“Gunkanjima” เกาะเรือรบ มรดกโลกอุตสาหกรรมที่แสนเงียบงัน
Gunkanjima (Hashima หรือ Battleship Island) คือเกาะเล็กๆ นอกชายฝั่งจ. นางาซากิที่กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการปฏิรูปอุตสาหกรรมญี่ปุ่น เป็นเมืองเหมืองถ่านหินที่ถูกสร้างขึ้นอย่างหนาแน่นด้วยอาคารคอนกรีต ในช่วงรุ่งเรืองเคยเป็นที่อยู่อาศัยของคนหลายพันคน ก่อนที่จะถูกทิ้งร้างตั้งแต่ทศวรรษ 1970

ปัจจุบันเกาะนี้เป็นส่วนหนึ่งในองค์ประกอบของ UNESCO World Heritage “Sites of Japan’s Meiji Industrial Revolution” และกลายเป็นมรดกโลกที่ทั้งน่าทึ่งและชวนฉงนสนเท่ห์ในเชิงประวัติศาสตร์
ประวัติศาสตร์ย่อ… จากเหมืองใต้ทะเลสู่เมืองคอนกรีต

การทำเหมืองบน Hashima เริ่มขึ้นราวปลายศตวรรษที่ 19 เมื่อบริษัท Mitsubishi เข้ามาดำเนินกิจการขุดถ่านหินใต้ทะเลและได่พัฒนาเกาะให้เป็นชุมชนเหมืองแบบครบวงจร คือเป็นทั้ง… ที่อยู่อาศัย โรงเรียน โรงพยาบาล โรงอาหาร ฯลฯ เพื่อรองรับแรงงานที่เพิ่มมากขึ้น จนถึงยุคหลังสงคราม ก็กลายเป็นเกาะมีประชากรหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก (หนาแน่นสูงที่สุดราวปลายทศวรรษ 1950s) แต่เมื่อถ่านหินถูกลดคุณค่าลงในช่วงปี 1970 เหมืองก็ถูกปิดและผู้อยู่อาศัยก็อพยพออกไป เหลือเพียงซากอาคารคอนกรีตที่ทนลมทะเล จนกลายเป็น “ภาพแห่งกาลเวลา” ที่แสนจะสะดุดตา

Hashima ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในฐานะส่วนหนึ่งของชุดสถานที่อุตสาหกรรมสมัยเมจิที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านของญี่ปุ่นสู่สังคมอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีการขุดเจาะ การจัดการทรัพยากร และการวางผังชุมชนบนพื้นที่จำกัด ภูมิทัศน์ที่เหลืออยู่ ทั้งอาคาร คันกั้นลมทะเล ระบบท่อ ฯลฯ กลายเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ช่วยให้เราเข้าใจประวัติศาสตร์เกี่ยวกับวิวัฒนาการด้านอุตสาหกรรมของชาติญี่ปุ่นได้โดยตรง
ประเด็นทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ (ความขัดแย้ง)

Hashima เป็นเหมืองถ่านหินที่ได้รับความสนใจระดับนานาชาติไม่เพียงเพราะเป็นซากอาคารยุคเปลี่ยนผ่านสู่โลกอุตสาหกรรม แต่เพราะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงานในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองด้วย ซึ่งประเด็นนี้ก่อให้เกิดการท้วงติงไปมาระหว่างญี่ปุ่นและประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นเหตุที่ทำให้ UNESCO และคณะกรรมการติดตาม ขอให้มีการ “ตีความ” ประวัติศาสตร์อย่างครบถ้วนรอบด้าน ในแผนการนำเสนอข้อมูลให้แก่นักท่องเที่ยวและที่ในพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อระลึกและให้ข้อมูลเชิงลบของอดีตควบคู่ไปกับการยกย่องคุณค่าในทางอุตสาหกรรม… ที่นี่จึงเป็นมรดกโลกที่ยืนอยู่บนความงดงามทางประวัติศาสตร์และความรับผิดชอบทางจริยธรรมควบคู่กันนั่นเอง
และจากสิ่งที่กล่าวมา… ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้นักท่องเที่ยวเล็งเห็นว่าเป็นเสน่ห์จนอยากจะมาเห็นด้วยตาของตนเอง อีกทั้ง…
- ความแปลก: เมืองคอนกรีตเก่าแก่วางตัวเป็นกลุ่มอาคาร ตั้งแต่ชายฝั่งจนดูคล้ายเรือรบเมื่อมองจากที่ไกลๆ ภาพนี้หาชมได้ยากและทรงพลังมากๆ ในการถ่ายภาพเชิงสถาปัตยกรรม
- มิติความทรงจำ (ประวัติศาสตร์): การเดินชมการจัดแสดงหรือการล่องเรือชมเกาะ ทำให้ได้สัมผัสวิถี “ชีวิตบนเกาะ” ที่เคยคลาคล่ำไปด้วยผู้คน เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจไม่น้อย

