ย่านช้อปปิ้งในโตเกียว … โตเกียว เมืองซึ่งเต็มไปด้วยย่านการค้า แหล่งช้อปปิ้งมากมาย โดยในแต่ละย่านการค้านั้น ๆ ก็จะมีลักษณะโดดเด่นที่สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันไป ทำให้โตเกียวเป็นเมืองที่มีสีสรร คึกคักสมกับเป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น ลองมาดูกันว่าย่านการค้าไหนบ้างที่ติดอันดับ ย่านการค้าที่คนญี่ปุ่นอยากไป
โตเกียว เมืองซึ่งเต็มไปด้วยย่านการค้า แหล่งช้อปปิ้งมากมาย โดยในแต่ละย่านการค้านั้น ๆ ก็จะมีลักษณะโดดเด่นที่สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันไป ทำให้โตเกียวเป็นเมืองที่มีสีสรร คึกคักสมกับเป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น ลองมาดูกันว่าย่านการค้าไหนบ้างที่ติดอันดับ ย่านการค้าที่คนญี่ปุ่นอยากไป
[box type=”custom” color=”#ffffff” bg=”#dd3333″ radius=”10″]อันดับ 10 Sugamo Jizo Dori Shoutenkai (巣鴨地蔵通り商店街)[/box]อยู่ในเขต Toshima ของโตเกียว เป็นย่านการค้าที่ได้รับการขนานนามว่า “Harajuku of the old ladies” เป็นที่ซึ่งสาวสูงวัยญี่ปุ่นนิยมไปจับจ่ายใช้สอย สังสรรค์กันในวันว่าง
สื่อแขนงต่างๆ ของญี่ปุ่นที่ต้องการสัมภาษณ์ หรือสำรวจความคิดเห็นของเหล่าคุณป้า ทั้งหลายก็มักจะมุ่งมาที่ Sugamo Jizo Dori แห่งนี้นี่แหล่ะ




แรกเริ่มเดิมที Akihabara เคยเป็นแหล่งขายของเก่าอย่างพวกชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้ามาก่อน เมื่อเศรษฐกิจของญี่ปุ่นมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วหลังสงครามโลก Akihabara แห่งนี้ก็ถูกผันเปลี่ยนไปเป็นย่านการค้าที่เป็นแหล่งรวมของการจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า


จนได้รับการขนานนามว่า “Akihabara Electric Town” และนอกเหนือจากเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้ว ปัจจุบันยังเป็นแหล่งจำหน่ายคอมพิวเตอร์ เกม ของเล่น และการ์ตูน ชาวญี่ปุ่นจะเรียกย่านนี้สั้นๆ ว่า “อากิบะ” (アキバ Akiba)
[box type=”custom” color=”#ffffff” bg=”#dd3333″ radius=”10″]อันดับ 8 Kagura Zaka Dori Shoutenkai (神楽坂通り商店街)[/box]อยู่ในเขต Shinjuku ของโตเกียว จุดเด่นของ Kagura Zaka Dori แห่งนี้ก็คือ เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ตั้งอยู่บนเนินสูงๆ ต่ำๆ แล้วยังคงมีบ้านพักอาศัยเก่าๆ ปะปนอยู่ จึงมีทั้งความคึกคักของแหล่งช้อปปิ้งทางด้านถนนใหญ่
ในขณะเดียวกันก็ยังคงมีความเงียบสงบของแหล่งที่อยู่อาศัยตามตรอกซอกซอยอยู่ด้วย เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการเดินช้อปปิ้ง เสาะหาร้านอาหารอร่อยๆ ที่จะแทรกอยู่ตามซอยเล็กซอยน้อย
ในขณะเดียวกันก็เพลิดเพลินไปกันความงดงามของบ้านเรือนญี่ปุ่นด้วย และสิ่งที่น่าสนใจของ Kagura Zaka Dori อีกอย่างก็คือ ถนนที่นี่เป็นถนนเดินรถทางเดียว One Way ที่เส้นทางเดินรถตอนเช้าและตอนบ่ายจะสลับกัน ถ้ามีโอกาสผ่านไปเที่ยวก็เดินระวังๆ กันหน่อยล่ะ



เป็นย่านหนึ่งในเขต Setagaya กรุงโตเกียว ย่านนี้รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า “Shimokita” เป็นศูนย์กลางของโรงละครเวทีและสถานแสดงดนตรีสด อย่างเช่นอาคารโรงละคร Honda Gekijou ที่มีประวัติมายาวนาน
และยังเป็นย่านที่เป็นที่นิยมของนักเรียนและวัยรุ่นหนุ่มสาว เนื่องจากเต็มไปด้วยร้านกาแฟ ร้านค้าแฟชั่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ เสื้อผ้ามือสอง และร้านค้าเกี่ยวกับดนตรี




