อัพเดท 5 พิกัด บรรยากาศสุดหลอนรับฮาโลวีน
เดือนแห่งฮาโลวีนมาถึงกันทั้งที ก็ได้เวลาที่จะพูดถึงสารพัดเรื่องหลอนแนวลึกลับของประเทศญี่ปุ่นกันแล้วสินะ! – – ครั้งนี้ขอเริ่มต้นกันแบบชิลล์ๆ ด้วย 5 สถานที่ที่มีบรรยากาศชวนให้ขนลุก เป็นการปูกลิ่นอายของฮาโลวีนกันแบบเบาะๆ ดูก่อนแล้วกันจ้า ใครใจแข็ง ใจถึง อยากสัมผัสบรรยากาศจริงเตรียมปักหมุดไว้ได้เลยน้า เชื่อว่าได้หลอนกันสมใจแน่นอน!
5 พิกัดบรรยากาศสุดหลอนในญี่ปุ่นรับวันฮาโลวีน
1. Kama Hachimangu
เริ่มต้นหลอนกันแบบเบาๆ กับต้นไม้โบราณที่ชวนให้คิดถึงเหตุการณ์ฆาตกรรมหรือหนังสยองขวัญกันแบบคิดถึงอย่างอื่นไปไม่ได้ กับต้นโอ๊คขนาดมหึมาที่ซ่อนตัวอยู่หลังศาลเจ้า Niusakadono กลางป่าเมือง Katsuraki จังหวัด Wakayama ซึ่งเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีอายุนับร้อยปี แม้ที่นี่จะไม่ใช่ศาลเจ้าที่มีขนาดใหญ่โตมากมาย แต่ก็มีความสำคัญในระดับโบราณสถานแห่งชาติและมรดกโลกเลยเชียวนะ แรกเริ่มเดิมที ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นสถานที่ซึ่งบรรดาเกษตรกรในท้องถิ่นมักจะนิยมมากราบไหว้ขอพรในเรื่องการขอฝนและความอุดมสมบูรณ์ของผลผลิตในแต่ละปี แต่ความประหลาดอยู่ตรงที่ผู้ไปขอพรนั้นมักจะใช้เคียวปักต้นไม้ไว้แทนการอธิษฐาน ซึ่งไม่มีหลักฐานบ่งชี้ใดๆ ถึงเหตุผลในการขอพรชวนสยองเช่นนี้ แต่ผลลัพธ์ที่ได้แน่ๆ คือต้นไม้ซึ่งมีเคียวรูปพระจันทร์เสี้ยวปักคาอยู่มากมาย จนแว้บแรกที่ได้เห็นนั้นชวนให้คิดถึงหนังผี การฆาตกรรม หรือพิธีกรรมสาปแช่งต่างๆ อย่างช่วยไม่ได้ โดยบางคนเชื่อว่าเคียวนั้นเปรียบเหมือนเครื่องมือในการตัดโชคร้าย สิ่งอัปมงคล หรือตัดความสัมพันธ์ที่แย่ๆ ออกไปจากชีวิตของผู้ที่มากราบไหว้ขอพรนั่นเอง – – แม้จะฟังดูเป็นพิธีกรรมที่แปลกหูแปลกตาและน่าประหลาดใจ จนอาจทำให้คุณอยากลองไปสับต้นไม้ด้วยเคียวเพื่อให้ชีวิตดีขึ้นกันในวันนี้พรุ่งนี้ แต่ต้องอดใจไว้ก่อนน้า เพราะตั้งแต่ปี ค.ศ.2017 เป็นต้นมา ทางศาลเจ้ามีการห้ามการทำแบบนี้ไปเรียบร้อยแล้วจ้า เพื่อเป็นการรักษาต้นไม้โบราณต้นนี้เอาไว้ โดยเค้าได้เปลี่ยนมาใช้วิธีการให้ผู้ไปเยือนเขียนคำอธิษฐานที่ต้องการลงไปบนแผ่นป้ายรูปเคียว จากนั้นให้นำไปแขวนไว้ที่โทริอิของศาลเจ้าแทนนะ ใครสนใจลองแวะไปชมต้นไม้ต้นนี้กันได้ตามพิกัดด้านล่างเลย!
