เที่ยวคันไซ…เอาล่ะ! พอสองสาวเท้าแตะญี่ปุ่นวันแรก ก็เดินเที่ยวนาโงย่ากันจนหมดแรง แต่ความซ่าของพวกเราก็ยังไม่หมดนะจ้ะ.. พอชาร์ตพลังกันที่โรงแรมมาอย่างเต็มที่แล้ว เราก็เตรียมตัวออกเดินทาง มุ่งหน้าสู่ “เกียวโต” กันเลย…
เอาล่ะ! พอสองสาวเท้าแตะญี่ปุ่นวันแรก ก็เดินเที่ยวนาโงย่ากันจนหมดแรง แต่ความซ่าของพวกเราก็ยังไม่หมดนะจ้ะ.. พอชาร์ตพลังกันที่โรงแรมมาอย่างเต็มที่แล้ว เราก็เตรียมตัวออกเดินทาง มุ่งหน้าสู่ “เกียวโต” กันเลย…

ดีนะ.. ที่เลือกกระเป๋าลากใบเล็กมาในทริปนี้ (ใครว่า Back Packer จะต้องสะพายเป้ใบยักษ์เสมอใบจริงมั้ย? ขอลากสบายๆ ไม่ปวดหลังดีกว่า ฮิ ฮิ) เพราะการเดินทางด้วยรถไฟหรือรถบัสในญี่ปุ่นจะต้องขึ้นลงบันได ที่อาจจะไม่ใช่บันไดเลื่อนอยู่มากโข การที่กระเป๋ามีล้อลาก ก็ช่วยแบ่งเบาภาระในช่วงเดินทางราบให้เราไม่น้อยเลย สบายสุดๆ

มาเดินทางกันต่อเลยดีกว่า… มาทดลองใช้ บขส. ญี่ปุ่นกันหน่อยดีกว่า รถบัสโดยสารระหว่างเมืองที่เราใช้บริการในทริปนี้ เป็นของบริษัทเอกชนที่ชื่อว่า Meitetsu
ไปติดต่อซื้อตั๋วและรอขึ้นรถแบบชิลๆ อากาศสบายๆ ในห้องแอร์เย็นๆ กันที่บริเวณใต้ห้าง Metetsu ที่อยู่ใกล้ๆ กับสถานีนาโงย่า
ใช้เวลาเดินทางจากนาโงย่าไปเกียวโตประมาณ 2 ชั่วโมง ในราคา 2,500 เยน แต่ระหว่างทางจะมีจุดแวะพักรถ หรือ Parking Area ให้คนขับได้แวะพัก ดื่มชา กาแฟ ให้สมองปลอดโปร่ง ขับขี่ปลอดภัย
ขณะที่ผู้โดยสารอย่างเราก็เข้าห้องน้ำ หาซื้อของกิน ของฝาก และแอบดื่มชาเขียวกับเค้าด้วยเหมือนกัน (จุดพักนี้มีบริการชาเขียวร้อนๆ ฟรีแหล่ะจ้า)

ออกเดินทางกันตอนเที่ยง ก็เดินทางมาถึงเกียวโตเอาตอนประมาณบ่ายสาม (รถบัส Meitetsu จอดหน้าสถานีรถไฟเกียวโตกันเลยทีเดียว)
จากนั้นก็เดินตรงดิ่งไปยังที่พักของเรา (ที่พักเป็นห้องพักแบบญี่ปุ่น ที่เหล่า Back Packer ชื่นชอบ เล็กๆ แต่สะอาดสะอ้าน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีห้องน้ำในตัวที่สะอ๊าด สะอาด และมีฝรั่งเพียบ สปี๊คอิงลิชกันสบายๆ เลย) เอากระเป๋าไปแหมะไว้ก่อน แล้วจึงค่อยไปเที่ยวเกียวโตยามค่ำคืนกันหน่อย


ต้องใช้ความพยายามกันนิดนึง เพราะไม่เคยเที่ยวเกียวโตด้วยเท้าของตัวเองสักที เคยแต่นั่งรถทัวร์ เลยไปไหนมาหน่อยเองไม่ค่อยถูก
จะให้นั่งรถเมล์ ที่เค้าว่าเป็นการเดินทางที่สะดวกสุดๆ เวลามาเที่ยวเกียวโต… ก็ดูเหมือนจะยังไม่ถนัด ได้แต่คิดว่า “โอกาสหน้าก็แล้วกันนะ” เลยนั่งรถไฟใต้ดินมั่วๆ ไปโผล่แถวๆ ย่านกิออง เดินเล่นกินลมชมวิว เลาะแม่น้ำเล็กๆ ที่ใสมากๆ นี่ไปเรื่อยๆ
แต่ถ้าชมวิวแม่น้ำนี้จนพอแล้ว ทางเดินด้านในอาคารแทบนี้เป็นตลาดสด คุณเพื่อนที่ไม่เคยเห็นตลาดสดญี่ปุ่น พืชผักสดๆ ที่เป็นของขึ้นชื่อของเกียวโต รวมถึงต้นวาซาบิสดๆ ดูจะกรี๊ดกร๊าดเป็นพิเศษ