ตั้งอยู่ที่ Musashino เป็นเมืองในเขตทามะ ทางตะวันตกของโตเกียว เป็นแหล่งช้อปปิ้งเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ปลายปี 1971 มีหลังคาปกคลุมตลอดระยะทาง 300 เมตร แล้วก็มีการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี 2004 โดยการออกแบบให้หลังคาที่ว่านี้สามารถเปิดปิดได้
ในวันที่อากาศดีๆ ก็จะเปิดหลังคาให้เหล่านักช้อปได้สูดอากาศกันอย่างเต็มปอด และเมื่อฝนตก หรือตั้งแต่ 5 โมงเย็นเป็นต้นไปก็จะปิดหลังคาแล้วก็มีการเปิดไฟประดับประดาเพื่อเพิ่มสีสรรให้กับเหล่านักช้อปด้วย จุดเด่นของ Kichijoji SUNROAD
อีกข้อหนึ่งก็คือ ร้านค้ามีทั้งเก่าแก่ไปจนถึงทันสมัย คละปะปนกันไปและก็มีระเบียบมากดูเข้ากันได้ดีอย่างบอกไม่ถูก และเนื่องจากเป็นเขตที่มีโรงเรียน มหาวิทยาลัย อยู่มากมาย
รวมถึงการมีเส้นทางคมนาคมที่สะดวกสบายทำให้ เป็นจุดต่อรถของนักเรียน นักศึกษาในเขตใกล้ ๆ กันด้วย Kichijoji จึงได้ชื่อว่าเป็น “ถนนสายนักเรียน” เช่นเดียวกับ Shimokitazawa (下北沢) และ Ochanomizu(お茶ノ水) และที่นี่ยังเป็นที่อยู่ของนักเขียนการ์ตูน บริษัทผลิตซอฟแวร์เกมส์ บริษัทผลิต Anime ชื่อดังมากมาย จนกลายเป็นแหล่งที่เผยแพร่ Subculture ของญี่ปุ่นอีกทีหนึ่งไปเลย
ทำให้ Kichijoji เป็นแหล่งรวมร้านค้า ร้านอาหารที่มีรูปแบบ การตกแต่ง คอนเซปท์ของร้านที่แปลกไม่ซ้ำใคร บวกกับค่าครองชีพที่ยังไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ๆ ในกรุงโตเกียว จึงทำให้ Kichijoji ติดอันดับเมืองที่น่าอยู่อาศัยของญี่ปุ่น ในอันดับต้นๆ ในช่วง 2-3 ปีนี้ไปเลย ใครชื่นชอบบรรยากาศสบายๆ แบบนี้ก็อย่าลืมแวะไปเดินย่านคิชิโจจิด้วยนะ ^^


อยู่ในเขต Minato ของ Tokyo ย่านการค้าเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่กลางสมัยเอโดะ
และเนื่องจากอยู่ใกล้กับ Roppongi, Tokyo Tower เมื่อมีรถไฟใต้ดินตัดผ่าน จึงส่งผลให้ราคาที่ดินแถบนั้นสูงลิบลิ่ว กลายเป็นที่ตั้งของสถานฑูตประจำชาติต่าง ๆ รวมถึงโรงเรียนนานาชาติ ทำให้ร้านค้าเก่าแก่บางร้านต้องขายที่ หรือสู้ค่าเช่าไม่ไหวต้องปิดตัวลงไปไม่น้อย
ในขณะเดียวกันก็มีร้านค้าใหม่ๆ ที่มีเงินลงทุนสูง เกิดขึ้นทดแทน เป็นการสร้างเสน่ห์แก่ Azabujuban Shoutenkai ให้เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีทั้งร้านค้าดั้งเดิมตั้งแต่สมัยเอโดะ ไปจนถึงร้านค้า ร้านอาหารที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามและทันสมัยผสมผสานกันอยู่อย่างลงตัว
จึงเป็นแหล่งช้อปปิ้งสุดโปรดของทั้งผู้สูงอายุ คู่รัก วัยรุ่น รวมถึงชาวต่างชาติด้วย


ย่านการค้าเก่าแก่แห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เกิดขึ้นมาในศตวรรษที่ 17 มีร้านค้ามากมายตลอดความยาว 250 เมตร และมีร้านค้ามากมายกว่า 89 ร้าน ผนวกกับการที่อยู่ติดกับวัดอาซากุสะวัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก
ทำให้ตลอดทั้งปีจะมีทั้งนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศแวะเวียนมาหาซื้อของฝากอย่างไม่ขาดสาย เพราะมีทั้งร้านขายของที่ระลึกพื้นเมือง เช่น ของที่ระลึก ตุ๊กตา เสื้อผ้า ร่มแบบโบราณ หรือรองเท้าไม้ที่เรียกว่า เกตะ พัด และขนมแบบญี่ปุ่น และของกินมากมายเรียงราย