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/Wj21S8iaTvf4JzZ27
2. Taki Shrine

จากวาคายามะ ขอชวนมาเช็คอินกันที่อีกหนึ่งศาลเจ้าในจังหวัด Gifu กันต่อ ซึ่งแม้ศาลเจ้าทาคิแห่งนี้จะไม่ได้เป็นศาลเจ้าที่มีประวัติศาสตร์ ความเก่าแก่ หรือความสำคัญในระดับประเทศอย่างที่แรก แต่จุดขายของศาลเจ้านี้กลับเป็นความสวยแปลกตาที่มาพร้อมกับฟีลลิ่งแบบลึกลับเย็นยะเยือกชวนขนลุกจากสีเขียวของมอสและตะไคร่ เพราะที่นี่ตั้งอยู่ในป่าบนภูเขาซึ่งมีน้ำตกเล็กๆ อยู่ไม่ไกล ว่ากันว่าศาลเจ้าแห่งนี้นั้นมีอายุนับพันปี โดยมีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับชายคนหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ล่าปีศาจหรือ Yokai มาจนถึงภูเขาลูกหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมือง Mino แต่จู่ๆ ก็เกิดเมฆหมอกสีดำปรากฏปกคลุมภูเขาลูกนั้นเอาไว้จนชายหนุ่มไม่สามารถเดินทางติดตามปีศาจต่อไปได้ ชายนักล่าปีศาจจึงทำการสวดภาวนาต่อเทพเจ้าแล้วยิงลูกธนูฝ่าเข้าไปในดงหมอกสีดำ เมื่อลูกศรพุ่งเข้าไปด้านใน เมฆหมอกสีดำที่ปกคลุมอยู่ก็สลายไปในพริบตา และชายหนุ่มก็พบว่าลูกธนูที่เค้ายิงเข้าไปได้ปักอยู่ในบริเวณน้ำตกซึ่งอยู่ใกล้กับที่ตั้งของศาลเจ้าทาคิในปัจจุบัน ในคืนนั้นชายหนุ่มก็ฝันเห็นเทพเจ้าที่ช่วยเค้าปราบปีศาจร้ายในบริเวณน้ำตกแห่งนั้น เค้าจึงทำการสร้างศาลเจ้าขึ้นมาเพื่อบูชาและแสดงความเคารพต่อองค์เทพซึ่งอาศัยอยู่ในน้ำตกที่ทำการช่วยเหลือตนนั่นเอง – – หากมีโอกาสเดินทางมา ขอแนะนำว่าช่วงเวลาที่ศาลเจ้าแห่งนี้จะสวยที่สุดก็คือในตอนเช้า คุณอาจจะได้เห็นสายหมอกจางๆ ลอยปกคลุมผืนป่า ระหว่างที่เดินทางมาตามขั้นบันได ผ่านโทริอิ เข้าไปในตัวศาลเจ้าที่เงียบสงัด ได้ยินเสียงน้ำตกแว่วๆ มาเป็นระยะ ที่สำคัญคือศาลเจ้าแห่งนี้จะไม่มีผู้ดูแลอาศัยอยู่นอกเหนือจากในช่วงที่มีงานเทศกาลพิเศษต่างๆ ด้วยนะ ใครชอบความสงบก็รับรองได้เลยว่าสมใจ ส่วนจะสวย สงบ หรือชวนให้ขนลุกขนชันในความเงียบงันมากกว่า แนะนำว่าคุณต้องไปสัมผัสด้วยตัวเอง!
