยท่านเป็นหลานของครอบครัวนาคาดะที่ถูกฆ่าในคดีฆ่าหกศพแห่งไทโนะอุระนั่นเอง
ท่านเดินไปเรียนด้านการวาดภาพที่โตเกียวเพื่อพัฒนาฝีมือ และตั้งสตูดิโอทำงานด้านศิลปะเกี่ยวกับคาทอลิก นอกจากนี้ ท่านเคยทำงานเป็นครูในโรงเรียนมัธยมปลายในนางาซากิหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วย
ผลงานสำคัญของท่าน เช่น ภาพนูนต่ำเหตุการณ์ค้นพบคริสตังลับ และภาพวาดเหตุการณ์ 26 มรณสักขีที่โบสถ์โออุระ, ภาพเฟรสโกรูปพระแม่และพระบุตร กับรูปปั้นครึ่งตัวพระสันตปาปายอห์นพอลที่ 2 ที่อาสนวิหารอุราคามิ, ภาพนูนต่ำระลึกถึงมรณสักขีที่โฮะโกะบารุ (เมืองโอมุระ), ภาพนูนต่ำที่ระลึกครบรอบ 75 ปีอารามทราปปิสต์ (Trappist) ที่ฮอกไกโด, พระรูปพระแม่มารีย์ ณ Memorial Cathedral for World Peace และรูปปั้นครึ่งตัวพระสันตปาปายยอห์นพอลที่ 2 ที่ฮิโรชิม่า เป็นต้น

ภาพนูนต่ำแสดงเหตุการณ์ค้นพบคริสตังลับที่โบสถ์โออุระ เมืองนางาซากิเป็นผลงานของคุณนาคาดะ
นอกจากนี้ผลงานอื่น ๆ ของท่าน ได้แก่ รูปปั้นคริสตังที่ซากคุกคุสึฮาระบนเกาะฟุคุเอะ, รูปปั้นเด็กหญิงและนกกระเรียนกระดาษที่พิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมณูนางาซากิ เป็นต้น โดยจะสลักชื่อไว้ว่า “D.H. Nakada”

รูปปั้นคริสตังภาวนาที่ซากคุกคุสึฮาระ
ถ้ำแม่พระเมืองลูร์ดของโบสถ์ไทโนะอุระที่กล่าวถึงก่อนหน้า ก็เป็นผลงานของคุณนาคาดะที่ขันอาสาคุณพ่อเจ้าวัดสร้างขึ้น โดยนำหินมาจัดเรียงด้วยมือเสร็จสิ้นในปี 1963

ถ้ำแม่พระเมืองลูร์ดโบสถ์ไทโนะอุระที่คุณนาคาดะเป็นจัดเรียงด้วยตัวเอง
สุสานของคุณนาคาดะอยู่ภายในสุสานของโบสถ์ไทโนะอุระ ปัจจุบันผู้สืบทอดรุ่นที่ 2 และ 3 ของคุณนาคาดะยังคงทำงานปั้นรูป และลงสีซ่อมแซมรูปพระคาทอลิกอยู่ในตำบลอุราคามิที่เมืองนางาซากิ มีออร์เดอร์ลูกค้ามากมายทั่วประเทศ ทั้งจากโบสถ์ โรงเรียน โรงพยาบาล สถานอนุบาล ฯลฯ
อนุสรณ์โดมิงโก โมริ มัตสึจิโร่

อนุสรณ์โดมิงโก โมริ มัตสึจิโร่
อนุสรณ์ชิ้นที่ 5 เป็นรูปปั้นครึ่งตัวของโดมิงโก โมริ มัตสึจิโร่ (ドミンゴ森松次郎 Dominic Mori Matsujiro)
ท่านเกิดในครอบครัวหัวหน้าคริสตังลับที่หมู่บ้านคุโรซากิในเขตโอมูระ ต่อมาท่านย้ายจากเขตโอมูระมาอยู่ที่เกาะนาคาโดริ ในหมู่บ้านไทโนะอุระ และเกาะคาชิระงาชิม่าตามลำดับ
ต่อมาในช่วงปี 1867 ท่านได้เชิญคุณพ่อคูซัน (ฌูล อัลฟอนส์ คูซัน / Jules Alphonse Cousin) จากโบสถ์โออุระมาทำพิธีมิสซาครั้งแรกบนหมู่เกาะโกโต้ และยังใช้ที่พักของท่านทำเป็นสถานที่อบรมผู้แพร่ธรรมที่ได้รับคัดเลือกมา นับเป็นผู้ที่ได้ทำคุณประโยชน์อย่างยิ่งในการฟื้นฟูความเชื่อและวางรากฐานชุมชนคริสตังบนหมู่เกาะโกโต้
ถึงตอนนี้ฝนก็ยังตกลงมาอย่างต่อเนื่อง หลังจากไปที่โบสถ์ไทโนะอุระคำนวณเวลาและระยะทางแล้ว เพียงพอที่จะแวะไปโบสถ์ฟุนาคาคุชิที่ไม่ได้ไปวันแรกเพราะเสียเวลาไปกับอุบัติเหตุรถเช่าค่ะ
โบสถ์ฟุนาคาคุชิ

