10 สิ่งที่คุณห้ามพลาดเมื่อมาเยือนจังหวัดอาคิตะ Akita
จังหวัดอาคิตะ (Akita) ตั้งอยู่ในภูมิภาคโทโฮคุ ประเทศญี่ปุ่น นอกจากข้าวอร่อย และเป็นถิ่นกำเนิดสุนัขพันธ์อาคิตะ ยังเป็นอีกจังหวัดในญี่ปุ่นที่ธรรมชาติสวยงามทุกฤดูกาลค่ะ มีกิจกรรมให้เลือกหลายแนวด้วย จะแช่ออนเซน เล่นสกี เดินป่า ชมดอกไม้ มีพื้นที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ซามูไร เทศกาลฤดูหนาวก็น่าสนใจ แม้ว่าจะอยู่ห่างจากกรุงโตเกียว แต่การเดินทางสามารถเลือกได้หลายทาง จะขึ้นเครื่องบินในประเทศ ขึ้นรถไฟชินคันเซน หรือนั่งบัสไปก็ได้ แล้วไปเที่ยวอาคิตะที่ไหนดี ของกินขึ้นชื่อมีอะไรบ้าง ทีมงาน marumura มี 10 สิ่งที่คุณห้ามพลาดเมื่อมาเยือนจังหวัดอาคิตะ มาให้ติดตามกันค่ะ

1.เที่ยวหมู่บ้านน้ำพุร้อนนิวโตะ
มาถึงอาคิตะแล้วต้องมา เที่ยวหมู่บ้านน้ำพุร้อนนิวโตะ (Nyuto Onsen-kyo) เป็นหมู่บ้านน้ำพุร้อนตั้งอยู่ที่บริเวณเชิงเขานิวโตะ ในอุทยานแห่งชาติโทวาดะฮะจิมันไต ที่เมืองเซมโบกุ เป็นสถานที่ฮีลลิ่งทางธรรมชาติที่ดีมากค่ะ ที่นี่จะมีที่พักเจ็ดแห่งด้วยกัน รายล้อมไปด้วยน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ดีต่อสุขภาพ สามร้อยกว่าปีก่อนที่นี่เป็นออนเซนลับของซามูไรที่มาแช่ตัวเพื่อการพักฟื้น แนะนำมาช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี และช่วงหน้าหนาว วิวสวยมาก อย่าลืมจอง เพราะคิวแน่นข้ามเดือนค่ะ

2. จุดชมดอกวิสทีเรียแห่งใหม่ในอาคิตะ
มาถึงอาคิตะแล้วต้องมา จุดชมดอกวิสทีเรียแห่งใหม่ในอาคิตะ (Tonose Fujinosato) สามารถไปชมได้เฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น ประมาณกลางเดือนถึงปลายเดือนพฤษภาคมกำลังสวยได้ที่เลยค่ะ โทโนะเซะ- ฟูจิโนะซาโตะ เป็นสวนดอกไม้ที่มีดอกฟูจิ หรือดอกวิสทีเรียขนาดต่างๆ ให้ไปชมถึง 80 ต้น มีสีม่วง สีชมพู และสีขาว พื้นที่โดยรอบจะเป็นนาข้าวและภูเขา จากเมืองโอดาเตะ เดินทางด้วยรถยนต์ประมาณสองชั่วโมง ก่อนจะไป จำเป็นต้องจองตั๋วเข้าชม เห็นนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ใส่ชุดกิโมโน แต่งคอสเพลย์ ไปถ่ายรูปกันด้วยค่ะ

3. เที่ยวหมู่บ้านซามูไรคาคุโนะดาเตะ
มาถึงอาคิตะแล้วต้องมา เที่ยวหมู่บ้านซามูไร (Kakunodate samurai district) จากสถานีรถไฟคาคุโนะดาเตะ เดินเล่นไปถึงย่านที่อาศัยของซามูไรในอดีต ถูกอนุรักษ์ไว้เป็นร้อยปีหลายหลัง มีบางหลังที่เปิดให้เข้าชม มีโบราณวัตถุ ชุดเกราะซามูไรให้ชมแบบเต็มยศ หากไปช่วงฤดูใบไม้ผลิจะได้ชมซากุระได้บรรยากาศไปอีกแบบค่ะ