ตอนเย็นๆ เดินเลาะแม่น้ำกับเดินผ่านตลาดสด ได้เห็นวิถีชีวิตที่ทั้งเงียบสงบ แล้วก็ดูเป็นญี่ปุ้น ญี่ปุ่น แถมยังมีโบราณสถานเก่าแก่มากมาย เดินผ่านถนนเส้นเดียว เห็นตั้งหลายแห่ง ก็รู้สึกว่าเกียวโตนี่น่าสนใจดี
ถ้ามีเวลาก็น่าจะมาอยู่ที่เมืองนี้กันนานๆ หน่อย นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวต่างชาติก็คึกคักกันน่าดู อย่างย่านกิอองนี่ ก็เห็นเดินซื้อของฝากสไตล์เกียวโตกันขวักไขว่ แทบชนกันตาย
พอกลางคืนก็เป็นบรรยากาศเฮฮา เข้าร้านกินดื่ม (Izakaya) จนแน่นเกือบทุกร้าน …ซึ่งสองสาวก็ต้องลองอยู่แล้ว หนึ่งเพราะหิว สองคือหาที่หลบฝนนั่นเอง เพราะฝนพร่ำๆ ที่นี่อาจจะทำให้พวกเราเป็นหวัดจนเที่ยวในวันที่เหลือกันไม่สนุกได้
วันรุ่งขึ้น… พวกเรายังคงเที่ยวกันต่อที่เกียวโต แต่คราวนี้ขอออกนอกเมืองกันหน่อย
เรานำกระเป๋าไปใส่ตู้ล็อกเกอร์ที่สถานีรถไฟเกียวโตไว้ แอบประหยัดด้วยการยัดกระเป๋าของทั้งสองคนใส่ตู้เดียวกันเลย เหลือๆ ฮ่าๆ

จากนั้นก็นั่งรถไฟท้องถิ่นไปจากสถานีเกียวโตนี่แหล่ะ ไปยังอาราชิยามะกัน แต่เราเลือกที่จะนั่งรถไฟเลยไปยังสถานีคาเมะโอกะ
เดินตามป้ายไปเรื่อยๆ ประมาณ 7 – 8 นาที ผ่านทุ่งนากลางหุบเขา ได้อารมณ์ชนบทของญี่ปุ่นแบบสุดๆ พอชักจะงงกับเส้นทาง ก็ได้ยินเสียงแม่น้ำ เท่านั้นแหล่ะ พวกเราสองสาวก็รีบพุ่งตรงไปเลย เพราะเป้าหมายของเราในเช้านี้ก็คือมาล่องเรือที่แม่น้ำโฮซุของอาราชิยามะนั่นเอง

อันนี้ถือเป็นไฮไลท์อย่างหนึ่งของทริปนี้เลย ส่วนตัวแล้วอยากมาลองนั่งเรือที่นี่มากๆ อยากรู้ว่าจะเหมือนล่องแม่น้ำแควที่เมืองกาญจน์บ้านเรามั้ย เหอ เหอ
พอซื้อตั๋วเสร็จก็ชมนิทรรศการการย่อยที่เขาจัดไว้ในโถงนั่งรอเรือกันแป๊บนึง จากนั้นก็ได้ยินเสียงเราประกาศออกไมค์เรียกเป็นภาษาอังกฤษ ก็แสดงว่าได้เวลาลงเรือแล้ว เราจึงมุ่งหน้าไปที่ท่าน้ำทันที เริ่มตื่นเต้นละ…

มองเผินๆ เรือนี้ เหมือนเรือไม้ญี่ปุ่นเก่าๆ แต่ที่จริงน่าจะเป็นวัสดุที่เรียกว่าไฟเบอร์กลาสละมั้ง กันน้ำ แต่ก็มีไม้มาประกอบ ทำให้ดูเก่าๆ ทั้งขลังและเสียวไปในเวลาเดียวกัน (อนึ่ง.. หนึ่งสาวว่ายน้ำไม่เป็น)
เป็นการล่องเรือกลางแม่น้ำที่ตื่นเต้นทีเดียว อารมณ์ล่องเรือยางเลย เพราะน้ำบางช่วงก็สงบ บางช่วงก็แรง บางช่วงน้ำกระเซ็นขึ้นมาเป็นฝอยกระจาย พอให้ชุ่มฉ่ำกันด้วย
บางจุดก็เป็นช่องเขา ฝีพาย 3 คน คอยชี้นู่นนี่ อธิบายก้อนหินรูปร่างประหลาด ให้ดูสัตว์ท้องถิ่น ทั้งเต่า ทั้งนก แต่ก็แน่ล่ะเป็นภาษาญี่ปุ่น แล้วก็มีร้องเพลงให้ฟังด้วยนะ เพลินเชียว ส่วนบนเชิงผาด้านบน ก็จะเห็นรถไฟสายโรแมนติกของอาราชิยาม่า (รถไฟซากาโนะ) แล่นผ่านอีกต่างหาก


