Hokkaido Autumn: สัมผัสใบไม้เปลี่ยนสี “ที่แรกในญี่ปุ่น”
รู้ไหมว่า ทิวทัศน์ของฮอกไกโดในช่วงฤดูใบไม้ร่วงเป็นภาพที่งดงามมากขนาดไหน เมื่อยอดภูเขา หุบเขา แม่น้ำ และน้ำตก ห้อมล้อมไปด้วยใบไม้เหลืองส้มอร่ามเปล่งประกาย บอกได้เลยว่า ใครที่ชอบเที่ยวพักผ่อนท่ามกลางอ้อมกอดของธรรมชาติ ต้องมาเยือนฮอกไกโดในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีให้ได้สักครั้ง!
ใบไม้เปลี่ยนสีมาเยือนฮอกไกโดเป็น “ที่แรก” ในญี่ปุ่น โดยเริ่มชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสีได้ตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ก.ย. ไปจนถึงต้นเดือน พ.ย.
ในบทความนี้ เราขอแนะนำ 2 แพลน 2 สไตล์ ให้เลือกตามความชอบ หรือจะเอาไปวางแพลนเที่ยวให้ครบทั้ง 2 แพลนเลยก็ได้
แพลนที่ 1 โซนหุบเขา Sounkyo และ Asahidake ช่วงกลางเดือน ก.ย. – ต้นเดือน ต.ค.
สายธรรมชาติ ชมวิวยอดเขาสุดตระการตา และน้ำตกทางช้างเผือกคู่ดาวตก พร้อมขับรถชมวิวพาโนรามา
แพลนที่ 2 โซนหุบเขา Jozankei ช่วงต้นเดือน ต.ค. – กลางเดือน ต.ค.
สายชิล พักผ่อนเมืองน้ำพุร้อนใกล้ซัปโปโร พายเรือแคนูล่องหุบเขา และแวะเก็บแอปเปิล
สำหรับทริปนี้เราจะเช่ารถขับกัน เพื่อชมธรรมชาติให้จุใจ ซึ่งใครที่จะไปเที่ยวฤดูใบไม้ร่วงนี้ ทางฮอกไกโด แอร์พอร์ต มีโปรโมชั่นเงินสนับสนุน 10,000 เยน / คัน !
แคมเปญ Kawaii Colors in Hokkaido
Easy&Save ร่วมกับ Hokkaido Airports มอบโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าที่เช่ารถขับบนเกาะฮอกไกโด **โปรโมชั่นนี้มีจำนวนจำกัด**
【เงื่อนไขโปรโมชั่น】
1. เช่ารถกับ Easy&Save โดยจะต้องรับและคืนรถบนเกาะฮอกไกโด และเดินทางระหว่าง 1 กันยายน – 31 ตุลาคม 2569
**ทำการจองและชำระค่าเช่ารถภายใน 30 กันยายน 2569**
2. รับเงินสนับสนุนจาก Hokkaido Airports 10,000 เยน / คัน
**รับเป็นเงินสดพร้อมถ่ายรูป ที่สำนักงานใหญ่ Easy&Save (ประเทศไทย)**
3. สำหรับการจองและรับโปรโมชั่นนี้ ไม่สามารถยกเลิกได้ หรือ หากลูกค้าต้องการยกเลิกทางบริษัทฯ จะไม่คืนเงิน
(สามารถเปลี่ยนแปลงรุ่นรถหรือเปลี่ยนแปลงวัน เวลา สถานที่รับ/คืนรถได้)
รายละเอียดเพิ่มเติม https://uat.easyandsave.com/article/69eb2e5fda6c9592bb54b2a7
จองรถได้ที่นี่ https://uat.easyandsave.com/rentCarInHokaido
เช่ารถพร้อมแล้ว ไปดูกันเลยว่าแต่ละสถานที่มีอะไรน่าสนใจบ้าง!
แพลน 1 Sounkyo และ Asahidake หุบเขาตระการตา ใบไม้เปลี่ยนสีก่อนใคร

แพลนที่ 1 พาไปโซนหุบเขา Sounkyo และ Asahidake ที่ใบไม้เปลี่ยนสีก่อนใครเลย แนะนำให้ไปช่วงกลางเดือน ก.ย. – ต้นเดือน ต.ค.
ขับรถจากซัปโปโรมุ่งขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติ ชมวิวยอดเขาอาซาฮิดาเกะสุดตระการตา แช่ออนเซ็นในหุบเขาโซอุนเคียว และชมน้ำตกทางช้างเผือกคู่ดาวตก พร้อมขับรถบนถนน Panorama Road ชมวิวพาโนรามาตลอดทาง
เราจัดแพลน 2 วัน 1 คืน มาให้แล้ว!

[ DAY 1 ] เดินเขา Asahidake ชมใบไม้เปลี่ยนสีก่อนใคร
09:00 น. ~ ออกเดินทางจากตัวเมืองซัปโปโร
10:30 – 11:00 น. แวะเช็คอินจุดถ่ายรูปอนิเมะโทโทโร่ Catbus
11:45 – 12:30 น. กินมื้อเที่ยง Asahikawa Ramen Village
13:30 – 16:00 น. Asahidake Ropeway ภูเขาอาซาฮิดาเกะ
17:55 น. ~ เช็คอินโรงแรม กินมื้อค่ำ แช่ออนเซ็น
20:00 น. ~ ชมงานประดับไฟ Sounkyo Autumn Illumination
09:00 น. ~ ออกเดินทางจากตัวเมืองซัปโปโร
เริ่มออกเดินทางจากตัวเมืองซัปโปโร เผื่อใครจะมาเที่ยวมาพักในตัวเมืองซัปโปโรก่อน แต่หากใครมาถึงสนามบินช่วงเช้า ก็สามารถมุ่งหน้าจากสนามบินไปยังจุดหมายแรกได้เลยเช่นกัน ลองไปปรับแพลนกันดู
การเดินทางมาซัปโปโร จ.ฮอกไกโด สามารถลงที่สนามบิน New Chitose Airport (CTS) สนามบินขนาดใหญ่ที่ทันสมัยและครบครันมาก
อย่าลืมจองเช่ารถมาล่วงหน้า ภายในสนามบินมีร้านเช่ารถหลายร้านอยู่ที่ชั้น 1 มาติดต่อที่เคาน์เตอร์ หลังจากนั้นพนักงานจะให้ขึ้นรถ Shuttle Bus เพื่อไปรับรถ
จากสนามบินเข้าตัวเมืองซัปโปโร ใช้เวลา 1 ชั่วโมง พักโรงแรมในตัวเมืองซัปโปโรให้หายเหนื่อยสักคืน ตื่นเช้ามาก็ออกเดินทางกันเลย
สำหรับใครที่แพลนจะเดินทางระหว่าง 1 กันยายน – 31 ตุลาคม 2569
อย่าลืมร่วมแคมเปญ Kawaii Colors in Hokkaido
เช่ารถกับ Easy&Save รับเงินสนับสนุนจาก Hokkaido Airports 10,000 เยน / คัน
รายละเอียดเพิ่มเติม https://uat.easyandsave.com/article/69eb2e5fda6c9592bb54b2a7
จองรถได้ที่นี่ https://uat.easyandsave.com/rentCarInHokaido
********************************************************
ขับรถประมาณ 90 นาที
09:00 – 10:30 น.
ไปเช็คอินจุดถ่ายรูปอนิเมะโทโทโร่ Catbus
********************************************************
10:30 – 11:00 น. แวะเช็คอินจุดถ่ายรูปอนิเมะโทโทโร่ Catbus