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/iY6N6gjgvo4xixjbA
3. Fureai Sekibutsu no Sato
จากศาลเจ้ากลางป่า พิกัดต่อมาขอพาไปเช็คอินในหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยงานอาร์ตกันบ้าง นี่คือหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ในหุบเขาทางตอนใต้ของจังหวัด Toyama ห่างจากตัวเมืองหลักเพียงขับรถแค่ราวๆ ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น – – ฟังดูก็เหมือนจะธรรมดา แต่ที่ต่างออกไปก็คือหมู่บ้านนี้ดันเป็นหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยรูปปั้นผู้คนหลากหลายหน้าตาโดยไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่นี่ละ! – – ที่มาของหมู่บ้านอันแปลกประหลาดแห่งนี้ เกิดขึ้นในช่วงราวๆ ปี ค.ศ.1980 จากชายชื่อ Mutsuo Furukawa นักธุรกิจที่เป็นทั้งเจ้าของร้านอาหารและโรงพยาบาลอีกหลายแห่งในย่านนี้ เกิดอยากให้มีสวนสาธารณะที่ทุกคนสามารถไปพักผ่อนหย่อนใจกันได้ เขาจึงผุดไอเดียในการสร้างรูปปั้นโดยใช้ต้นแบบเป็นบุคคลต่างๆ ซึ่งเป็นเพื่อนและคนรู้จักของตนขึ้นมา โดยใช้วิธีการส่งรูปถ่ายในมุมต่างๆ ของผู้คนเหล่านี้ไปให้ศิลปินที่ประเทศจีนเป็นผู้จัดทำ จากนั้นจึงส่งกลับมาที่โทยามะทางเรือ ซึ่งรูปปั้นทั้งหมดที่เห็นอยู่ในหมู่บ้านนี้ใช้เวลาสร้างทั้งหมดราว 4 ปีเลยนะ โดยรูปปั้นในลำดับแรกๆ นั้นจะถูกตั้งอยู่ในส่วนบนของภูเขา และรูปปั้นที่ตามมาในยุคหลังๆ จะถูกวางตั้งลดหลั่นกันลงมา – – แม้ว่าผู้เริ่มก่อตั้งที่นี่อย่างคุณฟุรุคาวะจะเสียชีวิตไปแล้วในปี ค.ศ.2012 แต่ที่นี่ก็ยังเปิดให้ผู้คนเข้าชมกันได้จนถึงทุกวันนี้ โดยมีอาสาสมัครในท้องถิ่นช่วยกันทำหน้าที่ดูแลต่อมา – – แม้หลายคนจะรู้สึกว่านี่คือสถานที่ซึ่งรวมงานศิลปะเอาไว้ให้เดินชมกันได้แบบสบายๆ แต่สำหรับอีกหลายคน การต้องเดินอยู่ท่ามกลางรูปปั้นผู้คนซึ่งเคยมีชีวิตอยู่บนโลกนี้จริงๆ นับสิบนับร้อยนั้นกลับให้บรรยากาศที่ชวนขนลุกกันไม่น้อยเลยเชียวละ นี่ยังไม่รวมเสียงร่ำลือที่หลายคนเชื่อว่ารูปปั้นเหล่านี้จะมีชีวิตขึ้นมาหลังจากพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าด้วยนะ ส่วนจะจริงหรือไม่ หรือจะหลอนแค่ไหนน่ะ คุณน่าจะต้องลองไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง!
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/6WSzKnahTWpHTgbV8
4. Koboro Station
