“Slow Journey in Akita” การเดินทางช้าๆ แบบอุ่นใจในจังหวัดอาคิตะ
Slow Journey in Akita…
บางครั้งการเดินทางที่สวยงามที่สุด… คือการปล่อยให้ทุกอย่างค่อยๆ เดินไปตามจังหวะของมันเอง
ทริปอาคิตะ…ที่ไม่ได้มีแค่การเที่ยว การเดินทางครั้งนี้ที่จังหวัดอาคิตะ เราไม่ได้รีบไปไหน ไม่ได้ทำเช็กลิสต์แน่นๆ แต่เลือกจะปล่อยให้ทุกก้าวเดินเป็นไปอย่างช้าๆ เหมือนจังหวะชีวิตที่ได้พักหายใจ
ที่นี่ อาจไม่ใช่จังหวัดที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกเป็นอันดับแรก แต่เชื่อไหมว่า ถ้าได้ลองใช้เวลาอยู่ที่นี่สัก 3-4 วัน คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่ทั้งเรียบง่าย อบอุ่น และหรูหราในแบบ Slow Journey อย่างแท้จริง
มาดูลิสสถานที่กันว่า ไปไหนบ้างในทริปนี้…

Day1
* คิริทันโปอุ่นๆ ที่ทำเองกับมือ รสชาติเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น
* น้องหมาอากิตะอินุ พระเอกของจังหวัด ที่ทำให้หัวใจแฮปปี้อย่างไม่รู้ตัว
Day2
*โคซากะ (小坂町) เมืองเล็ก นอกลิสที่ซ่อนเสน่ห์ยิ่งใหญ่ของอาคิตะไว้มากมาย
* ดำดิ่งสู่จิตใจที่สงบ ฝึกดาบซามูไร พร้อมเก็บรูปสวยๆ ได้ทุกซีน
* ชิมไวน์ท้องถิ่น รสละมุนกลางธรรมชาติสดชื่น
Day3
* หลงรักชีวิตแบบช้าๆ สัมผัสชีวิตซามูไรในแบบหรูหราที่Wa no I Kakunodate
* ปิดท้ายความทรงจำที่ถนนคฤหาสน์ซามูไรคาคุโนะดาเตะ (武家屋敷通り)

เราเริ่มต้นทริปจากกรุงเทพฯ ด้วยสายการบิน ANA และต่อเครื่องที่ฮาเนดะ ก่อนบินภายในประเทศสู่สนามบิน Odate-Noshiro Airport ประตูเล็กๆ ที่พาไปพบเสน่ห์ใหญ่ของอาคิตะ

เมื่อกองทัพต้องเดินด้วยท้อง เราไม่รอช้าขอเริ่มต้นวันด้วยคิริทันโปอุ่นๆ ที่ทำเองกับมือ รสชาติเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ที่เมืองโอดาเตะ


วันที่ 1: เมืองโอดาเตะ – คิริทัมโปะและอาคิตะอินุ
ทันทีที่ถึงโอดาเตะ เรามุ่งตรงไปยัง Beniyama Kiritanpo Kobou ฝึกทำคิริทันโป อาหารพื้นบ้านขึ้นชื่อ จ.อาคิตะ ด้วยตัวเอง
เราจะได้ทดลองตั้งแต่การตำข้าวสวยให้นิ่มแล้วนำมาปั้นใส่ไม้ ย่างไฟ จากนั้นก็เตรียมวัตถุดิบอื่นๆ แล้วเอาลงไปใส่ในหม้อไฟร้อนๆ น้ำซุปของที่นี่ขอบอกเลยว่าอร่อยสุดๆ ชามเดียวกินไม่อิ่ม ต้องขอตักอีกชามทุกคน…
*************
Beniyama Kiritanpo Kobouベニヤマきりたんぽ工房
เว็บไซต์: https://beniyamakiritanpo.com/pages/handmade



ช่วงบ่าย เราเดินเล่นในเมืองแล้วแวะไปที่ Akita Dog Museum (秋田犬の里) เพื่อทักทาย อาคิตะอินุ สุนัขพันธุ์ดังระดับโลกที่มีถิ่นกำเนิดที่นี่ ความน่ารักและแสนรู้ของพวกมันทำให้เราใช้เวลาที่นี่นานกว่าที่คิดไว้มาก
ค่ำคืนแรก เราพักผ่อนที่ Grand Park Hotel Ōdate โรงแรมที่ให้ความรู้สึกสบายๆ ใจกลางเมือง ก่อนจะออกไปดินเนอร์ที่ร้าน Konamonya Hachi ลิ้มรสอาหารท้องถิ่นในบรรยากาศเป็นกันเอง
**************
Grand Park Hotel Ōdate
เว็บไซต์: https://shsg.jp/grandpark-hotel/
Konamonya Hachi
เว็บไซต์: https://www.facebook.com/konamonya.hachi/?locale=ja_JP

วันที่ 2: โคซากะ – Bugeido MUSUBI ใส่ชุดญี่ปุ่น ฝึกดาบแบบซามูไร และ เก็บองุ่น ชิมไวน์
เช้าวันใหม่ เราเช่ารถขับไปยังเมือง โคซากะ เมืองเล็กๆ ที่ซ่อนเสน่ห์ไว้มากมาย

อีกหนึ่งประสบการณ์พิเศษที่โคซากะ…ใส่ชุดญี่ปุ่นแล้วฝึกดาบแบบซามูไร ทั้งสงบ และทั้งทรงพลังในเวลาเดียวกัน