โบสถ์ฟุนาคาคุชิ (船隠教会 Funakakushi Kyōkai) เป็นโบสถ์สีขาวตั้งอยู่ริมอ่าวเล็ก ๆ รูปทรงโบสถ์เรียบ ๆ มีหอระฆังอยู่ด้านข้าง ตอนจอดรถเดินไปฝนตกกำลังตกหนัก น้ำท่วมขังตามทางเดิน แต่มาถึงที่ก็ต้องลุยค่ะ
ด้านนอกมีพระรูปแม่พระแห่งสายประคำ (ロザリオの聖母 Rozario no Seibo) โบสถ์มีขนาดเล็ก ตั้งเก้าอี้สองแถว ผนังติดแอร์ ตรงพระแท่นและพระรูปซ้ายขวามีช่องเว้าลึกลงไปทำให้ดูมีมิติ

พระรูปแม่พระแห่งสายประคำท่ามกลางสายฝนและต้นคาเมลเลีย
ตามประวัติว่า คุณพ่อเฟรโน (ปิแอร์ ธีโอเดร เฟรโน (Pierre-Théodre Fraineau) ได้มาที่นี่ในปี 1883 และถวายมิสซาในบ้านหลังหนึ่งอย่างลับ ๆ
ในปี 1927 มีการซื้อบ้านธรรมดาดัดแปลงเป็นโบสถ์ฟุนาคาคุชิหลังแรก เมื่อเวลาผ่านไปโบสถ์เริ่มมีสภาพเก่าทรุดโทรม ในช่วงหลังสงครามคนในชุมชนเริ่มมีจำนวนมากขึ้น คริสตชนก็เพิ่มมากขึ้นจนล้นโบสถ์ออกมา
คุณพ่อคาวางุจิจึงเริ่มสร้างโบสถ์หลังใหม่ในปี 1952 แต่การก่อสร้างประสบปัญหา เนื่องจากไต้ฝุ่นที่พัดเข้าเกาะโดยไม่ทันตั้งตัว จนเกิดดินถล่มและบ้านเรือนของคริสตชนจำนวนไม่น้อยได้รับความเสียหายจนการก่อสร้างต้องหยุดชะงักไป
อย่างไรก็ตาม แต่พวกเขายังไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค จนในที่สุดโบสถ์หลังใหม่นี้ก็ก่อสร้างสำเร็จและเสกขึ้นเมื่อ 29 พฤศจิกายน 1956 โดยพระอัครสงฆราชยามางุจิ ไอจิโร่
จากโบสถ์ฟุนาคาคุชิ ป้าหมวยยยขับรถย้อนขึ้นเหนือไปอีกประมาณ 15 กิโลเมตร เพื่อไปยัง โบสถ์โอโซะ อันเป็นโบสถ์ที่สวยงามแห่งหนึ่งของตำบลชินคามิโกโต้
การไปโบสถ์นี้ชวนงงนิดหน่อยค่ะ ปกติเวลาป้าขับรถในญี่ปุ่นจะเลือกใช้ Car Navigator เป็นหลัก เพราะสะดวกในการค้นหาเส้นทางและมองแผนที่ ป้าใส่เบอร์โทรศัพท์ของโบสถ์โอโซะแล้ว GPS ของรถก็นำทางมาที่สุดริมอ่าว ตรงนั้นมีป้ายนำทางและบันไดขึ้นไปโบสถ์โอโซะที่ตั้งอยู่ด้านบนเนิน คือที่หมายปลายทางถูกต้องแล้ว แต่จะเดินขึ้นบันไดสูงลิบท่ามกลางฝนตกหนักมันก็ไม่ไหวนะ -*-

ถ้าใช้ Car Navigator จะนำทางไปสิ้นสุดที่บันไดทางขึ้นโบสถ์แบบนี้ (ภาพจาก Google Map)
ดังนั้นจึงต้องใช้แผนที่ Google Map ประกอบ ถึงจะเห็นถนนเล็ก ๆ ผ่านเข้าชุมชน ขับเลียบเนินเขาขึ้นไปที่โบสถ์ได้ค่ะ
โบสถ์โอโซะ