จากตัวเมืองซัปโปโรมุ่งหน้าไปยัง Sounkyo จะผ่านเส้นทางเนินเขา Totoro ซึ่งเป็นที่ตั้งของรถบัสสีเหลืองลายแมว เหมือนกับ Catbus ในอนิเมะดังของค่ายสตูดิโอจิบลิ My Neighbor Totoro
เป็นรถบัสที่กลุ่มพัฒนาชุมชนได้เพ้นท์สี แล้วนำมาตั้งเป็นจุดท่องเที่ยว ใครเป็นแฟนจิบลิ ต้องแวะไปถ่ายรูปเลย
รถบัสตั้งอยู่โดดเดี่ยวริมทาง ท่ามกลางทุ่งหญ้า มีฉากหลังเป็นภูเขา ได้ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกอนิเมะอย่างไรอย่างนั้นเลย

Catbus
มีที่จอดรถฟรี
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/1K36SCGU3KivfMgv5
********************************************************
ขับรถประมาณ 45 นาที
11:00 – 11:45 น.
ไป Asahikawa Ramen Village
********************************************************
11:45 – 12:30 น. กินมื้อเที่ยง Asahikawa Ramen Village

มากินมื้อเที่ยงกันที่เมืองอาซาฮิคาวะ เพราะที่นี่มีศูนย์รวมร้านราเมนระดับตำนานที่ไม่ควรพลาด
Asahikawa Ramen Village เป็นจุดที่รวมร้านราเมนระดับตำนานของเมืองอาซาฮิคาวะ มีรสชาติและสูตรเด็ดที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 7 ร้าน
- Aoba ร้านเก่าแก่ตั้งแต่ ค.ศ. 1947 น้ำซุปผสมผสานทั้งซุปกระดูกหมู ซุปไก่ สาหร่ายคอมบุ และซุปปลา รสชาติหอมกลมกล่อม ล้ำลึก มีไซส์เล็กด้วย เผื่ออยากลองหลายๆ ร้าน
- Ittetsuan รสชาติตามแบบฉบับอาหารญี่ปุ่น เทคนิคซุปปลาแบบดั้งเดิมผสมกับซุปกระดูกหมู
- Tenkin คงรสชาติดั้งเดิมเข้มข้น ซุปกระดูกหมูและโครงไก่
- Saijo ซุกไก่ดำ สัมผัสเบา ดีต่อสุขภาพ ลื่นคอ แต่รสเข้มข้น
- Baikoken รสชาติดั้งเดิม ซุปกระดูกหมูและโครงไก่ มีไซส์เล็กให้เลือก
- Isshin เน้นรสชาติที่ลงตัวสมัยใหม่ น้ำซุปเคี่ยวจากกระดูกหมู โครงไก่ และอาหารทะเล ผสมผสานกับเครื่องเทศและผัก
- Santouka ซุปกระดูกหมูรสชาติละมุนอ่อนโยน เน้นความอบอุ่นเหมือนบ้าน ทานง่าย ทานได้เรื่อยๆ


โดยเส้นราเมนเมืองอาซาฮิคาวะจะเป็นเส้นหยัก มีขนาดเล็กถึงกลาง มีความเหนียวนุ่มแตกต่างกันไปในแต่ละร้าน เหมาะกับน้ำซุปสูตรเฉพาะของตัวเอง เลือกลองกันได้ตามความชอบ หรือจะลองหลายๆ ร้านเลยก็ได้
Asahikawa Ramen Village
เปิด 11:00 – 20:00 น.
มีที่จอดรถฟรี
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/tEy2dK7mTcmAN3Pt9
********************************************************
ขับรถประมาณ 60 นาที
12:30 – 13:30 น.
ไป Asahidake Ropeway
********************************************************
13:30 – 16:00 น. ขึ้นกระเช้า Asahidake Ropeway, บ่อน้ำ Sugatami Pond

มาถึงหนึ่งในไฮไลต์ของทริปนี้เลย คือการขึ้นกระเช้าไปชมวิวสุดอลังการกันบน “ภูเขาอาซาฮิดาเกะ”
ขึ้นกระเช้ากันที่ Asahidake Ropeway ขึ้นไปด้านบนคือสถานี Sugatami บนภูเขาอาซาฮิดาเกะ ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในฮอกไกโด ด้วยความสูง 2,291 เมตร และเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับสนิท ปัจจุบันไม่ระเบิดมานานแล้ว ระเบิดครั้งล่าสุดเมื่อหลายร้อยปีก่อน แต่ยังคงมีควันพวยพุ่งจากปล่องตลอดเวลา

นั่งกระเช้าราว 10 นาที ขึ้นไปที่ความสูง 1,600 เมตร ระหว่างนั่งขึ้นมาเห็นวิวภูเขาสีเหลืองทองตระการตามาก ใบไม้จะเปลี่ยนสีสวยที่สุดช่วงกลางเดือน ก.ย. – ปลายเดือน ก.ย. ซึ่งเป็นจุดที่ใบไม้เปลี่ยนสีเร็วที่สุดในญี่ปุ่น
จากสถานี Sugatami จะมีเส้นทางเดินชมวิวบนเขา เดินไม่ยาก เป็นทางเดินวนรอบ ระยะทางไป-กลับประมาณ 1.7 กม. ใช้เวลา 1-2 ชม. เป็นเส้นทางสำหรับนักท่องเที่ยวถ่ายรูปชมวิวธรรมชาติ มีจุดชมวิวที่มองเห็นเทือกเขากว้างไกล และบ่อน้ำแฝด

และจุดที่ต้องไปเช็คอิน คือ บ่อน้ำที่ใหญ่ที่สุดบนนี้ Sugatami Pond บ่อน้ำนี้ขึ้นชื่อว่า น้ำนิ่งสนิทและใสจนสะท้อนราวกับคริสตัล ยิ่งในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี บ่อน้ำสะท้อนภาพภูเขาสีเหลืองส้มลงบนผิวน้ำ คมชัดเหมือนกระจก
ฉากหลังคือยอดภูเขาอาซาฮิดาเกะสูงตระหง่าน และปล่องภูเขาไฟที่มีควันกำมะถันพวยพุ่งออกมา เป็นภาพที่รวมองค์ประกอบธรรมชาติได้อย่างทรงพลัง


พรรณไม้รอบบ่อน้ำเปลี่ยนสีสวยงามทั้งเหลือง ส้ม แดง เหมือนภาพวาด สีสันจัดจ้านมาก
ชมวิวจนจุใจ เดินวนกลับมาที่สถานี Sugatami นั่งกระเช้าลง ซึ่งช่วงเดือน ก.ย. กระเช้ารอบสุดท้ายคือ 17:30 น. (เวลาแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา)
Asahidake Ropeway
ช่วงเวลาแนะนำ: ใบไม้เปลี่ยนสี กลางเดือน ก.ย. – ปลายเดือน ก.ย. (เวลาเปิดปิดและราคาแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา สำหรับช่วงเดือน ก.ย. ชมใบไม้เปลี่ยนสี เปิด 06:30 – 17:30 น.)
ค่ากระเช้าไป-กลับ: ผู้ใหญ่ (มัธยมปลายขึ้นไป) 3,500 เยน / เด็กประถม-มัธยมต้น 1,750 เยน
มีที่จอดรถฟรี
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/wvcthpDn6VGTb6nL8
********************************************************
ขับรถประมาณ 115 นาที
16:00 – 17:55 น.
ไปโรงแรม
********************************************************
17:55 น. ~ เช็คอินโรงแรม กินมื้อค่ำ แช่ออนเซ็น