4. เที่ยวพิพิธภัณฑ์นามาฮาเกะ
มาถึงอาคิตะแล้วต้องมา เที่ยวพิพิธภัณฑ์นามาฮาเกะ (Namahage Museum)ที่เมืองโองะ จังหวัดอาคิตะ มีเทศกาลนามาฮาเกะที่มีเอกลักษณ์และแปลกมาก ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมพื้นบ้านที่สำคัญประจำชาติอีกด้วย ในช่วงวันส่งท้ายปีเก่า จะมีกลุ่มผู้ชายที่สวมหน้ากาก ใส่ชุดที่ทำจากฟางท่าทางเหมือนยักษ์ ไปเยี่ยมชาวบ้านที่บ้านในตอนกลางคืน เชื่อกันว่านามาฮาเกะจะไล่โชคร้ายออกไปด้วยเสียงและการกระทำที่ดัง หลังจากไล่สิ่งไม่ดีออกไปแล้ว ก็ถึงเวลาต้อนรับปีใหม่ นักท่องเที่ยวสามารถไปเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของนามาฮาเกะ ชมการสาธิตพิธีนามาฮาเกะแบบดั้งเดิมได้ที่นี่ การเดินทางนั่งรถไฟสายโองะจากสถานีอาคิตะมาราว 1 ชั่วโมง ลงที่สถานีฮาดาจิ ต่อแท็กซี่อีก 20 นาทีก็จะถึงพิพิธภัณฑ์ค่ะ

5. เที่ยวฮะจิมันไต
มาถึงอาคิตะแล้วต้องมา เที่ยวฮะจิมันไต (Hachimantai) ภูเขาฮะจิมันไตตั้งอยู่ที่ความสูง 1,613 เมตร เป็นภูเขาไฟสลับชั้น มีลาวา หินภูเขาไฟ และเถ้าภูเขาไฟที่แข็งตัวซ้อนทับกัน ไปเที่ยวได้เกือบทุกฤดูค่ะ แต่ช่วงฤดูท่องเที่ยวยอดนิยมคือช่วงฤดูใบไม้ร่วง มีกิจกรรมคือ หน้าร้อนสามารถไปปีนเข้า ตกปลา เดินป่า ตีกอล์ฟ นิยมสุดคือไปชมใบไม้เปลี่ยนสี ขับรถเที่ยวเส้นทางแอสไปต์ชมกำแพงหิมะ และหน้าหนาวไปเล่นสกี สโนว์บอร์ด แวะพักที่รีสอร์ทและออนเซนกันที่นี่ซักคืนก็ดีนะคะ

6. เที่ยวทะเลสาบทาซาวะ
มาถึงอาคิตะแล้วต้องมา เที่ยวทะเลสาบทาซาวะ ( Lake Tazawa )เป็นทะเลสาบปล่องภูเขาไฟที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่นอยู่ที่ความสูง 423 เมตร อยู่ในเมืองเซมโบะกุ จังหวัดอาคิตะ ไฮไลต์คือสีของน้ำในทะเลสาบจะเปลี่ยนไปตามภูมิอากาศ และอากาศจะหนาวแค่ไหน น้ำในทะเลสาบจะไม่กลายเป็นน้ำแข็ง มาถึงที่นี่ต้องมาถ่ายรูปปกับรูปปั้นผู้หญิงสีทอง เธอคือ ทัตสึโกะ เทพธิดาแห่งความงาม ตามตำนานคือเธอได้นั้นอธิษฐานขอให้สวยงามตลอดไป แต่กลับถูกสาปกลายเป็นมังกร จมดิ่งลงสู่ก้นทะเลสาบทาซาวะในที่สุด อีกฟากของทะเลสาบมีศาลเจ้าโกซะ โนะ อิชิ ไปขอพรกับเทพธิดาแห่งความงามได้ที่นี่เลย แถวๆ นี้ เป็นพื้นที่พักผ่อนยอดนิยม มีทั้งรีสอร์ทน้ำพุร้อน และลานสกีค่ะ