โบสถ์โอโซะ (大曽教会 Oso Kyōkai) หลังแรกสร้างด้วยไม้เมื่อปี 1879 สำหรับคริสตชนในชุมชนอุราซาโกะทางตะวันตก ต่อมาโบสถ์หลังนี้ถูกขนย้ายไปประกอบใหม่ที่เกาะวาคามัตสึในราวปี 1917 – 1918 แล้วเปลี่ยนชื่อเป็นโบสถ์โดอิโนะอุระ (土井ノ浦教会 Doinoura Kyōkai) ว่าง่าย ๆ คือ โบสถ์โดอิโนะอุระที่เคยพูดถึงไปแล้วในตอนที่ 2 ก็คือโบสถ์โอโซะหลังเก่าที่ถูกครอบทับด้วยอาคารคอนกรีตหน้าตาทันสมัยนั่นเอง

โบสถ์โอโซะหลังเก่าย้ายไปประกอบใหม่เป็นโบสถ์โดอิโนะอุระ
โบสถ์โอโซะหลังปัจจุบันเริ่มสร้างในปี 1913 และเสร็จสิ้นในปี 1916 ด้วยฝีมือของคุณเท็ตสึคาวะ โยสึเกะ (鉄川与助 Tetsukawa Yosuke) โบสถ์ใช้สถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ มีการใช้อิฐสองประเภทต่างสีกันโดยนำอิฐข้ามทะเลมาจากเมืองไฮคิ (早岐 Haiki) ที่อยู่ไม่ใกล้เมืองซาเซโบะ หอสูงมีหอระฆังยอดหลังคาทรงแปดเหลี่ยม

บานหน้าต่างสเตนกลาสลายดอกไม้ของโบสถ์โอโซะ
ภายใน ใช้เพดานแบบ Rib vault ที่มีความสูงมากขึ้นจากงานชิ้นแรก ๆ สะท้อนได้ถึงเทคนิคที่พัฒนาขึ้นของคุณเท็ตสึคาวะ กำแพงฉาบปูน ตกแต่งด้วยสเตนกลาสจากเยอรมัน หัวเสาไม้เป็นฝีมือการสลักโดยคุณเท็ตสึคาวะ โยชิโร่ (鉄川与四郎 Tetsukawa Yoshirō) บิดาของคุณโยสึเกะ
จากนั้นขับรถไปยังโบสถ์อาโอคาตะที่อยู่อีกไม่ไกล และเป็นทางผ่านไปโบสถ์อื่น ๆ หลายแห่งเพราะอยู่ในตัวเมืองค่ะ
โบสถ์อาโอคาตะ

โบสถ์อาโอคาตะ (青方教会 Aokata Kyōkai) เป็นโบสถ์ใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางชุมชนอาโอคาตะ ในช่วงปี 1960 – 1970 คริสตชนจากเกาะใกล้เคียงย้ายมาตั้งถิ่นฐานที่นี่กันมาก เนื่องจากการก่อสร้างคลังสำรองน้ำมันกลางทะเลคามิโกโต้ (上五島国家石油備蓄基地Kamigoto Kokka Sekiyu Bichiku Kichi) ที่ต้องใช้เกาะโอริชิม่าเป็นฐาน จึงมีการสร้างโบสถ์อาโอคาตะหลังแรกขึ้นในปี 1974 และมีสถานะเป็นโบสถ์เวียนของเขตวัดโอโซะ
ชุมชนอาโอคาตะเริ่มเจริญขึ้น เป็นเหมือนศูนย์กลางของตำบลชินคามิโกโต้ มีทั้งที่ว่าการตำบล โรงพยาบาลกลาง โรงเรียนมัธยม ซุปเปอร์มาร์เก็ต ฯลฯ
ต่อมามีการปรับปรุงโบสถ์ขึ้นใหม่ในปี 2000 โดยจัดให้เป็นศูนย์คาทอลิก (Catholic Center) ของเขตชินคามิโกโต้ โดยชั้น 1 เป็นสำนักงาน ห้องประชุม ชั้น 2 เป็นโบสถ์ มีเก้าอี้ถึง 4 แถว สามารถรองรับสัตบุรุษได้ถึง 300 คน
โบสถ์มาเตะโนะอุระ