เราไปพักโรงแรมกันที่หุบเขา Sounkyo ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องออนเซ็นมากๆ
ถ้าอยากพักฟีลที่พักลอยฟ้ากลางหุบเขา ต้องมาที่นี่ Sounkyo Choyotei โรงแรมที่ตั้งอยู่บนเนินเขา มองเห็นวิวหน้าผาหินและหุบเขา Sounkyo ได้สวยงามเต็มตา นอกจากนี้ยังมีออนเซ็นลอยฟ้าด้วย แช่น้ำพร้อมชมวิวสวยๆ

ออนเซ็นที่นี่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง เป็นออนเซ็นอยู่บนชั้น 7 มีทั้งบ่อในร่มที่ล้อมด้วยกระจกบานใหญ่ และบ่อกลางแจ้ง มองเห็นวิวหุบเขาสีเหลืองส้มแดงสวยงามได้ใกล้มากๆ เหมือนลอยอยู่กลางหุบเขาจริงๆ
ห้องพักมีทั้งสไตล์ญี่ปุ่นผสมตะวันตก สไตล์ญี่ปุ่นแบบโมเดิร์น และสไตล์ตะวันตกให้เลือก ซึ่งทุกแบบออกแบบได้สวย ให้ความรู้สึกผ่อนคลายมาก

มีบุฟเฟ่ต์ทั้งมื้อเย็นและมื้อเช้า วัตถุดิบสดใหม่ของฮอกไกโดแบบจัดเต็ม ซาชิมิ ปลาสดๆ มากมาย สเต็กเนื้อย่าง มีเทปปันยากิ (ย่างกระทะเหล็ก) และโรบาตะยากิ (ย่างเตาถ่าน) ไปจนถึงผลไม้ตามฤดูกาล และไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟฮอกไกโด
ได้พักผ่อนกลางหุบเขาสีสวยแบบเต็มอิ่มเลย
Sounkyo Choyotei
จองได้ที่ https://www.choyotei.com/en/room/
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/pjAMdA2JRwsmDD6M6
********************************************************
20:00 น. ~ ชมงานประดับไฟ Sounkyo Autumn Illumination

ในช่วงกลางเดือน ก.ย. – กลางเดือน ต.ค. จะมีการจัดงานประดับไฟใบไม้เปลี่ยนสีด้วย ซึ่งจากโรงแรม Sounkyo Choyotei สามารถเดินไปได้ใกล้ๆ ที่ Sounkyo onsen “Momijidani Valley”


งานจัดตั้งแต่ 18:00 – 21:00 น. เนรมิตใบไม้เปลี่ยนสียามค่ำคืนให้ส่องสว่างสวยงาม ประดับไฟไลต์อัปหลากสีสัน ผสานกับ Digital Art ที่เคลื่อนไหวโต้ตอบ ทำให้เพลิดเพลินสนุกสนานไปกับแสงสี
Sounkyo Autumn Illumination
จัดช่วงกลางเดือน ก.ย. – กลางเดือน ต.ค.
เวลา 18:00 – 21:00 น.
ค่าสนับสนุนงาน 1,000 เยน และรับของที่ระลึก (เพื่ออนุรักษ์บำรุงรักษาธรรมชาติในหุบเขา)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/eB8i1h2vqeruLKTn8
********************************************************
[ DAY 2 ] ชมน้ำตกและวิวพาโนรามา
08:30 น. ~ ออกจากโรงแรม
08:40 – 09:00 น. น้ำตก Ginga และ Ryusei ทางช้างเผือกและดาวตก
10:45 – 11:15 น. จุดชมวิว Sanai no Oka
11:25 – 12:15 น. ทุ่งดอกไม้ Shikisai-no-oka
13:00-13:50 มื้อเที่ยง Furano Cheese Factory
14:00 – 14:40 น. Ningle Terrace
15:20 – 15:40 น. ชมวิวน้ำตก Sandandaki Park
17:10 น. ~ ถึงซัปโปโร
08:30 น. ~ ออกจากโรงแรม
วันที่ 2 ทานบุฟเฟ่อาหารเช้าที่โรงแรม เช็คเอาท์แล้วออกเดินทางกัน ซึ่งวันนี้เราจะไปชมน้ำตกในหุบเขา แล้วขับรถชมวิวพาโนรามา ก่อนเดินทางกลับตัวเมืองซัปโปโร
********************************************************
ขับรถประมาณ 10 นาที
08:30 – 08:40 น.
ไปน้ำตก
********************************************************
08:40 – 09:00 น. น้ำตก Ginga และ Ryusei ทางช้างเผือกและดาวตก

น้ำตก Ginga และ Ryusei เป็นแลนด์มาร์คสำคัญในหุบเขาโซอุนเคียว ซึ่งน้ำตก 2 แห่ง อยู่ติดคู่กัน จอดรถที่จุดจอด แล้วถึงเลย ชมได้ทั้ง 2 แห่งพร้อมกัน
น้ำตก Ginga มีสายน้ำที่ไหลโค้งลงมาอย่างอ่อนช้อย แตกเป็นเส้นเล็กๆ ดูสวยงามเหมือนทางช้างเผือก จึงได้ชื่อว่า Ginga (銀河) ที่แปลว่าทางช้างเผือก
ส่วนน้ำตก Ryusei สายน้ำจะพุ่งตรงลงมาจากหน้าผาหินอย่างรุนแรงและมีพลังเหมือนดาวตก ซึ่งชื่อ Ryusei (流星) ก็แปลว่า ดาวตก นั่นเอง

น้ำตกทั้ง 2 แห่ง ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 100 น้ำตกที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นด้วย การที่มีน้ำตกที่นุ่มนวล และน้ำตกที่ทรงพลัง มาตั้งอยู่เคียงข้างกันแบบนี้หาได้ยากมาก
ยิ่งในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี หน้าผากลายเป็นสีเหลืองทอง แล้วมีสายน้ำสีขาวเงินไหลเป็นสาย ดูโดดเด่นสวยงามมาก ใบไม้จะเปลี่ยนสีสวยในช่วงปลายเดือน ก.ย. – กลางเดือน ต.ค.

น้ำตก Ginga และ Ryusei
ช่วงเวลาแนะนำ: ใบไม้เปลี่ยนสี ปลายเดือน ก.ย. – กลางเดือน ต.ค.
เข้าฟรี
มีที่จอดรถฟรี
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/x37QHMpcuMFvNKC16
********************************************************
ขับรถประมาณ 105 นาที
09:00 – 10:45 น.
ไปจุดชมวิว Sanai no Oka
********************************************************
10:45 – 11:15 น. จุดชมวิว Sanai no Oka

ออกจากหุบเขาโซอุนเคียว ไปแวะเที่ยวกันต่อที่เมืองบิเอ ซึ่งเป็นเมืองที่สามารถชมวิวทุ่งโล่งกว้างสวยงามได้แบบ 360 องศา ได้รับฉายาว่าเป็น “เมืองแห่งเนินเขา” ด้วยภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาโค้งมนสลับซับซ้อน ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา

เราไปกันที่จุดชมวิวเนิน Sanai no Oka เป็นหนึ่งในจุดที่เห็นวิวสวยที่สุด อยู่บนถนนสายที่ขึ้นชื่อว่า Panorama Road เพราะถนนสายนี้สามารถมองเห็นวิวพาโนรามาได้สวยงาม
เป็นจุดที่ชมวิวได้ตลอดทั้งปี ถ้าช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะได้เห็นวิวเนินทุ่งหญ้าสีทอง ตัดกับต้นไม้สีส้มแดง กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา มีเทือกเขาเป็นฉากหลัง ซึ่งหากหิมะแรกตก ก็จะได้เห็นยอดเขาเป็นสีขาวตัดกับใบไม้เปลี่ยนสีด้วย