บางช่วงก็เห็นคนมายืนตกปลาริมน้ำ มองแล้วเหมือนภาพในนิตยสารเลย แล้วก็มีแก๊งค์เพื่อนๆ และครอบครัวมาเรียนการล่องเรือยางด้วย
ได้เห็นจังหวะครูฝึกสอนท่าตกน้ำ อย่างฮาอ่ะ เพราะนักเรียนตกน้ำไปหมดแล้ว แต่ครูฝึกยังยืนผายมือราวกับเป็นพระเจ้าอยู่กลางเรือยาง ก่อนจะค่อยๆ ล้มตัวลงน้ำไป …จะเท่ไปไหนก็ไม่รู้ ฮะ ฮะ
ก่อนการล่องเรือแม่น้ำโฮซุจะสิ้นสุด (ปลายทางคืออาราชิยาม่า) ก็มีพ่อค้าแม่ค้าเอาเรือมาเทียบ ขายของกินให้กับนักท่องเที่ยว ที่รู้สึกขำก็คือ อาหารที่ขายดีที่สุดดูเหมือนจะเป็นปลาหมึกย่าง เอ่อ…มาล่องแม่น้ำ แต่กินปลาหมึกย่างเนี่ยนะ สงสัยจะเข้ากั้น เขากัน ^^”





พอถึงอาราชิยามะ เราก็ขึ้นไปเดินเล่น ชิมชาเกียวโตที่ทั้งหอมและรสชาติดี (ซื้อกลับกันมาอย่างไม่ลังเล) ได้ของฝากติดไม้ติดมือกันมาคนละนิดคนละหน่อย
จากนั้นก็เข้าวัด ไหวพระกันพอชุ่มฉ่ำหัวใจ จากนั้นก็เดินตามล่าหาป่าไผ่ จนได้พบกับสถานีอาราชิยาม่า (Torokko) ซึ่งจะเป็นจุดที่เราจะลองประสบการณ์นั่งรถไฟโรแมนติกสายซากาโนะกันหน่อย ก็เป็นการย้อนกลับไปที่สถานีคาเมะโอกะนั่นเอง …
สองสาวได้ตั๋วยืน อารมณ์โหนรถเมล์กันเลยทีเดียว แต่ก็ดีเพราะสามารถถ่ายรูปได้ถนัดดี ซ้าย ขวา หน้า หลัง ถ่ายได้หมด รวมถึงได้เห็นเรือล่องแม่น้ำโฮซุจากมุมบนได้แบบเต็มๆ ทีเดียว เสียดาย..อย่างเดียว หลังคาเป็นแบบเปิด เจอแดดร้อนๆ แบบเต็มๆ เหมือนกัน ฮะ ฮะ




จากสถานีคาเมะโอกะก็ต่อรถไฟกลับเข้าเมืองไปยังสถานีรถไฟเกียวโต หยิบสัมภาระจากตู้ล็อคเกอร์ แล้วมุ่งหน้าไปยังจังหวัดสุดท้ายของเราในทริปนี้ นั่นก็คือ.. โอซาก้า

ทริปนี้สนุกสุดใจมากๆ กับการนั่งรถไฟ รถเมล์ รถบัส แถมยังมีล่องเรืออีก เพราะแต่ละยานพาหนะที่ได้โดยสารกันมานี้
กว่าจะได้นั่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องตามหาสถานี ตามหาเส้นทางรถไฟ และเลือกขบวนที่ถูกต้อง จึงต้องใช้เซ้นส์กันเยอะหน่อย ตาต้องดู หูต้องฟัง จมูกต้องไว ได้อารมณ์สุนัขนำทาง โชคดีที่ไม่ค่อยหลง ไม่งั้นลูกทัวร์หนึ่งเดียวของเราในทริปนี้ ได้เดินขาลากกว่าที่ควรเป็นแน่
สัปดาห์หน้าไปเจอกันต่อที่โอซาก้า ส่งท้ายทริปสั้นๆ นี้ของการลากกระเป๋าขึ้นรถลงเรือที่ญี่ปุ่นของสองสาวนะจ้ะ^^
เรื่องที่เกี่ยวข้อง >>
– ฮอกไกโด แดนแห่งทุ่งดอกไม้งามธัญญาหารอุดม
– รีวิวเที่ยวคันไซ (นาโงย่า-เกียวโต-โอซาก้า) ตอน: หนีเที่ยวนาโงย่า
– รีวิวเที่ยวโอกินาว่าครั้งแรก ตอนที่ 6 : ปิดทริป
– Niigata แดนแห่งสายน้ำ
– Aomori ป่าเขียวใบไม้แดง แดนมรดกโลกทางธรรมชาติ
ภาพโดย : Pellin & The 8th Ronin www.marumura.com