โบสถ์มาเตะโนะอุระ (真手ノ浦教会 Matenoura Kyōkai) เป็นโบสถ์เล็ก ๆ ตั้งอยู่กลางชุมชนใกล้อ่าวมิจิโดอิ (道土井湾 Michidoi-wan) ทางตอนกลางของเกาะนาคาโดริ มีลานจอดรถอยู่ด้านหน้าโบสถ์
ประวัติโบสถ์ว่า คริสตังหนีการเบียดเบียนจากโซโตเมะมาถึงที่นี่และเริ่มตั้งถิ่นฐานเป็นหมู่บ้าน ในปี 1910 มีการตั้งสถานภาวนาในชื่อ “เรือนโอราโช” ( オラショ館 Orasho-kan) และสร้างโบสถ์มาเตะโนะอุระหลังแรกขึ้นในปี 1956
เดิมโบสถ์มาเตะโนะอุระขึ้นกับเขตวัดคิริ แต่แยกตัวออกมาเป็นเขตวัดมาเตะโนะอุระในปี 1975 ดูแลโบสถ์ยาเคซากิและโบสถ์อิโนะอุระที่โบสถ์เวียน โบสถ์หลังปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่และเสกขึ้นโดยพระอัครสังฆราชทาคามิ มิตสึอากิแห่งอัครสังฆมณฑลนางาซากิเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2010
โบสถ์มาเตะโนะอุระหลังเดิมมีหลังคาสีส้มซ้อนสองชั้น ด้านหน้าโบสถ์มีสัญลักษณ์เป็นรูปกางเขนดอกคาเมลเลีย 4 กลีบเขียนตัวอักษร 天主堂 (Tenshudō) อยู่ภายใน โบสถ์หลังปัจจุบันเปลี่ยนลักษณะหลังคา แต่ยังคงสัญลักษณ์กางเขนดอกคาเมลเลีย 4 กลีบไว้เหนือหน้าต่างด้านหน้า 2 บาน
ป้าเห็นข่าวว่า เมื่อต้นเดือนตุลาคม 2019 ก่อนป้าไปถึงประมาณเดือนกว่า ๆ โบสถ์เพิ่งเปลี่ยนกระจกสเตนกลาส 40 บาน โดยใช้ผู้ผลิตจากเมืองฮาโกะดาเตะที่ฮอกไกโด
แต่น่าเสียดายที่ป้าหมวยยยเข้าไปสักการะด้านในและชมกระจกสเตนกลาสบานใหม่ไม่ได้ เพราะมีป้ายแปะอยู่หน้าประตู สรุปใจความสั้น ๆ คือ “คุณพ่อป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ งดถวายมิสซา 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย. – 3 ธ.ค.” และประตูโบสถ์ก็ล็อคห้ามเข้า โบสถ์มาเตะโนะอุระจึงเป็นโบสถ์แห่งเดียวในตำบลชินคามิโกโต้ที่ป้าหมวยยยไม่สามารถเก็บตราประทับได้ (แปลว่าต้องหาโอกาสไปอีกแล้วสินะคะ? 555+)

ป้ายแปะหน้าประตูระบุว่าคุณพ่อโนฮามะป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่งดถวายมิสซา 5 วัน
ขับรถจากโบสถ์มาเตะโนะอุระไปประมาณ 10 กิโลเมตร ต้องเข้าถนนเส้นรองที่ตัดผ่านภูเขา เพื่อไปยังโบสถ์ยาเคซากิที่อยู่ริมอ่าวเกือบสุดทางตะวันตกของเกาะนาคาโดริ บริเวณนี้เคยเป็นอ่าวที่หลบซ่อนของโจรสลัดหวังจื๋อ (Wang Zhi 王直หรือชื่อภาษาญี่ปุ่นว่า โอโชคุ Ōchoku) เมื่อหลายร้อยปีก่อน
โบสถ์ยาเคซากิ

ก่อนที่จะมาเป็นโบสถ์ยาเคซากิ (焼崎教会 Yakezaki Kyōkai) มิคาเอล คิโยคาวะ ซาวะจิโร่ (ミカエル清川沢次郎 Michael Kiyokawa Sawajirō) ได้เดินทางมาแพร่ธรรมในปี 1872 โดยใช้บ้านของชาวประมงธรรมดาเป็นโรงเรียนสอนศาสนา ต่อมาจึงมีการสร้างโบสถ์หลังแรกขึ้นในปี 1950 และปรับปรุงขึ้นอีกครั้งในปี 1969
เดิมโบสถ์ยาเคซากิอยู่ภายใต้การดูแลของเขตวัดคิริ จนกระทั่งเปลี่ยนมาอยู่ในเขตวัดมาเตะโนอุระที่แยกตัวออกมาเมื่อวันที่ 2 มกราคม 1975
เมื่อขับรถมาตามทางจะเห็นโบสถ์ได้ไม่ยากเพราะตั้งอยู่ตรงจุดเลี้ยวพอดี มีที่จอดรถกว้างระดับหนึ่ง โบสถ์ยาเคซากิทาสีครีมตั้งอยู่บนเนินหิน ด้านหน้ามีพระรูปพระแม่มารีย์และป้ายชื่อโบสถ์