จุดชมวิว Sanai no Oka
ช่วงเวลาแนะนำ: ใบไม้เปลี่ยนสี ปลายเดือน ก.ย. – กลางเดือน ต.ค.
เข้าฟรี
มีที่จอดรถฟรี
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/zfU9Eb3JF4DHitBk6
********************************************************
ขับรถประมาณ 10 นาที
11:15 – 11:25 น.
ไปทุ่งดอกไม้ Shikisai-no-oka
********************************************************
11:25 – 12:15 น. ทุ่งดอกไม้ Shikisai-no-oka

ขับไปบนถนน Panorama Road ที่ลัดเลาะไปตามเนินเขาที่กว้างขวาง จะเจอจุดชมวิวอีกแห่งที่สวยมาก
ที่นี่คือเนิน Shikisai-no-oka เป็นทุ่งดอกไม้หลากสีที่เปลี่ยนสีสันไปในแต่ละฤดู ในฤดูร้อนจะมีสีสันสดใสหลากสีที่สุด แต่ในฤดูใบไมเปลี่ยนสีก็วิวสวยไม่แพ้กัน ด้วยทำเลที่อยู่บนเนินกว้างใหญ่ ทำให้ภาพทิวทัศน์ดูน่าทึ่งมาก

สำหรับปลายเดือน ก.ย. ดอกไม้หลากสียังบานสะพรั่ง เช่น ซัลเวีย แมรี่โกลด์ พิทูเนีย คอสมอส ทานตะวัน ฯลฯ ตัดกับทุ่งกว้างที่เริ่มเป็นสีเหลืองส้ม
เมื่อเข้าสู่เดือน ต.ค. โทนสีของทุ่งดอกไม้กลายเป็นโทนน้ำตาลอบอุ่น โดยมีพุ่มโคเคีย ดอกมัสตาร์ดเหลือง ฯลฯ ล้อมด้วยต้นไม้สีเหลืองทอง เหมือนภาพวาดแห่งฤดูใบไม้ร่วง สวยไปอีกแบบ

ทุ่งดอกไม้ Shikisai-no-oka
ช่วงเวลาแนะนำ: ใบไม้เปลี่ยนสี กลางเดือน ก.ย. – กลางเดือน ต.ค. (เปิด 09:10 – 17:00 น. เวลาเปิดปิดแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา)
ค่าเข้า ผู้ใหญ่ 800 เยน / เด็กประถม-มัธยมต้น 500 เยน (คิดค่าเข้าเฉพาะเดือน ก.ค.- ก.ย.)
ค่าจอดรถ 500 เยน (คิดค่าจอดรถเฉพาะเดือน มิ.ย.-ก.ย.)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/9tax4zituaELKWi4A
********************************************************
แนะนำให้ขับผ่าน Rollercoaster Road อยู่ใกล้ๆ กัน เป็นถนนเส้นตรงยาว 2.5 กิโลเมตร ที่เป็นเนินคลื่นขึ้นลงเหมือนเครื่องเล่นโรลเลอร์โคสเตอร์ เป็นทิวทัศน์แปลกตา ยิ่งฤดูใบไม้เปลี่ยนสี วิวสวยมาก

Rollercoaster Road
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/sJEwhhDHFZuTKuLd8
********************************************************
ขับรถประมาณ 45 นาที
12:15 – 13:00 น.
ไป Furano Cheese Factory
********************************************************
13:00-13:50 มื้อเที่ยง Furano Cheese Factory

ขับรถไปทางใต้ ไปต่อกันที่เมืองฟุราโนะ ทานมื้อเที่ยงกันที่ Furano Cheese Factory โรงงานผลิตชีสและผลิตภัณฑ์จากนมวัวสดๆ ของเมืองฟุราโนะ โดยเปิดให้เที่ยวชมโรงงาน รวมถึงมีร้านอาหารและร้านไอศกรีมที่ใช้วัตดุดิบสดใหม่จากนมวัวอีกด้วย

มื้อนี้เราทานพิซซ่ากัน ที่นี่มีร้านพิซซ่าอบเตาถ่านสไตล์อิตาเลียนที่ใช้ชีสสดจากโรงงานและวัตถุดิบท้องถิ่นของฟุราโนะ ได้เห็นกระบวนการทำพิซซ่าเตาถ่าน กลิ่นหอมอบอวลไปทั้งร้าน
พิซซ่าแป้งบางเหนียวนุ่ม หอมเตาถ่าน โปะชีสมาจัดเต็ม รสเข้มข้น อร่อยมาก กินร้อนๆ ยืดๆ ละมุนลงตัวมาก

ที่นี่มีสินค้าจากชีสและนมวัวมากมาย ทานมื้อเที่ยงอิ่มแล้ว แวะช้อปปิ้งซื้อติดไม้ติดมือสักหน่อย มีขนมจากชีส นม เนย เยอะมาก แล้วก็มีชีสแบบต่างๆ ให้เลือก มีให้ชิมด้วยนะ ใครเป็นชีสเลิฟเวอร์ ถูกใจแน่นอน

Furano Cheese Factory
เปิด 09:00 – 17:00 น.
เปิดทุกวัน
มีที่จอดรถฟรี
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/oSHiuSdzp99CrncH6
********************************************************
ขับรถประมาณ 10 นาที
13:50 – 14:00 น.
ไป Ningle Terrace
********************************************************
14:00 – 14:40 น. Ningle Terrace

เดินเล่นชิลๆ กันที่ Ningle Terrace หมู่บ้านกระท่อมไม้ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าหลังโรงแรม New Furano Prince Hotel บรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปในโลกนิทาน
มีกระท่อมไม้หลังเล็กๆ ราว 15 หลังตั้งเรียงราย ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ป่าสนและป่าเบิร์ชที่ล้อมรอบกระท่อม จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม และน้ำตาล มีใบไม้แห้งที่ร่วงหล่น ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นและเงียบสงบ

ที่นี่เป็นแหล่งรวมร้านงานคราฟต์ทำมือ งานน่ารัก มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น งานศิลปะ เทียนหอม ไม้แกะสลัก ฯลฯ
นอกจากนี้ ยังมีคาเฟ่อีกด้วย จิบเครื่องดื่มร้อนๆ เข้ากับบรรยากาศมาก
Ningle Terrace
เปิด 11:00 – 19:45 น.
เปิดทุกวัน
มีที่จอดรถฟรี
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/d6ZMbEXbzMQ8qeWg6
********************************************************
ขับรถประมาณ 40 นาที
14:40 – 15:20 น.
ไป Sandandaki Park
********************************************************
15:20 – 15:40 น. ชมวิวน้ำตก Sandandaki Park

แวะพักสูดอากาศสดชื่น และจบทริปกันที่ Sandandaki Park ชมวิวน้ำตกท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี ก่อนขับรถยาวกลับซัปโปโร
สวนสาธารณะ Sandandaki มีน้ำตกสามชั้นเป็นเอกลักษณ์สวยงาม สายน้ำไหลลดหลั่นลงมาตามชั้นหินขนาดใหญ่ 3 ชั้น ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของแม่น้ำ ยิ่งช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่จะสวยงามเป็นพิเศษ ล้อมไปด้วยต้นเมเปิลและต้นไม้สีส้มแดงสด ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ต.ค.