อย่างไรก็ตาม การเยี่ยมชม Hashima ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดายขนาดนั้น และมีข้อจำกัดด้านความปลอดภัยอยู่ด้วย ที่แน่ๆ ก็คือต้องจองทัวร์อย่างเป็นทางการ (ไม่อนุญาตให้ขึ้นฝั่งอย่างอิสระ) จากผู้ประกอบการหลัก อาทิ Yamasa Shipping ที่ให้บริการเรือนำเที่ยวรอบเช้า/บ่าย เป็นต้น
- อีกทั้งการขึ้นเกาะก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและการตัดสินของกัปตันเป็นสำคัญ บางปีนั้นสามารถทำการขึ้นฝั่งได้จริงเพียงแค่ราว 100 วันเท่านั้น ซึ่งหากไม่สามารถขึ้นเกาะได้ บริษัทก็จะเปลี่ยนเป็นการล่องเรือทัวร์ชมรอบเกาะและคืนค่าเข้าชมส่วนที่เป็นค่าเข้าเกาะบางส่วนให้ตามนโยบาย
- ต้องทำการจองล่วงหน้าเท่านั้น
- และมีข้อจำกัดอื่นๆ อาทิ เด็กเล็กไม่อนุญาตให้ขึ้นฝั่ง และการไม่มีห้องน้ำบนเกาะ เป็นต้น

สถานที่อีกหนึ่งแห่งที่ขอแนะนำ… “Gunkanjima Digital Museum” ใกล้ท่าเรือ Tokiwa ที่หากจะไม่ขึ้นเกาะหรืออยากรู้ข้อมูลเชิงลึก พิพิธภัณฑ์ดิจิทัลในนางาซากิใช้ VR/โปรเจคชัน+HoloLens จำลองวิถีชีวิตบนเกาะและพื้นที่ที่ห้ามเข้าต่างๆ ซึ่งจะทำให้เข้าใจบริบททางสังคมและเทคโนโลยีบนเกาะแห่งนี้ในสมัยนั้นได้อย่างครบถ้วน

Gunkanjima เป็นจุดหมายปลายทางที่คุ้มค่า หากคุณสนใจประวัติศาสตร์อุตสาหกรรม สถาปัตยกรรมเมืองเก่าที่ถูกทิ้ง สังคมแรงงานยุคเก่า รวมไปถึงภาพ “เมืองร้างกลางทะเล” ที่หาชมจากที่อื่นได้ยาก แต่เราก็จะต้องเตรียมใจในเรื่องการจองและความไม่แน่นอนของสภาพอากาศเอาไว้ด้วย อีกประเด็นที่สำคัญก็คือ… ต้องเปิดใจรับฟังทั้ง “ความรุ่งเรือง” และ “ความขมขื่น” ของประวัติศาสตร์ที่อาจจะยังเป็นข้อถกเถียงระหว่างประเทศอยู่ การไปเยือนสถานที่แห่งนี้จึงควรมีทั้งความอยากรู้และความเคารพต่อความทรงจำของผู้คนที่เคยใช้ชีวิตที่นั่นด้วย
เกาะ Hashima (Gunkanjima)
ที่ตั้ง: นอกชายฝั่งเมือง Nagasaki (ประมาณ 15–19 กม.)
สถานะมรดกโลก: องค์ประกอบหนึ่งใน Sites of Japan’s Meiji Industrial Revolution (ขึ้นทะเบียนโดย UNESCO ในปี 2015)
การเข้าถึง:
• ทัวร์และการขึ้นเกาะ ต้องจองล่วงหน้ากับผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาต รอบทั่วไปจะมีเรือออกจากท่า Nagasaki ประมาณ 09.00 น. และ 13.00 น. (เวลาอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล/สภาพอากาศ) ใช้เวลาโดยรวมประมาณสองชั่วโมงครึ่ง หากไม่สามารถขึ้นฝั่งได้ ก็จะเปลี่ยนเป็นล่องเรือทัวร์ชมรอบเกาะ
ค่าใช้จ่าย: ผู้ใหญ่ ประมาณ 4,100 – 4,500 เยน + ค่าธรรมเนียมเข้าเกาะเล็กน้อย (ตามประกาศของผู้ให้บริการซึ่งอาจมีเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบก่อนทำการจอง)
ฤดูกาล:
• ฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงเป็นช่วงเวลาที่อากาศดี แต่ต้องระวังคลื่นและพายุในช่วงฤดูร้อนและฤดูไต้ฝุ่น
เรื่องแนะนำ :
– มรดกโลกญี่ปุ่น อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิม่า (Genbaku Dome)
– สวนสันติภาพฮิโรชิม่า (Hiroshima Peace Memorial Park)
– วัดโทไดจิ: หัวใจของมรดกโลกแห่งนารา
– ปราสาทอินุยามะ: สมบัติแห่งยุคซามูไร สัมผัสเสน่ห์ญี่ปุ่นโบราณ
– โบราณสถานโจมงได้รับขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม
ขอบคุณข้อมูล:
https://www.gunkan-jima.net/en/
https://www.discover-nagasaki.com/en/sightseeing/51797
https://www.discover-nagasaki.com/en/featured-topics/gunkanjima-landing-tour
https://www.kyushuandtokyo.org/spot_77/
https://whc.unesco.org/en/list/1484/
#“Gunkanjima” เกาะเรือรบ มรดกโลกอุตสาหกรรมที่แสนเงียบงัน #มรดกโลกญี่ปุ่น #Nagasaki #เที่ยวนางาซากิ #เที่ยวคิวชู #Kyushu