เรียกว่าเป็นภาพชินตาของหลายคนที่เคยมาญี่ปุ่น กับจำนวนผู้คนยุบยิบมากมายที่มาใช้บริการตามสถานีรถไฟต่างๆ ในเกือบทุกสถานี วันนี้เราเลยขอชวนมาทำความรู้จักกับสถานีรถไฟที่ได้ชื่อว่าโดดเดี่ยวที่สุดในแดนอาทิตย์อุทัยกันมั่งดีกว่า โดยสถานีแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานีของรถไฟสาย Muroran บนเกาะฮอกไกโด ตัวสถานีรถไฟนั้นตั้งอยู่ในพื้นที่ระหว่างอุโมงค์รถไฟสองแห่ง แถมยังเป็นสถานีรถไฟที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยยานพาหนะอื่นใดนอกจากรถไฟและการเดินเท้า – – โดยสถานีโคโบโระแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1943 ในช่วงที่ประเทศญี่ปุ่นต้องมีการเสริมกำลังทหารในภาวะสงครามแปซิฟิก จึงมีการเพิ่มเส้นทางรถไฟในฮอกไกโดขึ้นหลายเส้นทาง และสถานีแห่งนี้ก็ถูกก่อตั้งขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่เป็นสถานีสำหรับขบวนรถไฟที่จะทำการขนย้ายอาวุธยุทโธปกรณ์ โดยเฉพาะกระสุนปืน! สถานีรถไฟแห่งนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อให้ขบวนรถไฟซึ่งทำหน้าที่ขนย้ายสิ่งสำคัญนั้นซ่อนตัวอยู่ในอุโมงค์เป็นส่วนใหญ่ โดยบริเวณสถานีจะมีพื้นที่โล่งพอแค่ให้หัวรถจักรได้โผล่ออกมาภายนอกเพื่อระบายควันเพียงเท่านั้น ในช่วงประมาณ ค.ศ.1960 – 1970 บริเวณใกล้ๆ กับสถานีแห่งนี้เคยมีชุมชนเล็กๆ ตั้งอยู่ แต่ในปัจจุบันบริเวณรอบๆ สถานีนั้นแทบจะเรียกได้ว่าปราศจากผู้คนอยู่อาศัยโดยสิ้นเชิง – – สถานีรถไฟแห่งนี้ไม่มีตัวอาคารแต่อย่างใด โดยจะเป็นแค่สนามหญ้าความยาว 80 เมตร ซึ่งมีโรงซ่อมบำรุงเล็กๆ ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวเพียงเท่านั้น รอบด้านรายล้อมด้วยผืนป่าและหน้าผาสูงชัน จากตัวสถานีมีเส้นทางเดินผ่านป่าที่มุ่งหน้าไปสู่ชายหาดใกล้ๆ ได้ – – อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนกันค่อนข้างคึกคักในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้น จึงเกิดการเสนอให้ปิดบริการสถานีจากทาง JR Hokkaido เนื่องจากรายได้ไม่คุ้มกับค่าบำรุงรักษาและดูแลสถานี แต่ขณะเดียวกันก็มีการคัดค้านจากผู้คนและส่วนราชการท้องถิ่น เนื่องจากที่นี่นับเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่ ทำให้เกิดข้อตกลงในการต่ออายุการเปิดสถานีแบบปีต่อปีขึ้นโดยใช้เงินจากส่วนราชการและผู้คนในท้องถิ่นเพื่อการดูแลรักษา ซึ่งทำให้ไม่สามารถระบุได้ว่าสถานีรถไฟแห่งนี้จะเปิดให้บริการจนถึงเมื่อไหร่ ใครสนใจไปเช็คอินสถานีที่ให้บรรยากาศวังเวงใจสุดๆ แห่งนี้ วิธีที่ง่ายที่สุดคือการโดยสารรถไฟไปและกลับ ซึ่งมีแค่วันละ 6 เที่ยวเท่านั้น ที่สำคัญต้องตรวจสอบเวลาเดินรถให้ดี เพราะหากพลาดไป วิธีการอื่นๆ ที่จะใช้ในการเข้า – ออกสถานีได้คือคุณต้องเดินขึ้นเขา ข้ามลำธาร และเดินผ่านป่าลึกซึ่งมีหมีอาศัยอยู่ออกไป หรือใช้เวลาเดินตามอุโมงค์รถไฟอีกราว 2 ชั่วโมง ไปขึ้นรถประจำทางในเมืองใกล้ๆ นะ ใครอยากลองก็ไม่ขัดศรัทธาจ้า เชิญเลย!