จากลานจอดรถเดินไปยังจุดชมวิวใช้เวลาเพียง 2-3 นาที เท่านั้น เป็นทางเดินที่เดินง่าย มีต้นไม้เปลี่ยนสีตลอดทาง เหมาะเป็นจุดแวะพัก สูดอากาศบริสุทธิ์และชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีทิ้งท้ายทริป
Sandandaki Park
ช่วงเวลาแนะนำ: ใบไม้เปลี่ยนสี ต้นเดือน ต.ค. – ปลายเดือน ต.ค. (สวนเปิด 27 เม.ย. – 31 ต.ค.)
เข้าฟรี
มีที่จอดรถฟรี
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/LGsR3rMXefPB4Xnu6
********************************************************
ขับรถประมาณ 90 นาที
15:40 – 17:10 น.
กลับซัปโปโร
********************************************************
17:10 น. ~ ถึงซัปโปโร
จบทริป 2 วัน 1 คืน สำหรับแพลนเที่ยวโซนหุบเขา Sounkyo และ Asahidake ซึ่งเหมาะกับช่วงกลางเดือน ก.ย. – ต้นเดือน ต.ค. ได้เก็บวิวใบไม้เปลี่ยนสีสวยครบทั้งยอดเขา หุบเขา น้ำตก และวิวพาโนรามาเนินเขากว้าง
กลับมาที่ซัปโปโร สามารถวางแพลนเที่ยวในตัวเมืองกันต่อได้ หรือใครอยากเก็บใบไม้เปลี่ยนสีอีกโซน อาจพักในซัปโปโรสักคืน แล้วไปต่อแพลน 2 กันเลย
แพลน 2 Jozankei พักผ่อนเมืองน้ำพุร้อน ใกล้ซัปโปโร

แพลนที่ 2 เที่ยวหุบเขา Jozankei แนะนำให้ไปช่วงต้นเดือน ต.ค. – กลางเดือน ต.ค.
แพลนนี้เหมาะกับคนอยากเที่ยวชิลๆ เน้นพักผ่อน ขับรถไม่ไกล เป็นเมืองน้ำพุร้อนที่อยู่ใกล้ซัปโปโร มีวิวหุบเขาใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยมาก ไปขึ้นกระเช้า แช่ออนเซ็น พายเรือแคนู พร้อมจุดแวะเก็บแอปเปิล และแวะคาเฟ่น่ารักๆ
ไปดูแพลน 2 วัน 1 คืน กันเลย!

[ DAY 1 ] ขึ้นกระเช้า ชมวิวหุบเขา แช่ออนเซ็น
10:00 น. ~ ออกเดินทางจากตัวเมืองซัปโปโร
11:00 – 12:30 น. ขึ้นกระเช้า ชมวิวใบไม้เปลี่ยนสี Sapporo Kokusai Ski Resort
13:00 – 14:00 น. กินมื้อเที่ยง Shokudo Ichi
14:05 – 15:05 น. ออนเซ็นแช่เท้า ชมวิวใบไม้เปลี่ยนสี
15:10 – 16:10 น. คาเฟ่เครปผลไม้และเบเกอรี่
16:15 น. ~ เช็คอินโรงแรม กินมื้อค่ำ แช่ออนเซ็น
10:00 น. ~ ออกเดินทางจากตัวเมืองซัปโปโร
แพลนนี้เดินทางไป Jozankei อยู่ไม่ไกลจากซัปโปโร สามารถพักที่ซัปโปโรก่อนได้ หรือถ้าใครมาจากสนามบิน Shin Chitose Airport (CTS) ก็เช่ารถ แล้วขับไปได้เลยเช่นกัน
อย่าลืมจองเช่ารถไว้ล่วงหน้า มาติดต่อได้ที่สนามบิน สะดวกมาก เคาน์เตอร์ร้านเช่ารถต่างๆ อยู่ที่ชั้น 1
ขับรถจากสนามบินไปจุดหมายแรก ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง 30 นาที ถ้าขับรถจากตัวเมืองซัปโปโรใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง
หากใครเดินทางระหว่าง 1 กันยายน – 31 ตุลาคม 2569
อย่าลืมร่วมแคมเปญ Kawaii Colors in Hokkaido
เช่ารถกับ Easy&Save รับเงินสนับสนุนจาก Hokkaido Airports 10,000 เยน / คัน
รายละเอียดเพิ่มเติม https://uat.easyandsave.com/article/69eb2e5fda6c9592bb54b2a7
จองรถได้ที่นี่ https://uat.easyandsave.com/rentCarInHokaido
********************************************************
ขับรถประมาณ 60 นาที
10:00 – 11:00 น.
ไป Sapporo Kokusai Ski Resort
********************************************************
11:00 – 12:30 น. ขึ้นกระเช้า ชมวิวใบไม้เปลี่ยนสี Sapporo Kokusai Ski Resort

ขับจากใจกลางเมืองซัปโปโร ราว 1 ชั่วโมง ก็มาถึง Jozankei ซึ่งที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นหมู่บ้านออนเซ็นที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและป่าไม้ธรรมชาติ โดยใบไม้เปลี่ยนสีที่ Jozankei จะสวยที่สุดช่วงต้นเดือน ต.ค. – กลางเดือน ต.ค.
จุดหมายแรกของเรา คือ Sapporo Kokusai Ski Resort มาถึงที่นี่เราก็นั่งกระเช้ากันขึ้นไปบนภูเขา ในฤดูหนาวที่นี่เป็นสกีรีสอร์ตหิมะนุ่มฟู แต่ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ก่อนหิมะจะปกคลุม ภูเขานั้นถูกแต่งแต้มไปด้วยสีเหลืองส้มแดงสวยงามมาก

กระเช้าชมวิวใบไม้เปลี่ยนสี Autumn Foliage Gondola จะเปิดให้ขึ้นแค่ช่วง Kokusai Autumn Festival ซึ่งมักจัดในช่วงต้นเดือน ต.ค. – กลางเดือน ต.ค. เท่านั้น
นั่งกระเช้าประมาณ 15 นาที เต็มอิ่มกับวิวตระการตา เห็นทิวเขาสลับสีสวยทอดยาวกว้างไกลอยู่เบื้องล่าง

ขึ้นมาถึงด้านบน ยิ่งทึ่งกับวิวรอบด้าน อากาศสดชื่น มีพื้นที่กว้างให้เดินเล่น ชมวิวถ่ายรูป ซึ่งมองเห็นต้นไม้เขียวเหลืองส้ม ไล่ลงไปจนถึงทะเลเลย วิวดีมาก
และยังมีคาเฟ่ SKS INTERNATIONAL Cafe ให้นั่งพักผ่อนชิลๆ มีทั้งเครื่องดื่ม ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ ขนมหวาน ไปจนถึงอาหารเบาๆ อย่างแซนด์วิช สั่งเครื่องดื่มร้อนๆ ฟินๆ ท่ามกลางอากาศหนาวๆ ที่ห้อมล้อมด้วยความเหลืองทองอร่ามของใบไม้เปลี่ยนสี ฟินจนไม่อยากนั่งกระเช้าลงเลย

Sapporo Kokusai Ski Resort
กระเช้าเปิดช่วง ก.ย. – ต.ค.
ติดตามรายละเอียดได้ที่ https://www.sapporo-kokusai.jp/autumn/en/
กระเช้าเปิดเวลา 09:30 – 15:30 น. (ขึ้นรอบสุดท้าย 15:00 น.)
ค่าขึ้นกระเช้าไป-กลับ ผู้ใหญ่ 1,500 เยน / เด็กประถม 800 เยน
มีที่จอดรถฟรี
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/D6uTAV5cqA55kB6KA
********************************************************
ขับรถประมาณ 30 นาที
12:30 – 13:00 น.
ไปร้านอาหาร Shokudo Ichi
********************************************************
13:00 – 14:00 น. กินมื้อเที่ยง Shokudo Ichi

สำหรับมื้อเที่ยงขอแนะนำร้าน Shokudo Ichi ที่เสิร์ฟอาหารเซ็ตจัดเต็มหรูหรา คุ้มเกินราคามาก
บรรยากาศร้านสวยหรู แต่ให้ความอบอุ่นผ่อนคลาย อาหารที่นำมาเสิร์ฟเป็นอาหารญี่ปุ่นที่ตกแต่งมาอย่างสวยงามทันสมัย ฟิวชั่นสไตล์ตะวันตก