7. เที่ยวเทศกาลหิมะโยโคะเทะ
มาถึงอาคิตะแล้วต้องมา เที่ยวเทศกาลหิมะโยโคะเทะ (Yokote Snow Festival) เป็นหนึ่งในเทศกาลฤดูหนาวเก่าแก่ท่ามกลางหิมะของญี่ปุ่นที่น่าไปสัมผัสบรรยากาศซักครั้ง จะจัดขึ้นในวันที่ 15 -16 กุมภาพันธ์ของทุกปีที่เมืองโยโคะเทะ จังหวัดอาคิตะ ไฮไลต์คือกระท่อมหิมะคะมะคุระ มีขนาดที่คนสามารถเข้าไปนั่งข้างในได้ประมาณ 80 หลัง ภายในจะมีแท่นบูชาเทพแห่งน้ำ ขอพรให้มีน้ำดื่มน้ำใช้อย่างพอเพียง พร้อมเครื่องไหว้อย่างขนมโมจิและสาเกหวาน ยังมีกระท่อมขนาดเล็กสำหรับจุดเทียนเพื่อสักการะเทพแห่งน้ำเรียงรายสวยงามไปรอบๆ เมืองอีกด้วย

8. ช้อปปิ้ง ตลาดชุมชนเมืองอาคิตะ
มาถึงอาคิตะแล้วต้องมา ตลาดชุมชนเมืองอาคิตะ (Akita Citizen’s Market) เดินประมาณ 3 นาที จากสถานีอาคิตะ มัดรวมให้แล้วสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาถึงจังหวัดอาคิตะแล้วอยากชิมอาหารทะเลสดๆ ผัก ผลไม้ท้องถิ่น เค้กข้าวคิริทัมโปะ หรือพวกของฝากท้องถิ่นอาคิตะโดยเฉพาะ ก็ลองแวะมา ชิม ช้อป ใช้กันได้ที่นี่ค่ะ

9. ศูนย์นักท่องเที่ยวสุนัขอาคิตะ ลองสัมผัสสายพันธุ์อาคิตะตัวจริง
มาถึงอาคิตะแล้วต้องมา ศูนย์นักท่องเที่ยวสุนัขอาคิตะ ลองสัมผัสสายพันธุ์อาคิตะตัวจริง (Akita Inu no Sato) อยู่ที่เมืองโอดาเตะ จังหวัดอาคิตะ ถือเป็นบ้านเกิดของสุนัขผู้ซื่อสัตย์ฮาจิโกะที่เรารู้จักกันค่ะ ภายในส่วนของพิพิธภัณฑ์จะมีสุนัขอาคิตะต้อนรับทุกคนอยู่ไปสัมผัสน้องกันได้ (วันจันทร์สุนัขอาคิตะหยุดพักผ่อนค่ะ) มีมุมจำหน่ายของที่ระลึก เข้าชมฟรี เดินจากสถานีรถไฟโอดาเตะ 3 นาที

10. ชิมคิริทัมโปะ ของอร่อยจังหวัดอาคิตะ
มาถึงอาคิตะแล้วต้องชิม คิริทัมโปะ (Kiritanpo) อาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของจังหวัดอาคิตะ ทำจากข้าวหุงสุกบดและปั้นรอบๆ ไม้เสียบ แล้วนำไปปิ้ง เวลาจะทานก็นำออกจากไม้ หั่นให้พอดี แล้วใส่หม้อไฟที่มีเนื้อไก่และผัก (คิริทัมโปะนาเบะ) หรือจะย่างกับซอสมิโสะก็ได้ค่ะ
ที่มาและรูปภาพ :
https://tonose-fujinosato.com/2023/05/25/kaika20230524/
https://akitainunosato.jp/
https://www.tohokukanko.jp/en/attractions/detail_1604.html
https://namahage.co.jp/namahagekan/en/namahage/
https://stayakita.com/th/
#จังหวัดอาคิตะ Akita