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/Xm4utRbzt44DJ3WU7
5. Doai Station

จากสถานีรถไฟที่เดียวดายที่สุดในญี่ปุ่น ขอพาคุณมาปิดท้ายกันที่สถานีรถไฟซึ่งอยู่ลึกที่สุดในประเทศกันบ้างดีกว่า โดยสถานีรถไฟแห่งนี้นั้นอยู่ไม่ไกลมากจากโตเกียวด้วยนะ เพราะตั้งอยู่ในเมือง Minakami จังหวัด Gunma ที่หลายคนอาจจะเคยได้ยินได้ฟังผ่านหูผ่านตา – – สถานีนี้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสาย Joetsu ที่เชื่อมต่อจากโตเกียวไปยัง Niigata โดยเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1936 ภายในสถานีประกอบด้วยชานชาลา 2 แห่ง โดยแห่งที่หนึ่งนั้นอยู่ด้านหลังตัวสถานี แต่ไฮไลท์หลักจะอยู่ที่อีกชานชาลานี่ละ เพราะเป็นชานชาลาที่ตั้งอยู่กลางอุโมงค์ Shin-Shimizu ที่ทำหน้าที่เชื่อมเมืองนีงาตะและกุนมะไว้ด้วยกัน ด้านในจึงเต็มไปด้วยบรรยากาศสลัว สงบ และสงัด อย่างสุดจะบรรยาย ตัวชานชาลาสร้างลึกลงไปจากพื้นดินถึง 70 เมตร และผู้ใช้บริการจำเป็นต้องเดินขึ้น – ลงบันได 486 ขั้นเพื่อไปใช้บริการ ซึ่งบอกเลยว่าด้วยบรรยากาศโดยรอบที่เงียบงัน บวกกับหน้าตาอันสุดลึกลับของสถานีแห่งนี้ แวบแรกที่เห็นจึงทำให้เราคิดถึงหนังซอมบี้หรือหนังผีสยองขวัญแนว Sci-Fi และที่สำคัญคือด้วยความที่เป็นสถานีในพื้นที่อันห่างไกล ทำให้ที่นี่ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำคอยให้บริการ ก็เลยเสริมความวังเวงให้เพิ่มมากขึ้นไปกันใหญ่ – – หลายคนอาจจะสงสัยว่าขนาดเจ้าหน้าที่ยังไม่มี แล้วใครจะมาใช้บริการสถานีนี้กันล่ะ คำตอบก็คือเหล่าบรรดาคนที่รักการเดินป่าจ้ะ เพราะใกล้กับสถานีมีภูเขา Tanigawa และเส้นทางเดินป่าอีกมากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีเรื่องเล่าหลากหลายเกี่ยวกับอาถรรพ์และสิ่งลึกลับในยามค่ำคืนบริเวณสถานีแห่งนี้ สำหรับใครที่กำลังมองหาความตื่นเต้นเร้าใจ ถ้าไหว เชิญก่อนได้เลย!
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/Xm4utRbzt44DJ3WU7
และนี่คือ 5 สถานที่ซึ่งมาพร้อมกับบรรยากาศสุดวังเวงแต่ก็แปลกตา สำหรับใครที่กำลังมองหาโลเกชั่นไม่ซ้ำใครเอาไว้ถ่ายรูปเช็คอินใน Theme ฮาโลวีนของปีนี้ บอกเลยว่าจิ้มพิกัดไหนก็ไม่มีคำว่าผิดหวังแน่นอนจ้า ส่วนใครที่กำลังมองหาสถานที่ใหม่ๆ ที่ให้บรรยากาศลึกลับเร้าใจเพื่อเพิ่มสีสันในการเดินทาง ก็ลองปักหมุดแวะเวียนไปเยือนกันได้นะ เชื่อว่าตอบโจทย์ที่คุณต้องการกันแบบล้านเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว!
เรื่องแนะนำ :
– Kanazawa – เมืองที่นำพาทองคำเปลวสู่การเป็นมรดกโลก!
– อัพเดท 11 แอพพลิเคชั่นปี 2024 – – มีติดไว้ เที่ยวญี่ปุ่นง่ายขึ้นแน่นอน!
– 9 เดือน 9 ปีนี้ คุณมีดอกเบญจมาศกันรึยัง?
– ‘สาเก’ เครื่องดื่มประจำชาติที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเจแปน
– เมื่อผู้คนในดินแดนแห่งอุตสาหกรรม AV กลับหันหลังให้ SEX มากขึ้นทุกทีในชีวิตจริง!
– เมื่อผู้คนในดินแดนแห่งอุตสาหกรรม AV กลับหันหลังให้ SEX มากขึ้นทุกทีในชีวิตจริง!
อ้างอิงข้อมูลและรูปภาพจาก:
https://www.tokyoweekender.com/art_and_culture
https://japan-forward.com/scary-places-in-japan-the-moss-ridden-taki-shrine/
https://japan-forward.com/scary-places-in-japan-toyamas-hidden-villages-of-statues/
https://japan-forward.com/scary-places-in-japan-doai-the-deepest-running-train-station/
https://japan-forward.com/journey-to-the-most-isolated-train-station-agnes-tandler/
https://en.wikipedia.org/wiki/Koboro_Station
https://en.wikipedia.org/wiki/Doai_Station
https://www.atlasobscura.com/places/doai-train-station
#อัพเดท 5 พิกัด บรรยากาศสุดหลอนรับฮาโลวีน