เมนูขึ้นชื่อ คือ เช็ตปลาแซลมอนย่างไฟอ่อน Yuru-yaki Sake Teishoku (2,310 เยน) ปลาแซลมอนสดใหม่มาก ย่างมา 2 แบบในจานเดียว ยังคงความนุ่มฉ่ำไว้แบบสุดๆ ราดด้วยครีมซอสที่เคี่ยวจากน้ำสต๊อกปลาและสาเกญี่ปุ่น เสิร์ฟมากับผักต่างๆ ทุกอย่างลงตัวเข้ากันแบบพอดิบพอดี
มีอีกหลายเซ็ต น่ากินไปหมด ทั้งแฮมเบิร์ก เนื้อย่าง หมูผัดขิง ซีฟู้ดย่าง และอื่นๆ เป็นเมนูที่พบในร้านสไตล์โรงอาหาร แต่นำมายกระดับให้พรีเมียม สร้างสรรค์อย่างพิถิพิถัน
ในเซ็ตจะมาพร้อมกับข้าว ซุป ไข่ตุ๋น เครื่องเคียง และผักดอง อร่อยทุกอย่าง เป็นมื้อที่มีความสุขมาก
Shokudo Ichi
เปิด 11:00 – 15:00 น.
หยุดทุกวันอังคาร
มีที่จอดรถฟรี
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/Yumaa8rpYqksjn628
********************************************************
ขับรถประมาณ 5 นาที
14:00 – 14:05 น.
ไปออนเซ็นแช่เท้า Futami Foot Bath
********************************************************
14:05 – 15:05 น. ออนเซ็นแช่เท้า ชมวิวใบไม้เปลี่ยนสี

หลังจากขับรถและเดินถ่ายรูปกันมาเมื่อช่วงเช้า ก็ต้องมาผ่อนคลายซะหน่อย เราเจอสถานที่ลับๆ ที่เป็นเหมือนสปาธรรมชาติบำบัดแบบฟรีๆ เลย มีทั้งออนเซ็นแช่เท้าและเส้นทางเดินริมแม่น้ำกลางหุบเขา
อย่างที่บอกว่า Jozankei ขึ้นชื่อว่าเป็นหมู่บ้านออนเซ็นท่ามกลางธรรมชาติ ซึ่งมีจุดให้แช่เท้าฟรีด้วย ไม่คิดค่าบริการ
Futami Foot Bath เป็นออนเซ็นแช่เท้าโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับเป็นจุดแวะพักระหว่างทาง แช่แล้วรู้สึกขาเบาสบาย หายล้าเป็นปลิดทิ้ง สามารถชมวิวธรรมชาติสวยๆ ได้ระหว่างแช่เท้า มาช่วงเดือนตุลาคม สีสันของใบไม้เปลี่ยนสีเต็มตา สวยมาก
แนะนำให้พกผ้าขนหนูมาด้วย หรือสามารถซื้อได้ที่ตู้จำหน่ายอัตโนมัติ ผืนละ 300 เยน

อย่าลืมเดินไปชมวิวที่ Jozankei Futami Park ด้วยนะ อยู่ข้างๆ กัน มีสะพานสีแดงเป็นจุดที่ต้องไปถ่ายรูปเช็คอิน วิวแม่น้ำไหลผ่านหุบเขา สะพานสีแดงพาดผ่านตัดกับใบไม้สีเหลืองส้ม เป็นจุดถ่ายรูปวิวหลักล้านที่เดินทางมาง่ายมาก หรือนั่งพักฟังเสียงแม่น้ำก็ผ่อนคลายหายเหนื่อยเลย

Futami Foot Bath
เปิด 09:00 – 21:00 น.
เปิดทุกวัน
เข้าฟรี
มีที่จอดรถฟรี
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/u6WG67w2yMG6u7fw8
********************************************************
ขับรถประมาณ 5 นาที
15:05 – 15:10 น.
ไปคาเฟ่ Vergine Baccano และ Giorgio Kappana
********************************************************
15:10 – 16:10 น. คาเฟ่เครปผลไม้และเบเกอรี่

ช่วงบ่ายแวะไปคาเฟ่กัน ซึ่งใน Jozankei มีคาเฟ่บรรยากาศดีๆ อยู่หลายร้าน เราตัดสินใจแวะที่คาเฟ่ Vergine Baccano และ Giorgio Kappana เป็นร้านที่อยู่ติดกัน บรรยากาศน่ารัก เห็นวิวใบไม้เปลี่ยนสี
เดินเข้าร้าน Vergine Baccano กลิ่นหอมอบอวลมาก มีขนมปังหลากหลายละลานตา ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟก็มี ขนมปังอบด้วยเตาหินที่ทำขึ้นเอง ใช้ฟืนอบ คลาสสิกมาก ทำสดใหม่ทุกวัน ครัวซองค์ดูขายดีสุด กรอบนอกนุ่มใน ฉ่ำ หอมเนย

บรรยากาศร้านเหมือนได้พักในกระท่อม ซึ่งกระท่อมอีกหลังข้างๆ กันก็คือ Giorgio Kappana ร้านเครปแบบโฮมเมด ทำครีมสดสูตรของตัวเอง หอมเข้มข้น ตัวแป้งก็ทำเอง ด้านบนกรุบกรอบ ด้านล่างเหนียวนุ่ม
มีหลากหลายไส้และมีผลไม้ตามฤดูกาล เช่น สตรอว์เบอร์รี่ องุ่นไชน์มัสคัต พีช แอปเปิล รวมถึงไส้แบบอาหารคาวอย่างไก่เทริยากิมายองเนส แฮมชีส ฯลฯ
ถ้ามาฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ก็แนะนำองุ่นไชน์มัสคัตเลย ผลไม้สดหวานกรอบ ครีมนุ่มละมุน แป้งหนึบ รสชาติของความโฮมเมดที่ดีงามมาก
Vergine Baccano, Giorgio Kappana
เปิด 10:00 – 16:00 น.
หยุดทุกวันจันทร์ และวันอังคาร
มีที่จอดรถฟรี
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/TpNG1K2uH1NhvktF6
********************************************************
ขับรถประมาณ 5 นาที
16:10 – 16:15 น.
ไปโรงแรม
********************************************************
16:15 น. ~ เช็คอินโรงแรม กินมื้อค่ำ แช่ออนเซ็น
สำหรับวันแรก จบแพลนเพียงเท่านี้ ถึงเวลาเข้าโรงแรมพักผ่อนให้เต็มที่ กินอาหารเย็นที่โรงแรม และแน่นอนว่ามา Jozankei แล้วต้องไม่พลาดแช่ออนเซ็น
แหล่งที่พักออนเซ็นจะอยู่ใกล้ๆ บริเวณ Futami Foot Bath ที่เรามาก่อนหน้านี้ ขอเลือกโรงแรมสวยๆ มา 2 แห่ง ที่คัดมาแล้วว่าเหมาะกับการพักผ่อนชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สุด
- Grand Blissen Hotel Jozankei

โรงแรมแรก Grand Blissen Hotel Jozankei โรงแรมระดับพรีเมียม เป็นส่วนตัว มีออนเซ็นส่วนตัวในห้อง (ยกเว้นห้อง Standard twin) ห้องสวยมาก หน้าต่างบานใหญ่ ชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีได้จากห้องพัก ทุกห้องเห็นวิวหุบเขา

สำหรับออนเซ็นส่วนกลางก็บรรยากาศดีมาก มีบ่อในร่ม และบ่อกลางแจ้ง ซึ่งเห็นวิวหุบเขาทั้ง 2 บ่อ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี วิวอลังการ แช่น้ำพุร้อนฟินมาก