ขับรถชมวิวแสนสดชื่นระหว่างทางมาเรื่อยๆ จากที่พัก เราจะเจอกับ Bugeido MUSUBI สตูเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในอาคารโรงเรียนเก่าที่ทางเมืองนำปรับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แทนที่จะปล่อยให้รกร้าง นอกจากสตูฝึก Bugeido แล้ว ในอาคารยังมีห้องเรียนสำหรับฝึกทำอาหารพื้นเมือง, คลาสเรียนภาษาญี่ปุ่น, เวิร์คช็อปอื่นๆ อีกด้วย
ที่นี่ก่อตั้งขึ้นจากแนวคิดผสมผสานศิลปะการต่อสู้โบราณของญี่ปุ่น (โคะบุโดะ) กับ ศิลปะการแสดง จนกลายเป็น “บูเกโด” (武芸道) รูปแบบเฉพาะตัวการฝึกที่นี่จริงจัง เต็มไปด้วยจิตวิญญาณแต่บรรยากาศกลับอบอุ่น เป็นกันเองแม้กับผู้มาเยือนหรือชาวต่างชาติ
ถ้าใครอยากลองสัมผัสการฝึกแบบซามูไร แต่ไม่อยากเจอบรรยากาศเคร่งเกินไป…มาที่นี่ แล้วคุณจะหลงรักแน่นอนค่ะ!
**************
Bugeido MUSUBI
เว็บไซต์: https://musubiworks.wixsite.com/musubiworks



อีกไฮไลท์ของวันนี้ อยู่ที่ Kosaka Nanataki Winery ที่เราได้ลอง เก็บองุ่นยามาบุโดะ ด้วยมือตัวเอง และได้ชิมไวน์ที่บ่มจากองุ่นเหล่านี้ รสชาติละมุนอบอุ่นในแบบชนบทญี่ปุ่น เป็นความหรูหราที่ไม่ต้องปรุงแต่งอะไรเลย
**************
Kosaka Nanataki Winery (小坂七滝ワイナリー)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/hJ46otmpYRpyPKDN9


เมื่อถึงช่วงบ่าย เรามุ่งหน้าไปยังเมืองคาคุโนะดาเตะ (Kakunodate) และเข้าพักที่ Wa no I Kakunodate ที่พักเรือนญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ให้หรูหราจาก “คุระ” 蔵 บรรยากาศภายในเน้นงานไม้และรายละเอียดแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปใช้ชีวิตในบ้านขุนนางซามูไรที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันบริการ
**************
Wa no I Kakunodate 和のゐ角館
เว็บไซต์: https://familio-folkloro.com/wa-no-i/kakunodate/

วันที่ 3: คาคุโนะดาเตะ – เมืองซามูไรสุดโรแมนติก
เช้าวันสุดท้ายของทริป เราเริ่มต้นด้วยการแต่งกิโมโนที่ Kimono Tabi Shanari แล้วออกเดินเล่นในย่าน ถนนคฤหาสน์ซามูไรคาคุโนะดาเตะ (武家屋敷通り)


ถนนที่เรียงรายไปด้วยบ้านไม้เก่าแก่ตั้งแต่สมัยเอโดะ บรรยากาศที่เงียบสงบและโรแมนติก ทำให้ทุกก้าวเดินเต็มไปด้วยความสุขและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์


ช่วงบ่าย เรารับประทานมื้อกลางวันเบาๆ ตามร้านที่ถนนถนนคฤหาสน์ซามูไรคาคุโนะดาเตะ มีร้านน่ารักๆ หลายร้านเลย จะเลือกเป็นคิริทันโปะย่างหอมๆ ซักไม้ หรือเซ็ตโซบะพร้อมเทมปุระก็มี
ใครชอบของหวานอยากแนะนำร้านพุดดิ้ง ชื่อร้าน akita pudding あきたプリン亭 มีหลายรสมาก แต่อยากแนะนำให้ลองรสโชยุ รสแปลกอร่อยติดใจแน่นอน …


นั่งชินคันเซ็นสายโคมาจิ จากสถานีรถไฟ Kakunodate กลับสู่โตเกียว เป็นการปิดท้ายทริป Slow Journey ที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยความทรงจำ

สิ่งที่อาคิตะสอนเรา คือ การเดินทางที่แท้จริงไม่ใช่การรีบไปถึงปลายทาง แต่คือการปล่อยให้ทุกนาทีระหว่างทางมีคุณค่าในแบบของมันเอง อาคิตะอาจจะไม่ได้มีเมืองใหญ่หรูหรา แต่ความหรูหราของที่นี่อยู่ที่ “การใช้เวลาอย่างไม่เร่งรีบ” และการได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดค่ะ
เรื่องแนะนำ :
– 7 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในจังหวัดยามากาตะ
– ชาวญี่ปุ่นเลี่ยงไปเกียวโตเหตุนักท่องเที่ยวต่างชาติล้นเมือง
– สาวก Ghibli ห้ามพลาด! รถไฟลาย Pom Poko เริ่มวิ่ง 17 ต.ค.นี้
– JAL ตรวจสุขภาพตับนักบินคุมเข้มเรื่องแอลกอฮอล์
– Daiso เปิดตัวมาสคอตครั้งแรก !
“Slow Journey in Akita” การเดินทางช้าๆ แบบอุ่นใจในจังหวัดอาคิตะ #ANA_Akindo #Akita #プロモーション #広告 #เที่ยวอาคิตะ