พระรูปพระแม่มารีย์ ฐานพระรูปเขียนตัวอักษร fiat แต่ภาพนี้เห็นไม่ค่อยชัดนัก
ตรงฐานพระรูปเขียนว่า “fiat” (เฟียต) ซึ่งไม่ได้หมายถึงยี่ห้อรถเฟี๊ยตของอิตาลี แต่มาจากภาษาละตินคือ “let it be done” ในที่นี้หมายถึง การตอบรับแสดงความนอบน้อมต่อพระประสงค์ของพระเป็นเจ้า เมื่ออัครเทวดากาเบรียลแจ้งข่าวแก่พระนางมารีย์ถึงการตั้งครรภ์พระเยซู
ภายในมีลักษณะเรียบง่ายมาก ๆ มีเก้าอี้สองแถว เป็นโบสถ์เล็ก ๆ สำหรับชุมชน ไม่มีบาทหลวงประจำ โดยคุณพ่อจากวัดมาเตะโนะอุระจะมาทำพิธีให้
ต่อไปเป็นโบสถ์ที่ขับรถเข้าถนนท้องถิ่นเล็ก ๆ แยกจากถนนสายรองอีกที ขับเข้าไปประมาณ 700 เมตรก็จะถึงโบสถ์ที่อยู่สุดทางติดกับอ่าวแคบ ๆ ค่ะ
โบสถ์อิโนะอุระ

โบสถ์อิโนะอุระ (猪ノ浦教会 Inoura Kyōkai) เป็นโบสถ์เวียนที่ไม่มีบาทหลวงประจำภายใต้การดูแลของโบสถ์มาเตะโนะอุระ ในราวต้นคริสตวรรษที่ 20 คริสตชนที่ย้ายมาอาศัยบริเวณนี้ต้องเดินทางไปไกลถึงโบสถ์โอโซะ (ป้ายบรรยายสถานที่ระบุว่า by walk แต่ป้าหมวยยยดูแผนที่แล้วคิดว่าถ้าไปด้วยเรือจะใกล้กว่ารึเปล่านะ?) มีการสร้างโบสถ์อิโนะอุระหลังแรกขึ้นในปี 1947 และสร้างบ้านพักบาทหลวงขึ้นในปี 1968

โบสถ์อิโนะอุระอยู่ด้านหลังศาลาประชาคม ถ้าไม่มีกางเขนเป็นสัญลักษณ์ก็คงดูยากสักหน่อย

ด้านบนเนินเขาเหนือกำแพงกันดินถล่มเป็นสุสานคาทอลิก
ปี 1975 มีการตั้งเขตวัดมาเตะโนะอุระ จึงได้โอนย้ายโบสถ์อิโนะอุระให้อยู่ในการดูแล โบสถ์หลังปัจจุบันเป็นโบสถ์ที่ปรับปรุงขึ้นใหม่และเสกขึ้นโดยพระคาร์ดินัลยอแซฟ ซาโตะวากิ อาซาจิโร่เมื่อ 16 มกราคม 1989
สำหรับตอนหน้าป้าหมวยยยจะเล่าถึงโบสถ์สำคัญระดับมรดกโลกในตำบลชินคามิโกโต้ แล้วจะจัดภาพให้ชมเยอะ ๆ นะคะ
เรื่องแนะนำ :
– ขับรถเหนือใต้ออกตก Mission Shin-Kamigoto ตอนที่ 5 : รูปปั้นเรียวมะภาวนา
-ขับรถเหนือใต้ออกตก Mission Shin-Kamigoto ตอนที่ 4
– ขับรถเหนือใต้ออกตก Mission Shin-Kamigoto ตอนที่ 3
– ขับรถเหนือใต้ออกตก Mission Shin-Kamigoto ตอนที่ 2
– ขับรถเหนือใต้ออกตก Mission Shin-Kamigoto ตอนที่ 1
ข้อมูลจาก
– https://www.nagasaki-tabinet.com
– http://smells.hatenablog.com
– http://kamigoto.org
– http://kamigoto.org
– https://this.kiji.is
– ป้ายข้อมูลสถานที่ต่าง ๆ
#ขับรถเหนือใต้ออกตก Mission Shin-Kamigoto ตอนที่ 6