แนะนำเลือกแพ็กเกจพร้อมอาหาร 2 มื้อ ตอนเช้าเป็นเซ็ตอาหารสไตล์ญี่ปุ่นหรูหรา พร้อมบุฟเฟ่ต์ผัก ผลไม้ และของหวาน
ส่วนตอนเย็นเสิร์ฟเป็นคอร์ส 7 เมนู ไล่จากอาหารญี่ปุ่น อาหารจีน อาหารตะวันตก และของหวาน เมนูหลักคือ ริบอายโรสต์บีฟ ที่ใช้เนื้อวัว Tokachi Herb Beef รสเข้มข้น เนื้อนุ่มละลาย

- Hana Momiji

โรงแรมอีกแห่งที่อยากแนะนำ คือ Hana Momiji โรงแรมนี้ให้บรรยากาศสงบ สไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม มีห้องแบบมีออนเซ็นส่วนตัว
ออนเซ็นส่วนกลางมีถึง 4 สไตล์ ได้แก่ บ่อชมวิวหุบเขา บ่อสวนญี่ปุ่น บ่อแบบห้องส่วนตัว และห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ที่มีครบทั้งออนเซ็นและซาวน่า



อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์สไตล์ญี่ปุ่นและตะวันตก 50 รายการ อิ่มอร่อยกับซาชิมิและวัตถุดิบท้องถิ่น
อาหารค่ำมีให้เลือกหลายคอร์ส เสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นสุดพิถีพิถัน วัตถุดิบฮอกไกโดที่คัดสรรอย่างดี พร้อมสาเกจากทั่วฮอกไกโด
รับรองว่าได้แช่ออนเซ็น ชมวิวใบไม้เปลี่ยนสี ฟินกับอาหารอร่อย และพักผ่อนได้อย่างเต็มที่แน่นอน จบวันแรกกันแบบเต็มอิ่ม

Grand Blissen Hotel Jozankei
จองได้ที่ https://www.grandblissen.jp/?tripla_booking_widget_open=search&type=plan&order=recommended&locale=en
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/hYpH9ua1d5ugQcke7
Hana Momiji Sapporo
จองได้ที่ https://reserve.489ban.net/client/hanamomiji/4/plan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/tQ5EbswAGAEuK6qj8
********************************************************
[ DAY 2 ] พายเรือแคนู ล่องหุบเขา
09:25 น. ~ ออกเดินทางจากโรงแรม
09:30 – 11:00 น. พายเรือแคนู ชมวิวใบไม้เปลี่ยนสี AMUSE SPORTS
11:20 – 12:40 น. กินมื้อเที่ยง MORI no UTA
12:50 – 14:00 น. เก็บแอปเปิลสดๆ
15:00 – 16:00 น. กินพาร์เฟ่ต์นกน้อยชิมาเอนากะ
16:30 น. ~ เข้าที่พักในซัปโปโร
09:25 น. ~ ออกเดินทางจากโรงแรม
วันที่ 2 ตื่นมากินอาหารเช้าที่โรงแรม แล้วออกเดินทางกัน กิจกรรมหลักในวันนี้คือพายเรือแคนู และไปสวนผลไม้ หลังจากนั้นจะเดินทางกลับตัวเมืองซัปโปโรกัน ซึ่งจุดหมายแรกอยู่ใกล้ๆ โรงแรม ขับรถประมาณ 5 นาที
********************************************************
ขับรถประมาณ 5 นาที
09:25 – 09:30 น.
ไป AMUSE SPORTS
********************************************************
09:30 – 11:15 น. พายเรือแคนู ชมวิวใบไม้เปลี่ยนสี AMUSE SPORTS

จะบอกว่าพายเรือแคนูชมใบไม้เปลี่ยนสีเป็นประสบการณ์ที่สนุกและประทับใจสุดๆ เรามากันที่ AMUSE SPORTS ใกล้โซนที่พักมาก
กิจกรรมมี 3 รอบต่อวัน คือ 10:00 / 12:30 / 15:00 จัดเฉพาะช่วง พ.ค.-พ.ย. เท่านั้น แนะนำให้มาฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ต้นเดือน ต.ค. – กลางเดือน ต.ค. ทิวทัศน์สีสดมาก เหลืองทองสลับส้มแสด ส่องประกายสวยปกคลุมทั้งหุบเขา
เราเลือกรอบ 10:00 ให้มาก่อนเวลาอย่างน้อย 20 นาที เพราะจะมีการรวมตัวและพาไปยังจุดเริ่มต้นเส้นทางพายเรือ

เจ้าหน้าที่สอนวิธีพาย ให้คำแนะนำต่างๆ และให้ฝึกท่าพายก่อน ใครไม่เคยพายมาก่อนก็ไม่ต้องกังวลเลย เมื่อพร้อมแล้ว ก็ลงเรือแคนู ล่องไปตามแม่น้ำ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
แม่น้ำลึกประมาณ 1 เมตร กระแสน้ำไหลเรื่อยๆ ไม่เชี่ยว ทำให้เพลิดเพลินกับวิวได้เต็มที่ เส้นทางพาเราลัดเลาะผ่านหุบเขาเข้าไปท่ามกลางธรรมชาติ ฟังเสียงนกร้องไป ฟังเสียงสายน้ำไป ชมใบไม้หลากสีสันไป สนุกและรู้สึกผ่อนคลายอิ่มเอมมาก
AMUSE SPORTS
ช่วงเวลาแนะนำ: ใบไม้เปลี่ยนสี ต้นเดือน ต.ค. – กลางเดือน ต.ค.
พายเรือแคนูเปิดช่วง พ.ค.-พ.ย.
มีรอบ 10:00 / 12:30 / 15:00
ค่ากิจกรรม ผู้ใหญ่ 4,500 เยน / เด็กอายุ 6-12 ปี 3,500 เยน / เด็กอายุ 3-5 ปี 2,000 เยน
ต้องจองล่วงหน้า จองได้ที่ https://amuse-sports.com/en/activity/jozankeicanoe/#activity-reserve
มีที่จอดรถฟรี
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/WscGn5GhTHXnaLZ28
********************************************************
ขับรถประมาณ 5 นาที
11:15 – 11:20 น.
ไป MORI no UTA
********************************************************
11:20 – 12:40 น. กินมื้อเที่ยง MORI no UTA

สำหรับมื้อเที่ยง แนะนำลองมาที่โรงแรม MORI no UTA ที่นี่มีบุฟเฟ่ต์มื้อเที่ยง ไลน์อาหารจัดเต็ม ถูกใจคนหิวที่เพิ่งไปออกแรงพายเรือแคนูมา
ห้องอาหารธีม “ร้านอาหารในนิทานแห่งพงไพรที่มีทุกอย่างที่คุณอยากทาน” โอ้โห เว่อร์วังมาก แต่พอเดินเข้าไปแล้ว เหมือนอยู่ในโลกนิทานจริงๆ อาหารเรียงรายเยอะมาก สีสันสดใส หน้าตาสวยงามน่าทาน
มีอาหารกว่า 60 เมนู ทั้งสไตล์ญี่ปุ่น จีน และตะวันตก ไปจนถึงขนมหวานนานาชนิด