เป็นย่านขายอุปกรณ์เครื่องครัวแหล่งใหญ่อยู่ในเขต Taitou ใกล้ๆ กับ Asakusa มีร้านจำหน่ายเครื่องครัว อุปกรณ์ปรุงอาหาร วัตถุดิบในการทำอาหาร และร้านอาหาร รวมทั้งสิ้นกว่า 170 ร้าน
นอกจากอุปกรณ์ในการทำอาหารแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งรวมร้านทำอาหารตัวอย่างฝีมือเยี่ยมของญี่ปุ่นอยู่มากมายด้วย

เป็นตลาดค้าส่งปลาและอาหารทะเลที่ ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากจะได้สัมผัสบรรยากาศการประมูลอาหารสดกันแล้ว ตลาดปลา Tsukiji ยังเป็นแหล่งรวมร้านซูชิและอาหารญี่ปุ่นอร่อยๆ มากมาย
ตลาดปลาแห่งนี้มีพื้นที่ถึง 230,000 ตารางเมตร ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ “Inner Market” (場内市場:jōnai-shijō) เป็นส่วนของผู้ค้าส่ง และเป็นส่วนที่มีการประมูลปลากันด้วย
โดยผู้ที่สามารถเข้าประมูลปลาได้ จะต้องเป็นพ่อค้าที่มีใบอนุญาตเท่านั้น และ “Outer Market” (場外市場:jōgai-shijō) เป็นส่วนที่มีทั้งผู้ค้าส่งและผู้ค้าปลีกอยู่รวมกัน มีตั้งแต่ร้านจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับปรุงอาหารญี่ปุ่น ร้านจำหน่ายผัก ผลไม้ ร้านอาหารญี่ปุ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นร้านจำหน่าย Sushi

แต่เดิมตลาดปลา Tsukiji จะเป็นสถานที่จำหน่ายและประมูลปลาเท่านั้น แต่เมื่อเริ่มมีร้านอาหารขึ้นชื่อเกิดขึ้น ก็ทำให้สื่อโทรทัศน์ต่างๆ เข้าไปทำรายการและเผยแพร่กันไปอย่างต่อเนื่อง
เมื่อชื่อเสียงเริ่มโด่งดังไปไกล ยังประเทศต่างๆ ทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางไปเที่ยวชมตลาดแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย ประกอบกับมีนักท่องเที่ยวที่ไม่ปฏิบัติตามกฏการเข้าชมการประมูลปลา จนทำให้เกิดผลกระทบกับการดำเนินธุรกิจของผู้ค้าทั้งหลาย
ภายหลังจึงมีการจัดระเบียบการเข้าเยี่ยมชมตลาดอย่างเข้มงวด เช่น การกำหนดเวลาเข้าชมของนักท่องเที่ยว (5 a.m. – 6:15 a.m.) การกำหนดจำนวนผู้เข้าชมในแต่ละวัน (วันละไม่เกิน 140 คน) และมีการจัดทำคู่มือการปฏิบัติตนในการเข้าชมตลาดแจกจ่ายให้กับนักท่องเที่ยวกว่า 5 ภาษา
ปัจจุบัน ตลาดปลา Tsukiji ได้ขยับขยาย ย้ายไปยังที่อยู่ใหม่ เรียกว่า Toyosu Fish Market ไม่ไกลจากสนามกีฬากลางของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคปี 2020 หรือ 2020 Tokyo Olympic นั่นเอง


หรือเรียกสั้นๆ ว่า Ameyoko (アメ横) อยู่ทางทิศใต้ของสถานีอุเอะโนะ เป็นถนนเชิงตลาดที่ร้านค้าทั้งของสดของแห้ง ผลไม้ เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอางค์ แผงลอย สินค้าต่างๆ รวมถึงร้านอาหารญี่ปุ่น ร้าน Sushi ขนาบทั้งสองข้างของถนน เป็นระยะทางกว่า 400 เมตร ตลาด Ameyoko แห่งนี้เคยเป็นตลาดมืดมาก่อน เป็นที่จำหน่ายของใช้ของทหารอเมริกาที่ได้รับการปล่อยตัวมา หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ปัจจุบันเป็นย่านการค้าที่เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าที่หลากหลาย ราคาย่อมเยาว์ โดยเฉพาะช่วงใกล้ๆ ปีใหม่จะมีผู้คนมาจับจ่ายใช้สอยของฝาก ของขวัญกันคึกคักเป็นพิเศษ









เรื่องที่เกี่ยวข้อง >>
– โออิตะ (Oita) แดนแห่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ
– Kumamoto แดนแห่งป่าสวยน้ำใสบริสุทธิ์
– Nagasaki แดนแห่งทิวทัศน์งามทางใต้
– วันหยุดราชการญี่ปุ่น ประจำปี 2013
– 10 อันดับปราสาทที่คนญี่ปุ่นอยากไปมากที่สุด
ขอบคุณข้อมูลจาก : http://ranking.goo.ne.jp