มีทุกอย่างที่อยากกิน และรสชาติดีมาก ตั้งแต่ซูชิ ซาชิมิ พิซซ่าเตาถ่าน ติ่มซำ เบเกอรี่ สลัด และหลากเมนูจากวัตถุดิบฮอกไกโด เดินเลือกสนุก ที่ชอบเลยคือ ซีฟู้ดหลากหลาย ปลาดิบสดใหม่ กินพวกซาชิมิจนหนำใจ อาหารตะวันตกก็วัตถุดิบดีมาก และถ้าใครสายของหวาน จะฟินมาก ของหวานเยอะและอร่อย
MORI no UTA
บุฟเฟ่ต์มื้อเที่ยง
หยุดทุกวันอังคาร และวันพุธ
วันจันทร์/พฤหัสบดี/ศุกร์ เปิด 11:15 – 13:00 น.
วันเสาร์/อาทิตย์/วันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิด 2 รอบ 11:15 – 12:35 น. และ 13:00 – 14:20 น.
ราคา ผู้ใหญ่ 2,800 เยน / เด็ก 1,400 เยน
มีที่จอดรถฟรี
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/t6P72nhETFi1gzBJ7
********************************************************
ขับรถประมาณ 10 นาที
12:40 – 12:50 น.
ไปฟาร์ม Okujozankei Kamuynomori
********************************************************
12:50 – 14:00 น. เก็บแอปเปิลสดๆ

อีกกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี คือ เก็บแอปเปิลสดๆ โดยเฉพาะเดือน ต.ค. รสชาติจะหวานฉ่ำ กรอบอร่อยได้ที่สุดๆ แถมยังได้เดินในฟาร์มแอปเปิลท่ามกลางบรรยากาศสีเหลืองอร่ามของใบไม้เปลี่ยนสีด้วย
ฟาร์ม Okujozankei Kamuynomori เป็นฟาร์มผลไม้ที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ Shikotsu-Tōya ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์มาก ทำให้ได้ผลผลิตที่เปี่ยมด้วยรสหวานจากธรรมชาติอย่างแท้จริง ให้ความรู้สึกเหมือนกับได้เข้าไปเก็บผลไม้ในป่า

บุฟเฟ่ต์เก็บแอปเปิล เปิดตั้งแต่ปลายเดือน ก.ย. – ถึงปลายเดือน ต.ค. โดยสามารถเด็ดแอปเปิลสดๆ จากต้น มาปอกทานได้เลย มีที่ให้นั่งพักผ่อน กินได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา
แอปเปิลสด หวานกรอบ รสชาติอร่อยจากธรรมชาติจริงๆ เรียกว่าได้ทั้งกินแอปเปิลอร่อยๆ และได้พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติสวยๆ นอกจากเก็บผลไม้ ยังสามารถเดินป่า และทำกิจกรรมต่างๆ ได้อีกด้วย
Okujozankei Kamuynomori
เปิดเฉพาะปลายเดือน เม.ย. – ต.ค.
เดือน เม.ย.-ส.ค. เปิด 10:00 – 17:00 น.
เดือน ก.ย.-ต.ค. เปิด 10:00 – 16:00 น.
หยุดทุกวันอังคาร และวันพุธ
ค่าเข้า 660 เยน
บุฟเฟ่ต์เก็บแอปเปิล เปิดปลายเดือน ก.ย. – ถึงปลายเดือน ต.ค.
ค่าเก็บผลไม้แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลาและชนิดผลไม้
มีที่จอดรถฟรี
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/gnkDLJGBtAgTZY8y9
********************************************************
ขับรถประมาณ 60 นาที
14:00 – 15:00 น.
ไปคาเฟ่ Morimori Engineering
********************************************************
15:00 – 16:00 น. กินพาร์เฟ่ต์นกน้อยชิมาเอนากะ

จุดหมายสุดท้าย เราขับรถกลับเข้าตัวเมืองซัปโปโร ไปกินของหวานกัน
พาร์เฟ่ต์ที่น่ารักที่สุดในซัปโปโรต้องยกให้ “พาร์เฟ่ต์นกน้อยชิมาเอนากะ” นกชิมาเอนากะ หรือนกน้อยตัวกลมสีขาวสุดน่ารัก เป็นนกที่มีถิ่นกำเนิดเฉพาะในฮอกไกโด ตัวขาวฟูเหมือนหิมะ สมกับที่เกิดในแดนหิมะ
ร้าน Morimori Engineering เป็นร้านเล็กๆ บรรยากาศเรโทร ย้อนยุคนิดๆ ลึกลับหน่อยๆ ซ่อนอยู่ในตึกที่ไม้เลื้อยปกคลุมจนมิด มีพาร์เฟ่ต์ชิมาเอนากะหน้าตาน่ารักมาก ซึ่งตัวชิมาเอนากะก็คือมาร์ชเมลโล่แสนนุ่มละมุน
พาร์เฟ่ต์มีหลายรสชาติ เช่น ช็อกโกแลต เบอร์รี่ คาราเมล ฯลฯ อร่อยกินเพลิน ให้มาทั้งคอร์นเฟลค ไอศกรีม ถั่ว คุกกี้ ซอฟต์ครีม วิปครีม ซอสต่างๆ ซ้อนเป็นชั้นๆ ถ่ายรูปน่ารักและอร่อยมาก
Morimori Engineering
เปิด 12:00 – 20:00 น.
หยุดทุกวันพุธที่ 1, 3 และทุกวันพฤหัสบดี
ที่จอดรถ มีค่าใช้จ่าย เดิน 2 นาที
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/24REVBUf8FogJvHG8
********************************************************
ขับรถประมาณ 30 นาที
16:00 – 16:30 น.
ไปโรงแรม
********************************************************
16:30 น. ~ เข้าที่พักในซัปโปโร
สำหรับแพลนเที่ยว Jozankei ก็จบเพียงเท่านี้ ได้ชมวิวหุบเขาที่ปกคลุมด้วยใบไม้สีเหลืองส้มแดง ได้แช่ออนเซ็นขึ้นชื่อ และพักผ่อนกันอย่างเต็มอิ่ม
สามารถเลือกที่พักในตัวเมืองซัปโปโรกันได้ตามสะดวก และแนะนำให้อยู่เที่ยวในตัวเมืองซัปโปโรต่อได้เลย
ซึ่งช่วงเวลาจะเหมาะเจาะพอดี ในตัวเมืองซัปโปโรใบไม้เปลี่ยนสีช้ากว้าในโซนหุบเขา จะเริ่มเปลี่ยนสีตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ต.ค. เป็นต้นไป มีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีและสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ทำให้ทริปนี้ครบรสอย่างแน่นอน
********************************************************

สำหรับ 2 แพลนเที่ยวฮอกไกโดช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ทั้งโซนหุบเขา Sounkyo & Asahidake และโซนหุบเขา Jozankei ใครชอบสไตล์ไหน เลือกไปกันได้ตามชอบ แต่จะให้ฟินสุด ไปแพลนที่ 1 แล้วต่อแพลนที่ 2 จบที่ตัวเมืองซัปโปโร ได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยต่อเนื่องกันพอดี ได้พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติของฮอกไกโดที่มีเสน่ห์หลากหลาย และชมความงามของใบไม้หลากสีแห่งแรกในญี่ปุ่นแบบจุใจกันไปเลย
เรื่องแนะนำ :
– เส้นทางเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีฮอกไกโดตะวันตก (ซัปโปโร)
– Sapporo-Furano Area Pass: พาสสุดคุ้มเที่ยวฮอกไกโดช่วงใบไม้ผลิ ชมทุ่งดอกไม้แบบจัดเต็ม
– 10 สิ่งที่คุณห้ามพลาดเมื่อมาเยือนจังหวัดฮอกไกโด Hokkaido
– อัปเดตจากซัปโปโร! เที่ยวฮอกไกโดรอบหน้าต้องรู้ เรื่อง “ภาษีที่พัก”
– ฮอกไกโดจัดเทศกาลน้ำแข็ง Chitose-Shikotsu Lake Ice Festival
#Hokkaido Autumn: สัมผัสใบไม้เปลี่ยนสี “ที่แรกในญี่ปุ่น” #จังหวัดฮอกไกโด Hokkaido
